5 มิ.ย. เวลา 21:50 • ปรัชญา

watthakhanun

วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ความจริงเรื่องที่หลายท่านจะย้ายเข้าทะเบียนวัด ถ้าบอกกระผม/อาตมภาพแต่เนิ่น ๆ วันนี้ก็น่าจะย้ายเสร็จแล้ว แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าตัดสินใจช้าหรืออย่างไร ?
กระผม/อาตมภาพเองไม่ใช่คนว่างงาน มีแต่งานเช้ายันค่ำ โดยเฉพาะงานเอกสาร วันนี้ก็เพิ่งจะจัดเก็บเอกสารเข้าโฟลเดอร์เสร็จเรียบร้อย ๓๐๐ กว่าชิ้น ถ้าเป็นพวกคุณค่อย ๆ ไปอ่านก็คงเครียดจนหัวหงอกไปแล้ว..! เพราะต้องไปคัดว่าส่วนไหนที่มีประโยชน์ ? และควรที่จะจัดเอาไว้ร่วมกับเอกสารชุดไหน ? ไม่ใช่ถึงเวลาก็ใส่มั่วไปหมดแล้วก็หาไม่เจอ..! ดังนั้น..ถ้าพวกท่านมีอะไร ต้องแจ้งกันตั้งแต่เนิ่น ๆ
อย่างเรื่องของการเบิกเงินเพื่อทำสิ่งต่าง ๆ วันนี้กระผม/อาตมภาพอยู่เฉย ๆ ก็จ่ายไปเกือบ ๒ แสนบาท การที่เราจะทำอะไรต้องรู้จักคิด วางแผนเผื่อล่วงหน้าไว้ด้วยว่า ถ้ามีเหตุฉุกเฉินอย่างไรขึ้นมาควรจะเบิกเงินตอนไหน ? ไม่ใช่ว่าสามารถที่จะเบิกเงินได้ทุกเวลา หรือว่าจะย้ายเข้าทะเบียนบ้าน ถ้าคิดว่ากระผม/อาตมภาพสามารถไปทำให้ได้ทุกเวลา หากว่าคิดแบบนั้น กระผม/อาตมภาพใช้หัวแม่เท้าคิดยังดีกว่าเสียอีก..!
โดยเฉพาะหลายต่อหลายท่านที่อยู่มาเริ่มหลายพรรษาแล้วก็ออกอาการล้า ก็คือจะสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นก็มักจะมาไม่ทันเวลาบ้าง ตั้งใจจะมาไม่ทันเวลาบ้าง ขอให้รู้ว่าถ้าอาการแบบนี้ออก โอกาสที่จะอยู่ตลอดรอดฝั่งเป็นเรื่องที่ยากมาก..!
เนื่องเพราะว่าเราทุกคนจะต้องมีเจ้ากรรมนายเวร หรือมารทั้งหลายทั้งปวงคอยขัดขวางอยู่เสมอ ต่อให้ตั้งใจต่อสู้แบบเอาชีวิตเข้าแลกก็ยังรอดยาก แล้วพวกเราไปทำตัวตามสบาย โอกาสที่จะตายมีสูงกว่ารอดหลายเท่านัก..!
แล้วโดยเฉพาะระยะนี้ ท่านที่สึกหาลาเพศไปก็ถือว่าคิดดีแล้ว กระผม/อาตมภาพไม่เคยห้ามปราม แต่ถ้าไปไม่รอดก็กลับมาเถอะ..! เนื่องเพราะว่าปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากมาก บรรดาหน่วยงานหรือสถานที่ต่าง ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องรักษาตัวเอง ถ้าหากว่าไม่ปิดกิจการไปเลยเพื่อตัดการขาดทุน ก็จะอยู่ในลักษณะให้คนออกไปส่วนหนึ่งเพื่อลดรายจ่าย แล้วหลายท่านคิดว่าเราจะเป็นบุคคลสำคัญขนาดเขาขาดไม่ได้หรือเปล่า ?
ความจริงช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการบวช แล้วตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติเพื่อสั่งสมบุญกุศล พูดง่าย ๆ ก็คือสถานการณ์ของประเทศชาติและของโลก มีแต่จะเดือดร้อนมากขึ้นไปเรื่อย ถ้าเรารู้จักเก็บตัว หาจังหวะสั่งสมบุญกุศลของเราให้เต็มที่ พอจังหวะที่ดีแล้วค่อยออกไป จะทำอะไรก็สะดวกไปหมด ไม่ใช่นึกจะออกไปเวลาไหนก็ออกแบบนี้..!
กระผม/อาตมภาพเคยพูดไว้หลายครั้งแล้วว่า เวลาพระจะสึก มองไปทางไหนก็เห็นช่องทางรวยไปหมด ขนาดคิดจะไปปลูกผักบุ้งขายยังรวยเลย..! แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วก็มักจะคิดประมาณว่า ๑ + ๑ เป็น ๒ ก็คือถ้าทำกิจการอย่างนี้ ลงทุนแบบนี้ วันหนึ่งจะมีรายได้เท่านี้ เดือนหนึ่งมีรายได้เท่านี้ โดยที่ไม่ได้คิดว่าถ้ารายได้ไม่เข้ามาตามที่เราตั้งใจ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น..!?
แต่กระผม/อาตมภาพเองที่ไม่ห้ามปรามก็เพราะว่าปล่อยให้ไปรับบทเรียนเอง โดยเฉพาะลูกศิษย์บางท่านเคยกล่าวกับกระผม/อาตมภาพไว้ว่า "หลวงพ่อบอกคำตอบให้โดยที่ผมยังไม่เห็นโจทย์เลย แล้วจะให้ผมรับได้อย่างไร ?" เพราะฉะนั้น..ก็ไปทำโจทย์เสียให้พอ ถ้าไม่เข็ดแล้วเข้ามาใหม่ จะออกไปซ้ำอีกก็ได้..!
ถ้าหากว่าคนที่อยู่มานานจะเห็นว่าระยะหลัง ๆ กระผม/อาตมภาพค่อย ๆ ปล่อยงานไปเรื่อย แล้วโดยเฉพาะเรื่องความเข้มงวดกวดขันกับทุกท่าน ที่ปล่อยก็เพราะว่าทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตัดสินใจเข้ามาบวชก็รู้ว่าต้องเจออะไรบ้าง ในเมื่อไม่คิดจะเอาดีก็
ปล่อยให้ลงนรกไปตามใจ..! ไม่ใช่หน้าที่ที่กระผม/อาตมภาพจะไปขัดขวางหรือว่าห้ามปราม เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังตรัสว่า อักขาตาโร ตถาคตา แม้แต่ตถาคตก็เป็นได้แต่เพียงผู้บอกเท่านั้น ในเมื่อชี้ทางออกบอกทางถูกให้แล้ว ยังรั้นที่จะไปก็ปล่อยให้ไป ถ้าไม่ตายเสียก่อน เดี๋ยวโอกาสหน้าค่อยมาเจอกันใหม่..!
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๙
โฆษณา