11 ส.ค. เวลา 11:43 • ครอบครัว & เด็ก

"ดูแลแม่จนวันสุดท้าย — วันนี้ชีวิตดีทุกอย่าง คุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร?"

มนุษย์ลุงท้ายซอย | ตอนที่ 6
"แม่ไม่ได้สอนด้วยคำพูดมากนัก
แต่สอนด้วยสิ่งที่ทำทุกวัน
จนวันนี้ยังจำได้ไม่เคยลืม"
การดูแลแม่จวบจนวันสุดท้าย หลายคนคิดว่าทำเพราะเป็นหน้าที่ ทำเพราะจำใจ หรือทำเพราะไม่มีคนอื่นทำ แต่ในความจริงการตอบแทนพระคุณแม่เป็นสิ่งเราทุกคนที่เป็นลูกควรพร้อมต็มใจทำเพื่อท่าน
ถามว่าคนที่ดูแม่จวบจนวันสุดท้าย แล้วได้อะไร เรื่องนี้ผมตอบไม่ได้ เพราะตอนที่ผมดูแลแม่ ผมคิดแต่จะให้แม่มีความสุข อยู่กับเราไปนานๆ ดูแลท่านทุกวันอย่างเต็มกำลังที่ทำให้ท่านได้
จนมาถึงวันนี้ แม้ท่านจากไปแล้วเกือบสี่ปี แต่ความภูมิใจที่ได้ดูแลท่านยังคงอยู่เสมอ และชีวิตก็ดำเนินมาได้อย่างดี มีความสุข มีหน้าที่การงาน มีฐานะการเงิน และมีเพื่อนที่ดี บางทีมีปัญหา อุปสรรคเข้ามาก็สามารถแก้ไข และผ่านไปได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก สุขภาพร่างกายก็แคล้วคลาดโรคร้ายมาได้
คุณคิดว่าเรื่องราวดีๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้กับผม คุณคิดว่าเป็นเพราะอะไร?
โชคชะตา? พรสวรรค์? หรือมีอะไรบางอย่างที่ลึกกว่านั้น?
ผมขอเล่าเรื่องของแม่และตัวผมเองให้ฟังแล้วให้ทุกคนตัดสินใจเองครับ
แม่ที่ผมรู้จัก
แม่จบแค่ประถม แต่สอนสิ่งที่โรงเรียนไม่มีสอน
ผมเป็นลูกคนที่สี่จากห้าคน พี่สาวสองคน มีพี่ชายและน้องชาย
บ้านเราไม่ได้รวยมาก แต่ไม่เคยอด เพราะแม่ขยันมาก ทุกเช้าตีสี่ แม่ลุกขึ้นทำอาหารก่อนใคร ทำวันละสองครั้ง เช้าและเย็น ไม่เคยขาด นอกจากนั้น ญาติทุกคนบอกว่าสมัยสาวๆ แม่สวยมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้แม่ขาดความมั่นใจตลอดชีวิต ก็คือหูข้างหนึ่งไม่ค่อยได้ยิน เลยทำให้ติดพูดเสียงดัง แต่สำหรับลูกๆ เสียงดังของแม่คือเสียงที่คุ้นเคยที่สุดในชีวิต
แม่สอนอะไรให้กับพวกเรา?
แม่ไม่ได้สอนด้วยตำรา แต่สอนด้วยสิ่งที่ทำทุกวัน ให้เห็นใจคนอื่น จงอย่าเอาเปรียบใคร ช่วยเหลือคนอื่นเมื่อทำได้ และเคารพผู้ใหญ่
สิ่งเหล่านี้แหละ คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "มารดาบิดาเป็นพรหมของบุตร เป็นครูคนแรกของบุตร" แม่คือพรหมในบ้าน ไม่ต้องไปหาที่ไหน
แต่แล้วมาวันหนึ่ง ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปแบบทันทีทันใด
ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ใกล้จะสอบปลายภาค วันนั้นแม่เส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซ้าย จากวันนั้น ผมกลายเป็นคนหลักในการดูแลแม่ ตั้งแต่หาอาหาร อาบน้ำ พาเข้าห้องน้ำ ไม่ได้คิดว่าเหนื่อย เพราะแม่เคยทำทุกอย่างให้เรามาก่อน
หนักกว่านั้นยังมีอีก
ต่อมาเส้นเลือดในสมองตีบหลายครั้ง ส่งผลความดันสูง จนสุดท้ายเส้นเลือดในสมองแตกอีก ตลอดหลายปีแม่ต้องพบกับเส้นเลือดในสมองแตกสามครั้งและหมอต้องเจาะกะโหลกเป็นรูเพื่อเดรนเลือดออกจำนวนสามรู
เราที่เป็นลูกก็ว่าเหนื่อยในการดูแลรักษา แต่สำหรับแม่แล้ว การพยายามสู้กับโรค กับร่างกายที่ทรุดลง เพื่อยังคงมีชีวิตอยู่กับลูกๆ ผมคิดว่าแม่เป็นนักสู้ที่แท้จริง ถ้าเป็นคนอื่นคงยอมแพ้ไปนานแล้ว
หลังจากนั้น แม่เริ่มความจำเสื่อม อารมณ์เปลี่ยน ผมนอนเฝ้าแม่ทุกคืน ไม่ได้นอนหลับสนิทเลย
ต่อมาพอแม่ติดเตียง ต้องใส่สายสวนปัสสาวะ ให้อาหารทางสายยาง
ผมกับพี่สาวคนโตช่วยกัน พี่สาวลาออกจากงานมาดูแลแม่เต็มเวลา
ผมไปเรียน/ทำงานเช้า เย็นกลับมาดูแลแม่ ทำแบบนี้มาเกือบสามสิบปี จนถึงวันสุดท้ายแม่จากไปอย่างสงบที่บ้าน แต่ถึงอย่างไรตลอดเวลาที่ผมดูแลแม่ มีสิ่งหนึ่งที่ทำเป็นประจำก็ คือ กอดแม่
ทำไมการกอดแม่ เราถึงรู้สึกอบอุ่น สบายใจ ความเหนื่อยล้าทั้งหลายบรรเทาลงได้?
และไม่ใช่แค่เราที่รู้สึกสบายใจ อุ่นใจ ผมกอดแม่ก็ทำให้แม่อุ่นใจเช่นกัน ถึงแม้ร่างกายของแม่จะเป็นภาระทำให้แม่รู้สึกอึดอัด แต่พอเรากอดแม่ ผมเห็นได้ชัดว่าแม่ผ่อนคลาย สบายใจลง แม้ตอนที่แม่ป่วยหนัก ความจำเสื่อม บางทีจำหน้าลูกไม่ได้แล้ว แต่พอเราเข้าไปกอดท่าน แขนของแม่ยังกอดกลับเสมอ
ร่างกายจำความรักได้ แม้ความทรงจำจะหายไปแล้ว
วิทยาศาสตร์บอกว่า เวลากอดใครสักคน ร่างกายหลั่งสาร Oxytocin หรือ "ฮอร์โมนแห่งความรัก" ออกมา
งานวิจัยจาก Carnegie Mellon University พบว่า คนที่ได้รับการกอดบ่อยๆ มีภูมิคุ้มกันดีกว่า เครียดน้อยกว่า และสุขภาพจิตดีกว่า
นักจิตวิทยา Harry Harlow ทำการทดลองพบว่า ลูกที่ได้รับความอบอุ่นและกอดได้ เติบโตมาอย่างมีความสุขและมั่นคงทางจิตใจ
ความอบอุ่นสำคัญกว่าทุกสิ่ง
การกอดของแม่บอกโดยไม่ต้องพูดว่า
"แม่อยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัว แม่รักลูก ทุกอย่างจะผ่านไปได้"
และในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
"เมตตา คือความรักโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน"
อ้อมกอดของแม่คือเมตตาที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก
กตัญญูคืออะไร?
ไม่ใช่แค่พูดว่ารักแม่ แต่คือการลงมือทำจริงๆ
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย ว่า บุตรที่ดีควรทำสิ่งเหล่านี้
หนึ่ง — เลี้ยงดูท่าน ตอบแทนที่ท่านเลี้ยงเรามา
สอง — ช่วยทำกิจของท่าน ไม่ปล่อยให้ท่านลำบากคนเดียว
สาม — ดำรงวงศ์ตระกูล ทำตัวให้ดี ไม่ทำให้ท่านอับอาย
สี่ — ประพฤติตนให้ควรแก่มรดก ดำเนินชีวิตดีงาม
ห้า — ทำบุญอุทิศให้ท่าน เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว
อานิสงส์ของการดูแลแม่
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
"ผู้ใดเลี้ยงดูมารดาบิดา จะได้รับการสรรเสริญในชาตินี้ และมีสุคติในชาติหน้า"
และยังตรัสอีกว่า
"ถ้าบุตรแบกมารดาบิดาบนบ่าตลอด 100 ปี ก็ยังไม่อาจตอบแทนพระคุณท่านได้หมด"
ผมดูแลแม่มาเกือบสามสิบปี ก็ยังรู้สึกว่าตอบแทนได้ไม่หมดอยู่ดี
สิ่งที่ได้จากการดูแลแม่
คนรอบข้างบอกว่า ดูแลแม่หนักขนาดนี้ ร่างกายต้องแย่
แต่กลับเป็นว่า พี่น้องคนอื่นที่ไม่ได้ดูแลแม่ เป็นความดัน เบาหวานกันหมด
ส่วนผม เรียนจบมหาวิทยาลัยปริญญาตรีตอนอายุ 20 ปี จบปริญญาโทอีกใบตอน 23 ปี ทำงานได้ดี มีเพื่อนที่ดี ไม่มีหนี้สิน มีบ้าน มีรถ ตอนนี้ลาออกมาพักผ่อนได้โดยไม่กังวลเรื่องเงิน
คุณคิดว่าใช่เรื่องบังเอิญไหม?
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ผู้ที่ทำดีย่อมได้รับผลดี"
การดูแลแม่ด้วยใจรัก ไม่ได้แค่ช่วยแม่ แต่มันรักษาจิตใจและร่างกายเราด้วย
วันที่แม่จากไป
แม่เสียตอนปีเดียวกับที่ผมป่วยหนัก ปีนั้น ผมทั้งเสียแม่และเผชิญกับความเจ็บป่วยของตัวเอง แต่ทุกปี ผมทำบุญให้แม่ตรงวันครบรอบ ไม่เคยลืม เพราะรู้ว่า ทุกสิ่งที่ดีในชีวิตวันนี้ มาจากสิ่งที่แม่ปลูกฝังไว้
สำหรับคนที่แม่ยังอยู่
อย่ารอให้สายเกินไป กลับบ้านไปกอดแม่วันนี้เลย เพราะวันหนึ่งเราจะคิดถึงอ้อมกอดนั้นมากที่สุด แต่อาจไม่มีโอกาสได้กอดอีกแล้ว
สำหรับคนที่แม่จากไปแล้ว เหมือนผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ อ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในชีวิต และจะจำไปตลอด
กลับมาที่คำถามแรก
ดูแลแม่จนวันสุดท้าย แล้วชีวิตดีทุกอย่าง เป็นเพราะอะไร?
ผมตอบได้แค่ว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกฎแห่งกรรม หรือเพราะแม่คอยดูแลอยู่จากข้างบน
แต่รู้อย่างหนึ่ง
ทำดีกับแม่ คือการได้ตอบแทนพระคุณ และเต็มใจที่สุดเลย
ผลของการดูแลมารดาบิดา
ถึงทุกคนที่ยังมีแม่อยู่ โทรหาแม่วันนี้ บอกว่ารักและขอบคุณท่าน พาท่านไปกินข้าว ช่วยงานบ้านให้ท่าน นั่งฟังท่านเล่าเรื่อง และที่สำคัญที่สุด กลับบ้านไปกอดแม่สักครั้ง
เพราะพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า
"มารดาบิดาเป็นพรหมของบุตร ผู้ใดบูชาท่านทั้งสอง ผู้นั้นบูชาพรหมในบ้านตนเอง"
แม่ปลูกความดีไว้ในใจลูก
จนวันนี้ยังงอกงามไม่เคยเหี่ยว
แม้แม่จากไปแล้ว
รักแม่ยังอยู่ที่เดิมเสมอ
วันแม่ปีนี้ ทำอะไรสักอย่างให้แม่นะครับ ก่อนที่วันนั้นจะมาถึง
สุขสันต์วันแม่ 12 สิงหาคม 2569
— มนุษย์ลุงท้ายซอย
อ้างอิง: พระไตรปิฎก อังคุตตรนิกาย | ทีฆนิกาย สิงคาลกสูตร | Carnegie Mellon University Research on Hugging | Harry Harlow Contact Comfort Study
โฆษณา