Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
6 มิ.ย. เวลา 21:23 • ปรัชญา
watthakhanun
โดยเฉพาะในส่วนที่กระผม/อาตมภาพบอกกับพระภิกษุสามเณรอยู่บ่อย ๆ ก็คือญาติโยมท่านใดที่เคยใส่บาตรให้กับเรา ถ้าหากว่าเสียชีวิตลงไป ก็ให้นำผ้าไตรและซองปัจจัยไปช่วยงานศพเขา หรือไม่ก็ไปร่วมพิธีเผาศพของเขาด้วย อยู่ในลักษณะที่ว่ากตัญญูรู้คุณแล้วตอบแทนนั่นเอง ถ้าหากว่าเราไม่มีอะไรตอบแทนแก่ญาติโยมเขา
เลย ก็จะอยู่ในลักษณะของบุคคลอกตัญญู คือไม่รู้คุณคน..!
ในปัจจุบันนี้ วัดท่าขนุนนั้นเปิดการเผาศพฟรี ถ้าหากว่าญาติโยมมีน้ำใจ ก็ซื้อน้ำมันดีเซลถวายทางวัด ๔๐ ลิตรก็พอ ในส่วนอื่นนั้น พระพร้อมที่จะสวดมาติกาบังสุกุลให้ฟรี แต่ก็ยังไม่เห็นญาติโยมท่านใดใช้บริการฟรีจริง ๆ สักครั้ง ส่วนใหญ่ก็ถวายปัจจัย
ไทยธรรมมาตามสภาพครอบครัวของตน ซึ่งเรื่องพวกนี้ต้องบอกว่าเป็นการพึ่งพาอาศัยในสังคมอย่างหนึ่ง อยู่ในลักษณะ "วัดและบ้านผลัดกันช่วยก็อวยชัย" เป็นต้น
จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายจะต้องสำนึกว่า ในปัจจุบันนี้ พระพุทธศาสนาของเรานั้นเหมือนอย่างกับมีบุคคลที่ตั้งใจจะมาทำลาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็อยู่ในลักษณะที่โบราณว่า "ถ้าไม่มีมูลฝอย หมาก็ไม่ขี้"
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราท่านทั้งหลายจึงต้องสำรวมในศีลและวัตรปฏิบัติของตนให้ดี หน้าที่ของพระเราหลัก ๆ เลยก็คือ สวดมนต์ ทำวัตร เจริญพระกรรมฐาน บิณฑบาตเลี้ยงชีพ ส่วนภายในวัดก็ต้องดูแลเรื่องของวัดวาอารามให้สะอาดสะอ้าน ส่วนไหนที่ผุพังก็บูรณะขึ้นมาใหม่ ถ้าหากว่าส่วนไหนที่จำเป็นต้องใช้ก็สร้างเสริมขึ้นมา ทำให้วัดของเราอยู่ในสภาพ สะอาด สว่าง สงบ ถ้าหากว่าอยู่ในลักษณะนี้ ญาติโยมทั้งหลายก็ยินดีที่จะเข้าวัด
โดยเฉพาะในยุคของกระผม/อาตมภาพนั้น ตั้งแต่ตนเองเป็นเจ้าอาวาสมา ก็งดการบอกบุญเรี่ยไรทุกประการ ออกกฎของวัดเอาไว้ชัดเจนว่า "ห้ามบอกบุญ ห้ามเรี่ยไร" จนกระทั่งท้ายสุดญาติโยมจำนวนหนึ่งทนไม่ได้ ก็รับอาสาเป็นผู้ที่ทำหน้าที่นั้นแทน เนื่องเพราะว่าพระไม่บอกไม่กล่าวเสียแล้ว จึงทำให้ท่านทั้งหลายยังมีโอกาสที่จะได้ร่วมบุญกับทางวัดท่าขนุนอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วก็ต้องแล้วแต่เวรแต่กรรม ว่าท่านทั้งหลายจะไปถึงวัด ซึ่งอยู่ไกลขนาดนั้นหรือไม่ ?
ในปัจจุบันนี้ วัดท่าขนุนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอทองผาภูมิ แต่กระผม/อาตมภาพเองนั้นเป็นคนปากหนัก ทำอะไรก็มักจะทำไปเลย จึงทำให้ญาติโยมส่วนหนึ่งต้องมาเหนื่อยยาก ในการเปิดกระทู้บอกบุญในเว็บไซต์วัดท่าขนุนก็ดี หรือในการทำเพจบอกบุญให้กับทางวัดท่าขนุนก็ตาม เรื่องพวกนี้จึงเป็นเรื่องที่ญาติโยมทั้งหลายได้กระทำไป เนื่องเพราะว่าทนเห็นกระผม/อาตมภาพเองทำงานในลักษณะมือเปล่าไม่ได้ ต้องเจริญพรขอบคุณทุกท่านที่เมตตามา ณ ที่นี้ด้วย
และยังได้บอกกล่าวกับพระภิกษุสามเณรว่า "ถ้าหากว่าท่านใดขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาสแทน ก็ขอให้ใช้อำนาจเจ้าอาวาสยกเลิกระเบียบวัดข้อนี้เสีย"เนื่องเพราะว่าศรัทธาของผู้คนนั้นเป็นของจำเพาะตน กระผม/อาตมภาพเองไม่บอกบุญ ไม่เรี่ยไร แต่ว่าก็ยังมีญาติโยมทั้งหลายช่วยกันกระทำแทน แต่ว่าผู้ที่มาแทนนั้น ถ้าไม่มีญาติโยมศรัทธาตรงจุดนี้ เมื่อไม่บอกบุญไม่เรี่ยไร วัดวาอารามก็อาจจะอยู่ไม่ได้ เพราะว่าไม่ว่า
จะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายในการดูแลการศึกษาพระภิกษุสามเณร หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการช่วยงานคณะสงฆ์ ช่วยงานชาวบ้าน ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ปัจจัยทั้งสิ้น จึงเป็นเรื่องที่ทุกท่านต้องไปตัดสินใจกันเองว่า ถ้าไม่บอกบุญไม่เรี่ยไรแล้วอยู่ได้ ก็รักษาระเบียบวัดข้อนี้เอาไว้ แต่ถ้าหากว่าในยุคของท่าน เห็นว่าอยู่ไม่ได้ ก็ให้ยกเลิกไปเลย..!
แต่ต้องนึกถึงพระพุทธโอวาทที่กล่าวเอาไว้ว่า ภิกษุควรทำตัวเหมือนแมลงผึ้ง เมื่อนำเอาน้ำหวานและเกสรไป ก็ไม่ทำให้ดอกไม้นั้นชอกช้ำ ไม่ใช่บอกบุญแล้วบอกบุญเล่า ไม่รู้จักพอเสียที ถ้าทำในลักษณะนั้น แทนที่พระศาสนาของเราจะรุ่งเรือง ก็มีแต่จะทำให้คนเบื่อหน่ายหันหลังให้วัด จนกระทั่งท้ายสุด ศาสนานี้ก็ตั้งอยู่ไม่ได้..!
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย