Tax Refund บริษัท “ขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย” 5.7 ล้านบาทจาก Mapping Service บริการจัดทำแผนที่ ลูกค้าหักภาษี 3% ไว้ระหว่างปี กรมสรรพากรตรวจสอบภาษีก่อนคืนภาษี พบว่ามี Tax Loss 8.5 ล้านบาทในแบบ ภงด. 50 (Tax Accounting บัญชีภาษีอากร) แต่เป็น “ผลขาดทุนภาษี” มาจาก “รายจ่ายต้องห้ามภาษี” Non-Deductible Expense ที่ “น่าสงสัย” Suspicious Expense หรือไม่? กรมสรรพากรจึงตรวจสอบภาษีเชิงลึกไปถึง “ผู้ให้เช่ารถ” เพื่อ “พิสูจน์ผู้รับค่าเช่ารถ” นำเงินออกจากบริษัท
1. “ผู้ให้เช่ารถ” บุคคลธรรมดา “ไม่มีสัญญาเช่ารถ” (รถ/คนขับรถจำนวนมาก) ติดต่อ “ผู้ให้เช่ารถ” ไม่ได้
2. “ค่าเช่ารถ” 6 ล้านบาทตลอด 4 ปี จ่ายให้สำหรับการเช่ารถจาก “ผู้ให้เช่าคนเดียว” เท่านั้น
3. “ผู้ให้เช่ารถ” ไม่มีหลักฐานการจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา Personal Income Tax: Reconciliation
4. “เช็คสั่งจ่ายผู้ให้เช่ารถ” ค่าเช่ารถตลอด 4 ปี รวม 78 ฉบับ แต่นำไป “ขึ้นเงินตามเช็ค” 3 ฉบับ
5. “บริษัทผู้เช่ารถ” ออก “บิลเงินสด” เป็น “เอกสารประกอบการลงบัญชี” ไม่มี “รายละเอียดผู้รับเงิน”
ผู้เกี่ยวข้องกับ “บัญชีการเงิน” Financial Accounting ใน “งบการเงิน” (1) คนทำบัญชี (2) สำนักงานบัญชี (3) ผู้สอบบัญชี (4) กรรมการบริษัท (5) ผู้ถือหุ้น ไม่พบอะไร? ก่อน “ออกงบการเงิน” เลยหรือ? จึงยอมให้บริษัทนำส่ง “งบการเงิน” ไปยัง “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” และนำส่ง “แบบ ภงด.50” ให้แก่กรมสรรพากร “ทุกปี” ตลอดที่ผ่านมา 4 ปี
“ภาษีโปร่งใส...ประเทศไทยพัฒนามากกว่านี้”
Tax Health Check: Prior to Tax Refund ตรวจสุขภาพภาษีเองก่อนขอคืนภาษี
YouTube: ONE Law Academy (Playlist ภาษี 32 ตอน)
#ภาษี #ขอคืนภาษี #TaxRefund #รายจ่ายต้องห้าม #รายจ่ายปลอม #ค่าเช่าปลอม #ค่าเช่ารถ
#ผลขาดทุนภาษี #TaxLoss #CorporateTax #TaxAudit #บัญชีภาษีอากร #NonDeductibleExpense
#TaxGovernanace #TaxCompliance #TaxHealthCheck #ตรวจสอบภาษี
ชินภัทร วิสุทธิแพทย์
ONE Law Office
LINE: @chinapatonelaw