28 ก.ค. เวลา 08:21 • การเมือง

จีนกับการทูตแบบเจ้านาย….

จะบังเอิญหรือไงไม่ทราบ กับเหตุการณ์เล็กน้อย
ของนักท่องเที่ยวฝรั่งอิตาลีและจีน มาเกิดติดต่อกัน
แล้วท่าทีต่อไทยของสถานทูตนั้น กลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เพราะทั้งสองกรณี ดูแล้วฝ่ายนักท่องเที่ยวผิดเต็มๆ
อิตาลีขอโทษ แบน สังคมก็เล่นงานคนของตัวเอง
ส่วนจีน ไม่ใช่แค่ไม่ขอโทษ แต่ยังมาจี้ฝ่ายไทย
โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ไทยทำเกินกว่าเหตุซะอีก
ล่าสุด คนจีนจะแบนไทยอีก
…เรียกว่าต่างกันฟ้ากับเหวเลย….
…แต่เรื่องนี้มันมีเหตุผล โดยเฉพาะกับจีนเอง…
จีน….เพราะข้าคือมหาอำนาจ !!!
เรื่องเล็กๆนี้ ซ่อนนัยการเมืองระหว่างประเทศ
และบริบททางการเมืองภายในของจีนอยู่เต็มๆ
เอาภายในจีนก่อน
ที่เป็นแบบนี้ เพราะทางจีนนั้นใช้ลักษณะลัทธิชาตินิยม
มาตลอดเวลาอย่างยาวนาน
โดยบอกคนของตัวเองเสมอว่าเป็นเผ่าพันธุ์พิเศษ
และพวกเขาคืออันดับหนึ่งของโลก
ค่านิยมและจารีตอื่นใด นอกจากสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์บอก
นั่นคือสิ่งที่ผิด และไม่จำเป็นต้องเคารพ
ทำให้คนจีนรู้สึกพิเศษ เหนือกว่า เวลาไปที่ไหน
สำหรับบางคนที่การศึกษาน้อย ถึงกับเชื่อว่า
จารีตของที่อื่น เป็นสิ่งผิด และไม่ต้องยอมรับ
ผลคือ คนจีนแผ่นดินใหญ่ ไปไหนก็สร้างปัญหาไปทั่ว
จนเค้าเกลียดกันหมด แม้แต่ประเทศเพื่อนซี้ผู้นำ อย่างรัสเซีย
การที่จีนพูดแบบนั้นกับชาวบ้านมาตลอด
และการปิดข่าวสารที่มี ทางการจีนเองจึงยิ่งต้องรักษา
หน้าคนของตัวเองไว้ ไม่ว่าจะไปทำเรื่องไม่ดีงามที่ไหนก็ตาม
เพื่อให้ตรงกับสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์พูด
ว่าจารีตของคนอื่นที่ไม่ตรงกับพรรคคอมมิวนิสต์
เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และไม่จำเป็นต้องยอมรับ
พวกเราเหนือกว่าคนอื่น เพราะสิ่งเหล่านี้
ดังนั้น จีนจึงไม่เคยขอโทษใครแบบเป็นทางการทั้งสิ้น
ตรงข้ามกับในโลกเสรี ซึ่งชาวบ้านมักเห็นสิ่งที่ไม่ดีงาม
ของพวกตัวเองที่ไปทำที่อื่น แล้วถล่มด่าซ้ำ
…ท่าทีของทางการ มันจึงต่างกันนั่นเอง….
ในการเมืองระหว่างประเทศก็เช่นกัน
เรื่องนี้เป็นผลมาจากนโยบายการต่างประเทศของจีน
ที่เน้นการควบคุมมากกว่าการหาพันธมิตรจริงๆ
เราจะเห็นได้ชัดในกรณีของลาว และกัมพูชา
ซึ่งอาจรวมถึงไทยในอนาคต (หรือควบคุมแล้ว ?)
1
จีนนั้นไม่ได้เพียงต้องการแสวงหาพันธมิตร
แต่พวกเขาต้องการคบกับคนที่ควบคุมได้
มันอาจจะมีคำพูดสวยหรูมากมายจากทางจีน
ต่อประเทศเหล่านี้ จนหลายคนเคลิ้มไป
กับคนที่ยังคุมไม่ได้ จีนก็พยายามรุกคืบไปเรื่อยๆ
โดยอาศัยปัจจัยรอบด้านเข้าช่วย
ในกรณีหลังนี้ รัสเซีย คือภาพที่ถูกฉายอย่างชัดเจนที่สุด
กล่าวคือ รัสเซียกับจีนนั้น ประกาศความเป็นพันธมิตร
แบบไร้ขีดจำกัดในทุกทาง
แต่นั่นแค่คำพูดสวยหรูเท่านั้น
เพราะในทางปฏิบัติ ในขณะที่รัสเซียกำลังติดหล่มสงคราม
จีนกลับช่วยแบบครึ่งๆกลางๆ เหมือนพยายามเลี้ยงไข้มากกว่า
พวกเขาอาจสนับสนุนปัจจัยการผลิตอาวุธ
ช่วยซื้อพลังงาน และลงทุน กับรัสเซียก็จริง
แต่ถ้าถามว่ามันอยู่ในระดับที่ เพียงพอจะให้รัสเซีย
มีชัยในสงครามแบบเด็ดขาดไหม มันก็ไม่ใช่
และจริงๆแล้ว จีนทำได้ แต่ไม่ทำ !
สำหรับจีนแล้ว การที่รัสเซียติดหล่มแบบที่เป็น
กลับเป็นเรื่องดีของพวกเขา ที่จะเข้าไปฮุบทรัพยากร
ที่รัสเซียมีอยู่อย่างมหาศาล
ตลอดจนการเข้าไปฮุบระบบเศรษฐกิจของรัสเซีย
ยิ่งรัสเซียติดหล่มนาน ค้าขายกับตะวันตกไม่ได้
พวกเขาก็ยิ่งไม่มีทางเลือก ตัองพึ่งพาจีนเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบันการใช้เงินหยวนในระบบเศรษฐกิจของรัสเซีย
สูงขึ้นมากจนเป็นอัตราส่วนต่อรูเบิลที่อันตราย
หลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์รัสเซียเอง
ก็ถูกจีนทุบตลาดไปเรียบร้อยแล้ว บริษัทรัสเซียเจ๊ง
และต้องหลีกทางให้รถจีน คนตกงานกันเพียบ
จนรัสเซียต้องรับเข้าบริษัททำอาวุธของรัฐ เพื่อแก้ปัญหา
ในอุตสาหกรรมน้ำมันยิ่งแล้ว สำหรับการขุดเจาะ
ส่วนที่รัสเซียเคยเป็นเจ้าของทั้งหมด หรือเคยหุ้นกับยุโรป
ปัจจุบัน จีนเข้าแทนยุโรปเรียบร้อย และส่วนที่เป็นของทางการ
รัสเซียจริงๆ จีนก็เข้าไปสนับสนุนซัพพลายในระบบเกือบหมด
จนรัสเซียดิ้นหนีไม่หลุด
( รัสเซียมีน้ำมันมาก แต่ความสามารถในการสำรวจ ขุดเจาะ
รวมถึงการทำท่อส่งมีจำกัด ค่อนข้างพึ่งพาเทคโนโลยีตะวันตกมาตลอด เมื่อโดนแบนกระทันหัน จึงต้องดึงจีนเข้ามาแทน )
แล้วจีนก็เล่นแง่ ทั้งซื้อแบบกดราคามโหฬารกับส่วนลด 30%
หรือเล่นแง่กับโครงการท่อส่งจากไซบีเรีย ที่ไม่ตอบรับรัสเซีย
เสียที ทั้งที่เสนอให้มาหลายครั้งแล้ว
ปัจจุบัน เศรษฐกิจรัสเซียอยู่ในอุ้งมือจีนไปแล้ว
ยังดีที่ทางรัสเซียเองไหวตัวทัน และเริ่มพยายามพึ่งจีน
ให้น้อยลง เช่นการเอาเพชร ทองคำรัฐบาลมาขายในปัจจุบัน
กับประเทศอื่นที่ไม่ใช่จีน หรือกระทั่งตลาดมืด
ประชาชนเองก็เริ่มเกลียดทุนจีนมากขึ้นเรื่อยๆ
รถไฟฟ้าจีน ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีอีกแล้ว
ชาวรัสเซียปัจจุบัน นิยมหารรถมือสอง ทั้งยุโรป
ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาจากประเทศที่สามมากกว่า
กรณีรัสเซีย ดีว่าพวกเขาก็ชาตินิยมสูงเช่นกัน
การฮุบจึงไม่ง่าย แม้รัสเซียจะกำลังมีปัญหาหนักก็ตาม
สำหรับจีนแล้ว พันธมิตรไม่มีจริง ถ้าควบคุมไม่ได้
และนี่คือนโยบายต่างประเทศแบบข้าต้องเป็นเจ้านายของจีน
…เพราะงั้น การขอโทษไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ของจีน
แบบเป็นทางการ จึงไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด แม้จะผิดก็ตาม….
…การทูตแบบจีนนั้น เป็นแบบนี้ ชัดเจนในทุกระดับครับ….
ประเทศที่รู้ทันที่ไม่น่าเชื่อ คือเกาหลีเหนือ ที่เข้าใจเรื่องนี้ดี
จึงไม่เอาตัวเองไปพันกับจีนมากเกินไป และยอมเจ็บเองดีกว่า
ปัจจุบัน เกาหลีเหนือ ให้ความสำคัญกับรัสเซียมากกว่าเสียอีก
ย้อนกลับมาที่ไทย และรัฐบาลไทยปัจจุบัน…
ปัจจุบัน เราจะเห็นว่าคนไทยก็ไม่ต่างจากที่อื่นบนโลก
ที่มีคนจีนเข้าไปมากๆ ทั้งถูกและผิดกฎหมาย
คือเริ่มต่อต้าน ทั้งที่ตอนแรกดูเหมือนจะชอบ
แล้วเอาเข้าจริงๆ ดูเหมือนปัญหาที่จีนทำกับไทยนั้น
ค่อนข้างสาหัสมากกว่าที่อื่น ด้วยหลายเหตุผล
ทั้งกับการที่ในไทย มีคนจีนที่ไม่ลืมบ้านเกิดอีกมาก
( แต่ลืม ว่าบรรพบุรุษหลายคน ก็หนีพรรคคอมมา )
หรือกลุ่มผลประโยชน์ทางธุรกิจและการเมือง
ที่อิงกับจีน เพราะรสหวาน ทานง่าย ไร้การตรวจสอบมากไป
เลยกลายเป็นว่า ปัญหาที่รัฐจีน และคนจีนสร้างในไทย
มีมากขึ้นแบบก้าวกระโดด หลังปล่อยมานานหลังรัฐประหาร
จริงๆมันมีมานานแล้ว แต่แรกๆ คนไทยหลายกลุ่มสมประโยชน์
มันก็เลยไม่มีปัญหามากนัก คนจีนเองก็ยังไม่เหิมเท่าวันนี้
แถมยุครัฐประหาร ก็มีความพยายามปิดข่าวเหล่านี้
แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มแย่มากขึ้น คนไทยก็ชักทนไม่ไหว
กับสิ่งที่เกิด เนื่องจากเสียประโยชน์โดยตรง
ก็เลยเริ่มไม่ทน และเริ่มแฉ ต่อต้านมากขึ้นในหลายด้าน
โดยจุดเริ่มต้นที่แรงที่สุด ที่กระตุกคนไทยให้ได้คิด
ก็คือการถล่มของอาคาร สตง. ที่มีบริษัทจีนรับผิดชอบ
ก่อนจะลามไปเรื่องอื่นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ
ที่สินค้า ทุนจีนเข้ามาทำท่าจะผูกขาดตลาดในไทย
จนหลายคนกลัวการตกงาน
และหนักหนา เป็นรูปธรรมล่าสุดคือเรื่องสิ่งแวดล้อม
ที่ทุนจีนทำไว้ ทั้งในไทยและรอบบ้านแบบขาดความรับผิดชอบ
จนคนไทยหลายพื้นที่เดือดร้อนกันไปหมด
แต่….กับกระแสที่เกิดขึ้น
ดูเหมือนว่า จะไม่มีผลต่อผู้มีอำนาจในไทยนัก
ในการเยือนจีนของนายกฯ นายอนุทินเลือกที่จะปิดปากเงียบ
ในเรื่องที่ไทยเสียประโยชน์
แต่กลับพูดปากหวานแบบโง่ๆ ในประเด็นไต้หวัน
ก่อนร้องเพลงเถียนหมีมี่ เพื่อแสดงความภักดี
และเพื่อออกตัวความเป็นจีนในตัว เพื่อเอาใจจีนแบบเวอร์ๆ…
ในขณะที่ธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่ ที่มีอิทธิพลที่สุด
ก็บอกว่า จีนคือบ้านที่แท้จริงของพวกเขา
ในการไปกวางตุ้ง เพื่อเปิดการลงทุนเพิ่ม
โดยสรุป ไทยจึงไม่ได้แก้ปัญหาอะไร ที่มีกับจีนเลย
จากการเยือนของนายกฯที่ผ่านมา
นอกจากการยิ่งเปิดช่องให้ทุนจีนเข้ามาย่ำยีเรามากขึ้น
กับสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อยล่าสุด ก็ยิ่งเห็นชัด
รัฐมนตรีต่างประเทศเราเด้งรับทางจีนมากกว่า
บอกเดี๋ยวจะให้ความเป็นธรรม
สิ่งที่รัฐบาลไทยทำตอนนี้ต่อจีน ….
คือท่าทีของประเทศเอกราช หรือเมืองขึ้นกันแน่ ?
…ผมเชื่อว่าคนไทยหัวใจไทย ไม่ว่าเชื้อชาติอะไร
ก็คงมีคำตอบอยู่แล้วในใจเป็นแน่….
และเชื่อด้วยว่า หากรัฐไทยยังมีท่าทีแบบนี้ต่อไป
ปัญหาที่คนไทยมีกับจีน จะมากขึ้น รุนแรงขึ้นเป็นลำดับ
โดยเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ที่มันกระทบชีวิต
และสุขภาพของคนไทยจำนวนมากโดยตรง….
ถ้าหนักมากๆ ก็ระวังจะเป็นแบบในแอฟริกาบางพื้นที่ล่ะ
…อันนั้นชาวบ้านเผาโรงงาน จับคนจีนมากระทืบ เรียกค่าไถ่
กันเลยทีเดียว ความอดทนคนมันมีขีดจำกัดเมื่อกระทบตัวเอง
และคนที่รัก แบบถึงขั้นตายจากสารพิษได้
…คนเราสามารถระเบิดง่ายมาก กับสิ่งเหล่านี้นี้…
…ถ้ารัฐบาลไทยไม่อยากให้ไปถึงตรงนั้น ก็แก้ปัญหาซะ…
…และวิธีแก้ปัญหา ก็ไม่ใช่ไปปากหวานโง่ๆ ร้องเพลงอีกล่ะ….
สุดท้าย อยากพูดสักสองเรื่อง เกี่ยวกับนายก
และไก่จีนที่กำลังจะเข้ามาสั้นๆ
เรื่องแรก นายกกับประเด็นไต้หวัน
ที่ผมต้องบอกว่าเป็นการปากหวานแบบโง่ๆ
เพราะจริงๆมันมีวิธีพูดมากมาย ที่จะไม่สร้างปัญหา
ซึ่งประเทศเล็กทำได้ และไทยก็ทำมาตลอด
การพูดถึงไต้หวันแบบที่นายกพูด จึงโง่เขลาเบาปัญญามาก
พูดแล้วได้อะไร ไต้หวันที่ลงทุนในไทยมาก
มีคนไทยไปทำงานมาก เอาเงินใหเราตลอด ด่าเละ
สองวันต่อมา สหรัฐก็เล่นงานด้วยภาษีซ้ำอีก
…ไม่เรียกพูดโง่ๆ จะให้เรียกอะไรได้ ….
…จริงๆอยากด่านะ แต่สงสารควาย มันฉลาดกว่านี้….
หรือบางทีอาจเป็นนิสัยนายกเองก็ได้ …
…เห็นมาหลายที หลายเรื่องแล้ว ปากดีกับคนข้างล่าง
แต่พินอบพิเทาเหลือเกินกับคนที่พอๆกันหรือสูงกว่า
หรือมีผลทางการเมือง อำนาจต่อเขา …
2
…ก็คิดดู เป็นเจ้าของบริษัทก่อสร้างใหญ่โต
แต่ลงให้คนที่ทำแค่โรงหิน มันจะอะไรได้ล่ะ
…นอกจากห่วง และหลงแต่อำนาจ
จนทิ้งศักดิ์ศรีและความถูกต้องได้ ผมว่าเขาดูเป็นคนแบบนั้น
…บางที ไอ้ที่ไปหวานเวอร์กับจีน ก็เพราะนิสัยเขาล่ะมั้ง….
1
…เหยียดคนต่ำ ยอมคนสูง ปากหวาน คิดน้อย..
1
ส่วนเรื่องไก่จีน
อันนี้ขอบอกนะครับ ว่าไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะเป็นไก่คุณภาพต่ำ
จากที่คนจีนเลี้ยงจริงๆ
มันเป็นแค่การเปิดทางให้คนขายไก่ชาวไทย
ที่ไปลงทุนในจีนหลายล้านๆ ได้เอาไก่ต้นทุนต่ำที่เขาเลี้ยงที่โน่น
เข้ามาขาย โดยคิดราคาเป็นต้นทุนผลิตในไทยเท่านั้นแหละ
เพราะงั้น สบายใจได้ครับ ไก่ไทยนั่นแหละ 555
…แต่จากทั้งสองเรื่องนี้ ถ้าใครสบายใจได้จริงๆ….
…ผมก็ว่าแปลก….
และควรกลับไปอยู่เมืองจีน เฝ้าฮวงซุ้ยบรรพบุรุษได้แล้วล่ะ…
โฆษณา