1 ก.ค. เวลา 07:31 • ปรัชญา
นี่คือคำถามหนึ่งที่น่าคิดในสังคมยุคนี้... "คนเราให้คุณค่ากับคำว่า ‘เวลา’ มากพอหรือยัง? และแบบไหนที่เรียกว่ามากพอ?"
หากเรายังหาคำตอบไม่ได้ ลองฟังคำกล่าวอันทรงพลังของ อัลแบร์ กามูส์ (Albert Camus) นักคิดและนักปรัชญาชื่อดังดู
"YOU SELL THE ABSOLUTE BEST, SUNLIT HOURS OF YOUR FADING EXISTENCE JUST TO BUY A FEW EXHAUSTED HOURS OF DARKNESS ON THE WEEKEND. THE GREATEST THEFT IN HUMAN HISTORY IS NOT OF LAND OR GOLD, BUT THE VIOLENT EXTRACTION OF YOUR FINITE TIME."
"คุณยอมขายชั่วโมงที่งดงามและมีพลังที่สุดในชีวิตอันแสนสั้น ไปให้คนอื่น เพียงเพื่อจะเอาเงินนั้นไปซื้อชั่วโมงที่เหนื่อยล้าในความมืดมนของวันหยุดสุดสัปดาห์ การปล้นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ไม่ใช่การปล้นที่ดินหรือทองคำ แต่คือการรีดเค้น ‘เวลาอันจำกัด’ ไปจากคุณ"
คำกล่าวนี้บอกอะไร
1. วงจรอันน่าเศร้าของ "ผู้อยู่รอด"
กามูส์กำลังเตือนให้เราเห็นภาพความบิดเบี้ยวของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน มันบีบเค้นให้เราต้องส่งมอบ "ช่วงเวลาที่ดีที่สุด" ของร่างกายและจิตใจให้กับการทำงานเพื่อความอยู่รอด (Survival) จนเมื่อวันหยุดมาถึง เรากลับไม่เหลือพลังงานอะไรไปใช้ชีวิต นอกจากการนอนซมอยู่บนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า
ในขณะที่เราก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อ "ความอยู่รอด" ลองหยุดคิดดูสักนิดไหมว่าเราได้สูญเสียอะไรไปบ้าง?
* เราไม่ได้อ่านหนังสือเล่มที่อยากอ่าน
* เราไม่ได้กอดและใช้เวลาร่วมกับคนที่รัก
* เราไม่ได้เริ่มต้นทำตามความฝัน
* เราไม่มีเวลาแม้แต่จะหยุดยืนดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก
* และเราลืมไปแล้วว่าการหัวเราะอย่างมีความสุขจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร
สุดท้าย... เราไม่ได้แค่เอาเวลาไปแลกเงิน แต่เรากำลังเอา "โอกาสในการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า" ไปแลกมาด้วย
2. กับดักที่ทำให้เรา "ยอมจำนน"
ความน่ากลัวของระบบนี้คือ มันไม่ได้ใช้กำลังบังคับเราตรงๆ แต่มันทำให้เรา "ยอมจำนนโดยสมบูรณ์" ผ่านความกลัวและความยุ่งวุ่นวาย
มันบีบให้เราต้องดิ้นรนและทำให้เรายุ่งจนไม่มีเวลาเหลือพอที่จะตั้งคำถามสำคัญกับตัวเองว่า:
"นี่ฉันยังมีชีวิตอยู่จริงๆ หรือเปล่า?"
"เรากำลังใช้ชีวิต (Living) หรือเราแค่ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตาย (Surviving)?"
กามูส์มองเห็นความโหดร้ายนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง ระบบบีบให้มนุษย์ที่มีเวลาอันจำกัด ต้องจำใจ "ขาย" สิ่งที่งดงามที่สุดเพื่อซื้อสิทธิ์ในการมีลมหายใจไปวันๆ
คำถามคือ... ชีวิตเรามีทางเลือกแค่นี้จริงหรือ?
เราต้องเลือกระหว่างการทำงานหนักจนร่างพังเพื่อความอยู่รอด หรือยอมใช้เวลาใช้ชีวิตอย่างเต็มที่แต่ต้องอดตายอย่างนั้นหรือ?
3. "ขบถ" ต่อระบบ ด้วยการทวงคืนเวลาชีวิต
คำตอบอาจไม่ใช่การเลือกทางใดทางหนึ่งสุดโต่ง แต่คือการ "ปฏิเสธความต้องการส่วนเกิน"
ถ้าเราลองลดการวิ่งตามค่านิยมบริโภคนิยม ลดมาตรฐาน "ความอยู่รอดแบบฟุ่มเฟือย" ที่สังคมสร้างขึ้นให้ต่ำลงมา เราจะต้องการเงินน้อยลง และเมื่อเราต้องการเงินน้อยลง อำนาจในการต่อรองเรื่อง "เวลา" ของเราก็จะเพิ่มขึ้นทันที
นี่คือการแย่งชิงเวลากลับคืนมาอย่างชาญฉลาด ถ้าระบบซื้อเวลาเราไป 8 ชั่วโมงในการทำงาน ยามเย็นหลังเลิกงานหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ต้องเป็นของเราอย่างแท้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้งานล่วงล้ำเข้ามาได้ตลอดเวลา
สรุป: นิยามของการให้ค่าเวลาที่ "มากพอ"
การให้คุณค่ากับเวลาอย่าง "มากพอ" จึงไม่ใช่การเลิกทำงาน แต่คือการ "ขีดเส้นแบ่ง (Boundary)" ให้ชัดเจน
เราอาจจำเป็นต้องขายเวลาบางส่วนเพื่อความอยู่รอด แต่เราต้องมีขอบเขต และใช้เวลาที่แย่งชิงคืนมานั้นเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมปล่อยตัวเองให้กลายเป็นเพียงเฟืองจักรไร้ชีวิตของระบบทุนนิยม
การเห็นคุณค่าของเวลาที่แท้จริง จะเกิดขึ้นเมื่อเรา "ตื่นรู้" ว่าชีวิตที่มีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วลงมือปกป้องมัน... โดยไม่ยอมให้ระบบพรากตัวตนและจิตวิญญาณของเราไปจนหมดสิ้น
แล้วคุณล่ะ... วันนี้คุณได้แบ่งเวลามา "ใช้ชีวิต" จริงๆ แล้วหรือยัง?
โฆษณา