Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
7 มิ.ย. เวลา 21:54 • ปรัชญา
watthakhanun
อีกเรื่องหนึ่งก็คือที่ทุกท่านมาถกเถียงกันเกี่ยวกับการที่ฟ้าผ่าไรเดอร์ หรือที่ว่าบุคคลส่งของผู้หนึ่ง ถึงขนาดสร้อยคอละลายคาคอไปเลย แต่บุคคลนั้นกลับไม่เป็นอะไร..! ทางด้านบรรดาท่านที่มั่นใจในความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ก็อ้างว่าเป็นอย่างนั้นบ้าง เป็นอย่างนี้บ้าง ท่านที่เชื่อมั่นในความรู้ทางด้านพุทธศาสตร์หรือไสยศาสตร์ ก็บอกว่าเป็นพุทธคุณบ้าง เหล่านี้เป็นต้น
เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้ว ถกเถียงไปก็ไม่ได้เกิดปัญญา นอกจากสร้างโทสะเสียเปล่า..! ถ้าหากว่าท่านใดแสดงความเห็นออกมา เราเองนั่งยิ้มเสียก็หมดเรื่อง..!
สมัยก่อนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ท่านได้นำพวกเราไป"ล่าพระอาจารย์" ทางภาคเหนือ แล้วได้นิมนต์ครูบาอาจารย์สายเหนือหลายต่อหลายรูป ที่มีความสามารถพิเศษต่าง ๆ กันมาให้พวกเราได้ทำบุญ ซึ่งหลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกว่า "เจอพระชุดนี้แล้วข้าสบายใจมาก เนื่องเพราะว่าไม่ต้องพูดอะไรก็รู้แก่ใจกันทั้งสิ้น"
กระผม/อาตมภาพเห็นบรรดาหลวงพ่อหลวงปู่ ครูบาอาจารย์แต่ละรูปเวลานั่งอยู่ด้วยกัน อย่างเช่นหลวงปู่ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดวังมุยก็ดี หลวงปู่คำแสนใหญ่ อินทฺจกฺโก วัดสวนดอกก็ดี หลวงปู่คำแสนเล็ก คุณาลงฺกาโร วัดดอนมูลก็ดี หรือว่าหลวงปู่ครูบาบุญทืม พฺรหฺมเสโน วัดจามเทวี ตลอดจนกระทั่งหลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุขก็ตาม ท่านทั้งหลายเหล่านี้ไม่เห็นท่านจะสนทนาอะไรกันมากมายเลอะเทอะเหมือนกับพวกเรา อยู่ในลักษณะที่ว่าต่างคนต่างก็นั่งเงียบกันอยู่ ต่างคนต่างมองหน้าแล้วก็ยิ้มให้กัน
กระผม/อาตมภาพยังเคยปรารภกับพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชภาวนาพัชรญาณ วิ. หรือว่าเจ้าคุณหลวงตาวัชรชัย ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เจ้าอาวาสวัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ซึ่งในสมัยนั้น ท่านถวายการรับใช้หลวงพ่อฤๅษีฯ อยู่ข้าง ๆ โดยที่บอกว่า ถ้าหากว่าเป็นเรามาถึงยุคนี้ก็คงมานั่งมองหน้ากัน แล้วก็สนทนากัน
ประมาณว่า สมัยนั้นท่านก็แสบอย่างนั้น สมัยนี้คุณก็แสบแบบนี้ แล้วก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่เนื่องจากว่าหลวงปู่หลวงพ่อแต่ละท่านไม่มีกิเลสแล้ว ท่านถึงได้แต่นั่งเงียบแบบพระอริยะ มองหน้ากันแล้วก็ยิ้มเย็นให้กัน ประมาณว่าไม่มีอะไรที่จะต้องพูดต้องกล่าว ทุกอย่างรู้ดีแก่ใจอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องปรุงแต่งกันอีกแล้ว ท่านทั้งหลายจะมี
ความสุขมีความเยือกเย็นกันขนาดไหนหนอ ?
ในเมื่อทุกท่านถ้าหากว่าได้ยินเรื่องแบบนี้แล้ว ก็ขอให้ลดราวาศอกต่อกัน อย่าเสียเวลาไปถกเถียง อยู่ในลักษณะที่ทำให้กิเลสของตนเจริญงอกงามต่อไปอีกเลย ทุกวันนี้เราก็นอนอยู่ในกองกิเลส เราก็นอนอยู่กับไฟรัก โลภ โกรธ หลง อยู่แล้ว โดนแผดเผาให้เร่าร้อนอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่สามารถที่จะดับลงได้ ก็อย่าได้ไปหาไฟมาเผาตนเองเพิ่มขึ้นอีกเลย
สารพัดเรื่องราวต่าง ๆ นั้น ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ตามหลักอนิจจังขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าหากว่าเราไปถกเถียงกัน ก็สร้างความทุกข์ให้เกิดแก่ตน กลายเป็นทุกขัง สร้างเวรสร้างกรรมต่อกัน เวียนว่ายตายเกิด ทนทุกข์ไปไม่รู้จบ ท้ายที่สุดก็เป็นอนัตตา ไม่มีอะไรทรงตัวอยู่ได้ อีกไม่นานเรื่องทั้งหลายเหล่านี้ก็จะเลือนหายไป
จากสังคมของเรา จนกว่าจะมีเหตุอื่นขึ้นมา ถึงจะกล่าวถึงกันอีกวาระหนึ่ง
ในเมื่ออยู่ในลักษณะอย่างนี้ ถ้าท่านทั้งหลายมีสติ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือรักษาใจของตนเอง อย่าให้กิเลสรัก โลภ โกรธ หลง เจริญงอกงามขึ้นมา โดยอาศัยหลักปธานะ ๔ ประการ ก็คือ
๑) สังวรปธาน ระมัดระวังไว้อย่าให้ รัก โลภ โกรธ หลง เกิดขึ้นในใจของเรา
๒) ปหานปธาน ถ้ามี รัก โลภ โกรธ หลง อยู่ในใจ ก็พยายามที่จะชำระสะสาง ขับไล่ออกไปจากใจของเรา
๓) ภาวนาปธาน ก็คือถ้ายังไม่มีคุณงามความดีอยู่ในจิตใจของเรา ก็เพียรพยายามที่จะสร้างให้เกิดขึ้นเข้าไว้
และ ๔) อนุรักขนาปธาน ถ้าหากว่ามีความดีอยู่แล้ว ก็เพียรพยายามรักษาไว้และทำให้เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ถ้าท่านทั้งหลายถือหลักแบบนี้ ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตก็จะลดน้อยถอยลงไปมาก อยู่ในลักษณะของบางคนที่ถกเถียงกันแล้ว บางทีกระผม/อาตมภาพก็คิดว่า ความจริงเขาทั้งหลายเหล่านั้นมีหลักธรรมอยู่ เพียงแต่ใช้ผิดเท่านั้น อย่างเช่นบรรดาตลกเขาถามว่า "มึงด่าใคร ?" อีกฝ่ายหนึ่งก็ตอบว่า "ด่ามึงนั่นแหละ..!" ฝ่ายที่โดนด่าก็บอกว่า "ถ้าด่ามึงก็แล้วไป อย่าด่ากูก็แล้วกัน..!" เรื่องพวกนี้เราเห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่ถ้าเอามาคิดในแง่ของหลักธรรม ท่านทั้งหลายก็จะได้อะไรดี ๆ เอาไว้ใช้ในการดำเนิน
ชีวิตมากทีเดียว
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๙
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย