Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Cashury
•
ติดตาม
7 ชั่วโมงที่แล้ว • ความคิดเห็น
ผู้รับผลประโยชน์ในประกันชีวิต เป็นใครได้บ้าง?
บางคนทำประกันชีวิตไว้เป็นหลักแสนหลักล้าน แต่ไม่เคยกลับมาตรวจสอบอีกเลยว่า "ผู้รับผลประโยชน์" ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ยังเป็นคนที่อยากให้รับเงินจริงๆ หรือไม่ ทั้งที่ชื่อเพียงไม่กี่บรรทัดนี้ อาจเป็นตัวกำหนดว่าทรัพย์สินที่สร้างมาทั้งชีวิตจะถูกส่งต่อไปถึงใคร ใช่คนที่ตั้งใจไว้จริงหรือเปล่า
หลายคนเข้าใจว่า "ผู้รับผลประโยชน์" ของประกันชีวิตต้องเป็นญาติเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ในทางกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เช่นนั้น ใครก็ได้เป็นผู้รับผลประโยชน์ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นญาติพี่น้อง และสามารถเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้
ซึ่งในทางปฏิบัติ บริษัทประกันชีวิตส่วนใหญ่มักมีเงื่อนไขหรือคำแนะนำให้ผู้รับผลประโยชน์เป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือทางกฎหมาย (มีส่วนได้เสีย) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการฆาตกรรมเพื่อหวังเงินประกันเอาชีวิตนั่นเอง
📌 ผู้รับผลประโยชน์ เป็นใครได้บ้าง?
1. กลุ่มทายาทโดยธรรม และบุคคลในครอบครัว ได้แก่
- คู่สมรสตามกฎหมาย
- บุตรตามกฎหมาย, บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว, บุตรบุญธรรม
- บิดา มารดา
- พี่น้องร่วมพ่อแม่เดียวกัน
- พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่
- ปู่ ย่า ตา ยาย
- ลุง ป้า น้า อา
2. คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือคู่รัก LGBTQ+ แม้จะไม่ใช่ญาติทางสายเลือด ก็สามารถระบุให้เป็นผู้รับผลประโยชน์ได้เช่นกัน
ปัจจุบันหลายบริษัทประกันยอมรับให้สามารถเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้ แต่จำเป็นต้องมีหลักฐานมาแสดงเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ เช่น มีทรัพย์สินร่วมกัน, มีบัญชีร่วมกัน, มีภาระหนี้ร่วมกัน, ทำธุรกิจร่วมกัน เป็นต้น (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและการพิจารณาของแต่ละบริษัท)
3. บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการเงิน
สามารถระบุให้ หุ้นส่วนทางธุรกิจ, นายจ้างกับลูกจ้าง หรือ เจ้าหนี้กับลูกหนี้ เป็นผู้รับประโยชน์ได้ ซึ่งอาจจะต้องแนบเอกสารเพื่อแสดงหลักฐานการทำธุรกิจร่วมกัน
4. องค์กรสาธารณกุศล หรือ นิติบุคคล
หากไม่มีญาติพี่น้อง หรือ อยากต้องการส่งต่อทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์ สามารถระบุเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้เช่นกัน เช่น มูลนิธิ, วัด, สภากาชาด, องค์กรสาธารณกุศล, องค์กรไม่แสวงหากำไร
5. เพื่อนสนิท หรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ญาติ (คนละนามสกุล)
ในทางกฎหมายสามารถทำได้ แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทประกันอาจขอหลักฐานพิสูจน์ความสัมพันธ์ที่ชัดเจน หรือบางกรณีอาจไม่อนุมัติ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อปัญหาการฟ้องร้องจากญาติที่แท้จริงของผู้ตายในภายหลัง หรือความเสี่ยงในการฆ่าเพื่อเอาเงินประกัน
1
📌 เรื่องสำคัญที่หลายคนมักไม่รู้
1. จำนวนผู้รับผลประโยชน์
สามารถระบุผู้รับผลประโยชน์ได้มากกว่า 1 คน และสามารถกำหนดสัดส่วนได้ตามต้องการ (หากไม่ระบุสัดส่วน บริษัทจะทำการแบ่งจ่ายเงินผลประโยชน์ให้ทุกคนในจำนวนที่เท่าๆ กัน)
2. อายุของผู้รับผลประโยชน์
ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ แต่หากผู้รับผลประโยชน์ยังเป็นผู้เยาว์ (อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์) จะไม่สามารถรับเงินได้โดยตรง ต้องมีการแต่งตั้งผู้ปกครองขึ้นมาเพื่อจัดการมรดกดูแลเงินก้อนนั้น ซึ่งอาจมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องพึ่งกระบวนการทางศาล
3. กรณีไม่ได้ระบุชื่อใครเป็นผู้รับผลประโยชน์เลย
หากไม่มีการระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้ หรือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้เสียชีวิตไปก่อนแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ เงินผลประโยชน์ก้อนนั้นจะตกเป็นของ "กองมรดก" ซึ่งทายาทตามกฎหมายจะมีสิทธิได้รับแทน
2
เพราะบางครั้งการวางแผนการเงินที่ดี ไม่ได้จบแค่การสร้างความมั่งคั่ง แต่รวมถึงการส่งต่อความมั่งคั่งไปยังคนที่ตั้งใจไว้ด้วย วันนี้ลองหยิบกรมธรรม์ขึ้นมาดูอีกสักครั้ง ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ ยังเป็นคนที่เราอยากดูแลอยู่หรือไม่?
#Cashury #รู้เท่าธัน #ออมเงิน #ประกันชีวิต #ประกัน #ทุนประกันชีวิต #ซื้อประกัน #ทำประกัน #วางแผนการเงิน #ผู้รับผลประโยชน์ #วางแผนมรดก
การเงิน
ความรู้รอบตัว
การลงทุน
24 บันทึก
13
1
23
24
13
1
23
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย