Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
มนุษย์ลุงท้ายซอย
•
ติดตาม
5 ส.ค. เวลา 12:30 • สุขภาพ
"โรคร้ายไม่ได้มาโดยไม่บอก — ทำไมคนส่วนใหญ่เลือกไม่สนใจ?"
มนุษย์ลุงท้ายซอย l ตอนที่ 5
3
ผมมีเรื่องหนึ่งที่อยากแชร์กับทุกคน นั่นคือ โรคภัยไข้เจ็บไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่เราสามารถปล่อยผ่านไปง่ายๆ ได้
ทำไมถึงปล่อยผ่านไม่ได้?
เพราะผมมีประสบการณ์เจอโรคร้ายมากับตัวเอง ถึงตอนนั้นจะไม่ตาย แต่ก็ใจหายมาก คิดไปไกลว่าจะไม่รอด
ทั้งที่ร่างกายเตือนมานานแล้ว แต่ผมเลือกไม่สนใจ มันเริ่มจากสัญญาณเล็กๆ ที่มองข้ามมาตลอด
ผมเป็นโรคกระเพาะมากกว่าสิบปี มีอาการปวดท้อง แสบท้องบ่อย ซื้อยากินเองไม่หาย
บางทีก็ไปหาหมอ บางทีก็หยุดยาเองพอรู้สึกดีขึ้น ไม่เคยรักษาต่อเนื่องจริงจังสักครั้ง เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่
นั่นแหละที่สอนให้รู้ว่า การปล่อยให้ร่างกายส่งสัญญาณโดยไม่สนใจ มันสะสมอยู่ข้างในเงียบๆ ทำให้ต้องส่องกล้องมาแล้วสามครั้ง และทุกครั้งหมอก็จะต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ แต่ก็กลัวทุกครั้งที่ต้องรอฟังผล เพราะส่องกล้องมาหลายรอบแล้ว
แต่ผมก็ยังไม่เรียนรู้ที่จะฟังเสียงสัญญาณเตือนของร่างกาย มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นกับผมในช่วงปลายโควิดปี 2565
ร่างกายส่งสัญญาณอีกครั้ง แต่คราวนี้หนักกว่าเดิมมาก มีไข้ หนาวสั่น ไอเรื้อรังไม่หาย เหนื่อยง่ายผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เหงื่อออกตอนกลางคืน คิดว่าแค่หวัดธรรมดา ทนอยู่สักพักก็คงหาย แต่ในความจริงคือกินยาแล้วกินอีก อย่างไงก็ไม่หาย สุดท้ายทนไม่ไหวแล้ว ถึงยอมไปหาหมอ และตอนนั้นช่วงโควิด ต้องบอกว่าจะหาหมอเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจลำบากมากๆ เพราะหมอก็กลัวเราจะไปแพร่โควิด
ผมไปโรงพยาบาลแรก หมอให้ยามากินตามอาการ ก็ยังไม่หาย
ต้องไปหาใหม่ที่โรงพยาบาลที่สอง ต้องตรวจโควิดก่อน พบว่าไม่ได้ติด จึงพบหมอได้ หมอให้ไปตรวจเลือด เอ็กซเรย์ปอด ผลเลือดปกติ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ มีฝ้าที่ปอด และจุดเล็กๆ จำนวนมาก แถมมีก้อนในปอดด้วย ณ เวลานั้น หมอบอกว่าจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อตรวจ
ผมนั่งนิ่งอยู่สักพัก
หมอไม่ได้พูดว่ามะเร็ง แต่ผมรู้ว่าหมอกำลังคิดอะไรอยู่
ด้วยโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ได้รักษามะเร็ง และไม่มีการเจาะปอดไปตรวจชิ้นเนื้อได้ ผมจึงขับรถกลับบ้านคนเดียว คิดถึงสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ คนที่ยังไม่ได้บอกว่าห่วงใยและถามตัวเองว่า "ถ้าเป็นมะเร็งจริง ตัวเองโทษใครได้บ้าง?"
คำตอบคือ โทษตัวเองที่รู้ว่าร่างกายบอกอะไรบางอย่าง แต่เลือกไม่ฟังเพราะก่อนหน้า ผลตรวจสุขภาพประจำปีมีระบุว่าเป็นรอยโรคในปอดแต่ด้วยมันจุดเล็กมาก ผมจึงไม่ได้สนใจ
จากนั้น ไปโรงพยาบาลใหม่แห่งที่สาม เล่าอาการให้หมอฟัง หมอนัดมาทำ CT Scan ผลปรากฏว่าเป็นก้อนในปอดชัดเจนมาก แต่โรงพยาบาลนี้ก็ไม่ได้มีการผ่าตัดหรือรักษามะเร็ง
ผมต้องไปโรงพยาบาลที่สี่ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หมอให้ทานยาก่อนเพื่อบรรเทาอาการ และดูผล CT Scan รวมทั้งให้เอกซเรย์ปอดเป็นระยะ ช่วงนั้นผมเอกซเรย์ปอดบ่อยมาก คือ ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล ซึ่งหมอนัดถี่มาก และบอกว่าฝ้าเยอะขึ้น ก้อนโตเร็วขึ้น จึงนัดส่องกล้องเพื่อตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ผมรอผลอยู่หลายวัน มันนานที่สุดในชีวิต วันไปฟังผลก็ไปคนเดียวทั้งกลัวทั้งกล้าเพราะอยากรู้แล้วรักษาให้จบไป แต่สุดท้ายผลออกมา พบว่าไม่ใช่มะเร็ง
หมอบอกว่าไม่ใช่เนื้อร้าย ในใจผมคิดว่า ถ้าไม่ใช่แล้วก้อนนั้นคืออะไร เลยถามหมอตรงๆว่าต้องผ่าออกไหม หมอก็บอกว่าลองกินยารักษาวัณโรคดูก่อน ถ้าได้ผล ก็ไม่ต้องผ่าออก จะได้เก็บเนื้อปอดไว้ แล้วให้ยาทานรักษาวัณโรคเกือบปีกว่าจะหาย ทั้งที่ตรวจน้ำลายและน้ำเมือกในทางเดินหายใจก่อนหน้านั้น ก็ไม่พบเชื้อวัณโรค หมอบอกว่าเป็นแบบไม่พบเชื้อในน้ำลาย
และยังมีแผลในกระเพาะที่ปล่อยทิ้งไว้จากโรคกระเพาะเดิมที่ไม่เคยรักษาจริงจัง จนตอนนี้กลับมารักษาโรคกระเพาะตามหมอนัดแล้ว หมอบอกว่าเป็นขั้นกว่าคือลำไส้แปรปรวน ซึ่งอาการดีขึ้นมากแล้วจนแทบไม่ผิดปกติเท่าไร
โล่งใจมาก แต่ก็สอนให้รู้ว่า
สองโรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่มาจากนิสัยเดิมที่เหมือนกัน คือรู้ว่าร่างกายบอก แต่เลือกไม่สนใจ
คนดังก็ไม่ต่างกัน
🔴 Steve Jobs — รู้แล้วแต่กลัว
ตรวจพบมะเร็งตับอ่อนปี 2546 หมอแนะนำให้ผ่าตัดทันที
แต่เขาเลือกรักษาด้วยวิธีทางเลือกนาน 9 เดือน
กว่าจะยอมผ่าตัดก็สายเกินไปแล้ว
เขาพูดทีหลังว่า "ผมไม่อยากให้ใครมาเปิดร่างกายผม เลยพยายามหาวิธีอื่นก่อน"
ชายที่เปลี่ยนโลกด้วย iPhone เสียชีวิตตอนอายุ 56 ปี
บทเรียน — กลัวรู้ความจริง จึงเลือกเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ
🟡 Lance Armstrong — เพิกเฉยแต่รอดมาได้
นักปั่นจักรยานระดับโลก รู้สึกปวดขาหนีบ ไอเป็นเลือด ปวดหัว
แต่คิดว่าเป็นเพียงอาการจากการฝึกซ้อมหนัก
เพิกเฉยมาถึง 5 เดือนครึ่ง จนก้อนที่อัณฑะโตขึ้นสามเท่า ถึงยอมไปหาหมอ
มะเร็งระยะสาม ลามไปแล้วทั้งปอด สมอง และช่องท้อง โอกาสรอดน้อยกว่า 50%
แต่เขารอด และกลับมาชนะ Tour de France ถึง 7 ครั้ง
เขาพูดทีหลังว่า "ถ้าผมเชื่อในสัญญาณเตือนก่อน ผมจะไปหาหมอก่อนที่โรคจะลุกลาม"
บทเรียน — เพิกเฉยนานเกินไป แต่โชคดีที่ไปทัน
⚫ Bob Marley — รู้แล้วแต่ไม่ยอมรักษา
หมอพบมะเร็งผิวหนังและแนะนำให้รักษาตั้งแต่แรก
แต่เขาปฏิเสธด้วยเหตุผลทางความเชื่อ
เสียชีวิตตอนอายุแค่ 36 ปี
ถ้าวันนั้นยอมฟังหมอ เขาอาจยังอยู่มาให้เราฟังเพลงถึงทุกวันนี้
บทเรียน — ความเชื่อบางอย่างทำให้เพิกเฉยต่อสัญญาณอันตราย
สามคนนี้บอกอะไรเราได้บ้าง?
Steve Jobs — กลัวรู้ความจริง เลือกเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อ
Lance Armstrong — เพิกเฉยนาน แต่รอดเพราะไปหาหมอทัน
Bob Marley — รู้แล้วแต่ไม่ยอมรักษา
คุณจะเป็นแบบไหน?
ทำไมคนส่วนใหญ่เลือกไม่สนใจ?
ผมถามตัวเองเรื่องนี้มานาน และได้คำตอบสามอย่าง
หนึ่ง — คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่
ปวดท้องก็ซื้อยากิน แสบท้องก็กินยาลดกรด อาการดีขึ้นชั่วคราว ก็คิดว่าหายแล้ว
แต่ที่จริงมันไม่ได้หาย มันแค่ซ่อนตัวอยู่
สอง — ยุ่งเกินไปจนไม่มีเวลา
ผมทำงานมากว่า 20 ปี วันๆ มีแต่ประชุม กลับบ้านมาก็ต้องทำงานบ้าน และดูแลคุณแม่
Lance Armstrong เองยังคิดแบบนี้ ปวดก็คิดว่าเป็นเพราะฝึกซ้อมหนัก
ผมเองก็คิดแบบนี้มาตลอด จนสายเกือบไม่ทัน
สาม — กลัวรู้ความจริง
Walter Isaacson นักเขียนชีวประวัติ Steve Jobs บอกว่า
"เขาคิดว่าถ้าเพิกเฉยต่อสิ่งที่ไม่อยากให้มีอยู่ มันก็จะหายไปเอง"
แต่รู้ไหมว่าอะไรน่ากลัวกว่า?
คือการรู้อาการป่วยของร่างกายที่ช้าเกินไป
ดังนั้น สัญญาณที่ร่างกายส่งมาบอก อย่ามองข้าม ทุกคนสามารถเริ่มได้เลยวันนี้
ตรวจสุขภาพทุกปี ไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่คือการรู้ก่อนจะรักษาได้ก่อน ถ้ามีอาการผิดปกติ อย่าซื้อยากินเองนานเกินไป ไปหาหมอดีกว่า
สัญญาณเตือนให้ฟังร่างกาย
สรุป
Steve Jobs รู้แต่กลัว Lance Armstrong รู้แต่เพิกเฉย Bob Marley รู้แต่ไม่ยอมรักษา
และผม รู้แต่คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่
ทั้งหมดนี้มาจากนิสัยเดิมที่เหมือนกัน ร่างกายบอกก่อนเสมอ แค่เราเลือกจะฟังหรือเปล่า
"คนส่วนใหญ่พร้อมให้คุณดูแล
แต่ไม่ค่อยจะมีใครพร้อมดูแลคุณ
ดูแลตัวเองเสียก่อนตั้งแต่วันนี้
เพื่อตัวคุณและคนที่คุณห่วงใย"
— มนุษย์ลุงท้ายซอย
อ้างอิง: กรมควบคุมโรค | สถาบันมะเร็งแห่งชาติ | Steve Jobs Biography — Walter Isaacson | Lance Armstrong Foundation | Bob Marley Biography
สุขภาพ
3 บันทึก
13
17
16
3
13
17
16
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย