24 ก.ค. เวลา 09:04 • ไลฟ์สไตล์

"วันแรกหลังลาออก — ทำไมไม่เห็นสวยงามอย่างที่คิด?"

มนุษย์ลุงท้ายซอย | ตอนที่ 2
ถ้าคุณกำลังคิดจะลาออกจากงาน หรือเพิ่งลาออก หรือแม้แต่คุณกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ในชีวิต บทความนี้ผมคิดว่าเหมาะกับคุณมากเลยครับ
1
เพราะผมเพิ่งผ่านมาได้ไม่นานนี้เอง และสิ่งที่เจอนั้น ไม่มีใครบอกผมมาก่อนเลยสักคน
ความจริงที่ไม่มีใครบอก
ผมทำงานในองค์กรแห่งนี้เป็นที่แรก และที่เดียวในชีวิต โดยที่ไม่เคยทำงานที่อื่นมาก่อนเลย ตลอดระยะเวลา 26 ปี มีหลายครั้งที่นึกในใจว่า ถ้าได้หยุดพักสักทีจะดีแค่ไหน
จะได้นอนดึก ตื่นสาย ทำอะไรที่ชอบโดยไม่ต้องรีบ
แต่พอถึงวันนั้นจริงๆ ทุกอย่างไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
คืนแรกหลังจากยื่นใบลาออก ก็วางแผนในใจว่าจะได้ตื่นสายแล้ว นั่นคืนนี้นอนดึกก็ไม่เป็นไร ผมเลยไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ แต่ผมสะดุ้งตื่นเองตอนเจ็ดโมงเช้าตามเคย นอนอยู่บนเตียง มองเพดาน วันนี้ไม่มีประชุม ไม่มีรายงานที่ต้องส่ง ไม่มีลูกน้องที่รอคำสั่ง
ฟังดูดีใช่ไหม?
แต่ความจริงคือ ผมนอนอยู่บนเตียงนานกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะง่วง แต่เพราะ ไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นมาทำอะไร
วิทยาศาสตร์บอกว่านี่คือเรื่องปกติ
นักจิตวิทยาเรียกสิ่งที่ผมรู้สึกว่า "Identity Crisis" หรือภาวะสูญเสียอัตลักษณ์
ตลอด 26 ปี ผมคือ "พนักงานประจำ/ผู้บริหาร" นั่นคือตัวตนของผม พอออกจากงาน ตัวตนนั้นหายไปพร้อมกับบัตรพนักงานที่ส่งคืนไป เหลือแค่คำถามว่า "ตอนนี้ผมคือใคร?"
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Occupational Health Psychology พบว่า คนที่ออกจากงานหรือเกษียณกะทันหันมักประสบกับ "Retirement Shock" อาการคือรู้สึกสูญเสียทิศทางชีวิต หมดแรงจูงใจ และบางครั้งถึงขั้นซึมเศร้าในช่วง 3-6 เดือนแรก
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Dopamine ตอนทำงาน สมองหลั่ง Dopamine ทุกครั้งที่ทำงานสำเร็จ ส่งรายงานครบ ประชุมเสร็จ แก้ปัญหาได้ พอออกจากงาน กิจกรรมที่กระตุ้น Dopamine หายไปทันที สมองเลยรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่าง
ฟังดูหนักไหม? แต่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นอะไรอยู่ มันช่วยได้มากแล้วจริงๆ เพราะตัวคุณจะต้องหาทางจัดการมันเอง
คราวนี้ มาดูกันนะครับ ว่ามี 4 สิ่ง อะไรบ้างที่สูญเสียไปโดยไม่รู้ตัวหลังจากคุณลาออกจากงาน
1. โครงสร้างของวัน
ปกติทำงานทุกวัน จะมีการกำหนดว่าต้องตื่นเวลานี้ ไปถึงที่ทำงานเวลานี้ พักเที่ยง กลับบ้านเวลานี้ ชีวิตมีกรอบที่ชัดเจน พอออกจากงาน กรอบนั้นหายไป เวลาทั้งหมดกลายเป็นของตัวเอง ฟังดูดี แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้จะจัดการกับเวลาที่มีมากเกินไปอย่างไรให้เหมาะสม
2. ความรู้สึกมีคุณค่า
ตอนทำงานมีคนต้องการเรา มีลูกน้องที่ต้องการคำแนะนำ มีงานที่ต้องการเราไปแก้ปัญหา แต่พอเราออกจากงาน ความรู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต่อคนอื่นลดลงทันที หรือหายไปเลย
3. สังคมที่ไม่ต้องหาเอง
ที่ทำงานมีเพื่อนร่วมงานที่คุยด้วยกันทุกวัน แม้ไม่ใช่เพื่อนสนิท แต่ก็ยังมีคนพูดคุยด้วย พอออกมาอยู่บ้าน บางวันไม่ได้คุยกับใครเลย มีการเข้าสังคมลดลงอย่างมากถึงมากที่สุด
4. เป้าหมายระยะสั้น
ตอนทำงาน ในทุกวันจะมีเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องส่งอะไร ต้องทำอะไรให้เสร็จ พอลาออกมาไม่มีงานที่ต้องให้คิดต้องทำส่ง ทำให้แต่ละวันมันผ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกว่าได้ทำอะไรเลย
ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง เพราะผมก็ประสบมากับตนเอง
นอกจากที่ผมเล่ามาแล้ว ผมยังพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดหลังจากลาออก — เรื่องที่ 1
คนที่รักคุณมีมากกว่าที่คิด
2
สิ่งแรกที่ทำให้รู้สึกแปลกใจที่สุดก็คือมีคนโทรศัพท์หรือไลน์มาหาจำนวนมาก
ไม่ใช่เพราะมีคนโทรมาถามงาน แต่เพราะมีคนโทรมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
เพื่อนร่วมงานเก่าโทรมา รวมถึงคนที่เกษียณไปก่อนก็ไลน์มา แม้แต่คนที่ไม่ได้คุยกันมาหลายปีก็ยังส่งข้อความมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง
บางคนบอกว่า "นึกถึงเลย ทราบข่าวว่าออกแล้ว เป็นยังไงบ้าง?"
บางคนที่เกษียณไปก่อนส่งมาว่า "รู้สึกยังไงบ้าง? ช่วงแรกมันแปลกๆ นะ ผ่านมาแล้ว ค่อยๆ ปรับตัวนะ"
ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีคนสนใจขนาดนี้
ตลอด 26 ปีที่ทำงานด้วยกัน บางทีก็ยุ่งจนไม่ค่อยได้คุยกัน แต่พอออกจากงาน กลับรู้สึกว่าความสัมพันธ์ยังอยู่ แค่ถูกซ่อนอยู่ใต้ความวุ่นวายของงานเท่านั้น
Dr. Robert Waldinger จากการศึกษา Harvard Study of Adult Development ที่ติดตามคนกว่า 80 ปีพบว่า สิ่งที่ทำให้คนมีความสุขและมีสุขภาพดีในบั้นปลายชีวิตไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ชื่อเสียง แต่คือ ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
วันนั้นผมเริ่มเข้าใจว่าทำไมความสัมพันธ์ที่ดีทำให้เรามีความสุข เพราะว่ามีคนห่วงใย
สิ่งที่ไม่คาดคิด — เรื่องที่ 2
ใจมันยังอยู่กับงาน ทั้งที่ตัวออกมาแล้ว
สิ่งที่สองที่ทำให้ตกใจกับตัวเอง คือพฤติกรรมที่ทำโดยไม่รู้ตัว
คอยดูมือถือ รอไลน์จากที่ทำงาน
ทั้งที่ในใจรู้ว่าออกมาแล้ว ในใจรู้ว่าไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอะไรแล้ว แต่มือก็ยังหยิบโทรศัพท์มาดูอยู่ตลอด เพราะในใจคิดว่าที่ทำงานอาจจะขาดเราไม่ได้ และยังคงต้องการให้เราช่วยเหลือบ้าง แต่เรื่องจริงแม้เราไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว เขาก็ยังทำงานต่อไปกันได้ มีบ้างแค่บางครั้งที่ติดต่อมาถามเรื่องงาน ด้วยทุกคนก็ทราบว่าผมลาออก อาจจะเป็นสาหตุหนึ่งที่ไม่อยากโทรมารบกวน
การที่ผมรอว่าจะมีใครไลน์มาถามเรื่องงานไหม และรอว่าจะมีปัญหาอะไรที่ต้องการให้ช่วยเหลือไหม
แล้วพอไม่มีใครติดต่อมา ถามว่าผมรู้สึกผิดหวังบ้างไหม
ตอบตรงๆ นะครับ ผมก็รู้สึกผิดหวังบ้างเล็กน้อย ทั้งที่การที่ไม่มีใครโทรมา นั่นคือสิ่งที่ผมควรจะดีใจ
นักจิตวิทยาเรียกพฤติกรรมนี้ว่า "Occupational Identity Attachment" หรือการยึดติดกับอัตลักษณ์จากงาน คนที่ทำงานนานๆ มักฝังตัวตนเข้ากับงานจนแยกไม่ออกว่าตัวเองคือใครถ้าไม่มีงาน
ผมต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เลย กว่าจะหยุดดูมือถือหรือรอไลน์จากที่ทำงานได้ และต้องหาอะไรอย่างอื่นทำแทน
และนั่นคือวันที่รู้สึกว่าถึงการยอมรับว่าได้ออกจากงานจริงๆ
เรามาดูกันนะครับ สำหรับทุกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะมี 3 ระยะ
William Bridges นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงชีวิต อธิบายไว้ในหนังสือ "Transitions: Making Sense of Life's Changes" ว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงในชีวิตมี 3 ระยะเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการลาออก เปลี่ยนงาน หรือเริ่มชีวิตใหม่
ระยะที่ 1 — Endings
การสิ้นสุดของสิ่งเดิม มักมาพร้อมกับความเศร้าและความสูญเสีย แม้แต่การเปลี่ยนแปลงที่ดีก็ตาม ตอนที่ผมนอนมองเพดานในเช้าวันแรก รู้สึกว่าไม่รู้จะทำอะไรดี ผมกำลังอยู่ในระยะนี้
ระยะที่ 2 — The Neutral Zone
ช่วงกลางที่ไม่ใช่ทั้งของเก่าและของใหม่ ช่วงนี้จะรู้สึกสับสน ไม่มั่นใจ และเหงา ผมอยู่ระยะนี้ประมาณสองสัปดาห์ ยังคอยดูมือถือรองาน แต่ก็เริ่มหาอะไรทำใหม่ๆ
ระยะที่ 3 — New Beginnings
การเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริง ซึ่งจะมาถึงเองเมื่อผ่านระยะที่ 2 ไปแล้ว สำหรับผม มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อต้นอ่อนทานตะวันกล่องแรกงอกขึ้นมา
ความเข้าใจและยอมรับในเรื่องนี้ ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก เพราะรู้ว่าสิ่งที่รู้สึกอยู่เป็นเรื่องปกติ ทุกคนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ต้องผ่านสามระยะนี้ ไม่ใช่แค่ผม
จุดเปลี่ยนที่ไม่คาดคิด — ต้นอ่อนทานตะวัน
สัปดาห์หนึ่งผ่านไปหลังออกจากงาน ผมเริ่มต้นทำในสิ่งที่วางแผนในใจไว้แต่แรกก่อนลาออก คือ การทดลองปลูกผัก/ต้นไม้ เพื่อขายสร้างรายได้ในอนาคต ผมเริ่มซื้อชุดทดลองปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์และชุดทดลองปลูกต้นอ่อนทานตะวันทางออนไลน์ โดยลงทุนซื้อไปหลักร้อยและหลักสิบบาท
ผมขอเล่าการปลูกต้นอ่อนทานตะวันให้ทุกคนได้ทราบกันก่อนนะครับ ว่ากว่าจะได้อย่างที่คิดมันเป็นอย่างไง
ซื้อมาทีแรก เหมือนการทดลองชีววิทยา ต้องดูวิธีการเพาะทั้งที่ได้มาจากชุดทดลองปลูก และคลิปในช่องต่างๆ เริ่มตั้งแต่เอามาแช่น้ำ บ่มในผ้าเปียก เอามาลงดิน ปิดฝาไว้ในที่มืด แล้วก็รอ
เช้าวันต่อมา ลุกขึ้นมาด้วยความอยากรู้ว่ามันงอกหรือยัง
นั่นแหละ คือครั้งแรกในรอบหลายวันที่ตื่นนอนมาแล้วมีเหตุผล
และครั้งแรกที่ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาดูเรื่องงานแล้ว
งานวิจัยจาก University of Exeter ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Health Psychology พบว่า การทำสวนและปลูกต้นไม้ช่วยลด Cortisol หรือฮอร์โมนความเครียดได้จริง และกระตุ้นการหลั่ง Serotonin หรือฮอร์โมนแห่งความสุข
1
แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือ เป้าหมายเล็กๆ ที่ทำให้อยากตื่นนอนในตอนเช้า
แนวคิดของญี่ปุ่นเรียกสิ่งนี้ว่า "Ikigai" หมายถึงเหตุผลที่ทำให้ตื่นนอนในตอนเช้า การค้นพบ Ikigai ของตัวเองไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ บางครั้งมันเริ่มจากเมล็ดเล็กๆ ที่วางอยู่กล่องใส่ดินชื้นๆ ก็ได้
9 วันแห่งการเรียนรู้
วันที่ 1 — แช่เมล็ดทานตะวันในน้ำ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วันที่ 2 — บ่มเมล็ดในผ้าชุบน้ำหมาดๆ และไว้ในที่มืด เริ่มเห็นรากเล็กๆ งอกออกมา
วันที่ 3 — นำเมล็ดลงในกล่องที่มีดิน และรดน้ำให้พอชื้น แล้ววางไว้ในฝาครอบ เพื่อไม่ให้โดนแสง
วันที่ 4 — ต้นเล็กๆ โผล่พ้นดิน
วันที่ 6 — ใบเปิดออกเขียวสด
วันที่ 9 — เต็มกล่อง เขียวสด พร้อมเก็บกิน
ทุกเช้าตื่นมาดู ทุกเช้ามีอะไรให้ดู ทุกเช้ามีความคืบหน้าให้เห็น
และที่สำคัญที่สุด หยุดรอไลน์จากที่ทำงานได้แล้ว
วันที่เก็บเกี่ยว
ใช้กรรไกรตัดต้นอ่อนออกมาใส่ชาม สีของมันเขียวสด กรอบ มัน
ปลูกเองกับมือ กินเองกับมือ
นั่งกินอยู่กับพี่สาว พร้อมน้ำพริกปลาทูและผักต้ม
ความสุขมันเรียบง่ายมาก แต่ก็จริงมาก
รู้สึกเป็นครั้งแรกว่า นี่แหละ คือชีวิตใหม่ที่อยากได้
5 สิ่งที่อยากบอกคนที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิต
1. ช่วงแรกมันยากเสมอ อย่าตัดสินทุกอย่างเร็วเกินไป
ให้เวลาตัวเองอย่างน้อย 3 เดือนก่อนตัดสินว่าการตัดสินใจดีหรือไม่ดี
2. เตรียมตัวก่อนออกจากงานดีกว่า
หาสิ่งที่อยากทำหลังออกไว้ก่อน อย่ารอให้ออกแล้วค่อยหา
3. ความสัมพันธ์สำคัญกว่าที่คิด
อย่าปิดตัวเอง ยอมรับความห่วงใยจากคนที่รักได้
4. หา Ikigai ของตัวเอง
หาสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้อยากตื่นมาทุกเช้า ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ ต้นอ่อนทานตะวันถุงละไม่กี่สิบบาทก็เปลี่ยนชีวิตได้
5. ปล่อยวางของเก่าให้ได้
ถ้ายังคอยดูมือถือรองานอยู่ ก็แปลว่ายังไม่ได้เริ่มชีวิตใหม่จริงๆ
บทสรุป
การเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ไม่ว่าจะเป็นการลาออก เปลี่ยนงาน หรือเกษียณ มันยากกว่าที่คิดเสมอ
แต่ก็ดีกว่าที่คิดเสมอเช่นกัน ถ้าผ่านช่วงแรกมาได้
ไม่ได้บอกว่าทุกคนควรลาออก แต่ถ้าตัดสินใจแล้ว อย่ากลัวความเงียบในเช้าวันแรก เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่
ตอนหน้าจะเล่าเรื่องที่เริ่มปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ครั้งแรกในชีวิต จากคนที่เคยคิดจะปลูกเป็นอาชีพ แต่ยังไม่เคยได้ทดลองปลูกอะไรจริงจัง สู่การเรียนรู้ที่ล้มเหลวและสำเร็จสลับกันไป ติดตามได้เลย
3
— มนุษย์ลุงท้ายซอย
อ้างอิง: Journal of Occupational Health Psychology | Harvard Study of Adult Development (Robert Waldinger) | Transitions: Making Sense of Life's Changes (William Bridges) | Journal of Health Psychology (University of Exeter) | แนวคิด Ikigai
โฆษณา