1 ก.ย. เวลา 07:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ลดต้นทุนพลังงานให้คุ้ม SME เช็กสิทธิภาษี 1.5 เท่าอย่างไรให้ถูกต้อง

ต้นทุนพลังงานเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายสำคัญของหลายธุรกิจ การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานจึงอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและวางแผนลดต้นทุนในระยะยาว ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติครบและเลือกสินทรัพย์ตรงตามหลักเกณฑ์ อาจได้รับประโยชน์จากสิทธิภาษี 1.5 เท่าตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 805
อย่างไรก็ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 805 ประกอบด้วย 2 มาตรการที่มีผู้ใช้สิทธิและเงื่อนไขแตกต่างกัน ได้แก่ สิทธิสำหรับบุคคลธรรมดาที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในบ้านอยู่อาศัย และสิทธิภาษี 1.5 เท่าสำหรับการลงทุนในอุปกรณ์ประหยัดพลังงานของธุรกิจ บทความนี้จึงชวน SME ทำความเข้าใจความแตกต่าง พร้อมไล่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ซื้อ รุ่นอุปกรณ์ เอกสาร และระยะเวลาดำเนินการก่อนตัดสินใจลงทุน
  • พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 805 ให้สิทธิใครบ้าง
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ครอบคลุม 2 มาตรการที่มีผู้ใช้สิทธิและเงื่อนไขต่างกัน การระบุว่าใครเป็นผู้ซื้อและนำทรัพย์สินไปใช้ที่ใด จึงเป็นขั้นตอนแรกก่อนขอใบเสนอราคา
  • บุคคลธรรมดาใช้สิทธิ Solar Rooftop สำหรับบ้านได้อย่างไร
สิทธิส่วนนี้ใช้กับบุคคลธรรมดาที่ซื้อและติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนหนึ่งของอาคารอยู่อาศัย และเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำเร็จ หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง รวมไม่เกิน 200,000 บาท ใช้ได้ 1 ครั้ง และไม่เกิน 1 ระบบตลอดมาตรการ
วิธีเตรียมตัวก่อนติดตั้ง
1. ตรวจว่าอาคารเป็นที่อยู่อาศัยและชื่อผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาที่จะใช้สิทธิ
2. เลือกผู้ติดตั้งที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าสามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ตามเงื่อนไขได้
3. ขอใบเสนอราคาที่แยกรายการอุปกรณ์ ค่าติดตั้ง และสถานที่ติดตั้งให้ครบ
4. วางแผนการขอเชื่อมต่อกับ กฟน. หรือ กฟภ. เพราะต้องใช้สิทธิในปีภาษีที่เชื่อมต่อโครงข่ายสำเร็จ ไม่ใช่พิจารณาจากปีที่ชำระเงินเพียงอย่างเดียว
5. เก็บสัญญา ใบกำกับภาษี หลักฐานชำระเงิน เอกสารตรวจรับ และหลักฐานวันที่เชื่อมต่อระบบไว้ด้วยกัน
วงเงิน 200,000 บาทนี้ไม่ใช่สิทธิของบริษัท และไม่ใช่สิทธิสำหรับ Solar Rooftop ที่ติดตั้งในโรงงาน ร้านค้า หรือสำนักงานในนามนิติบุคคล
  • SME และนิติบุคคลใช้สิทธิภาษี 1.5 เท่าได้อย่างไร
ผู้ที่อาจใช้สิทธิ ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(5), 40(6), 40(7) หรือ 40(8) และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
กฎหมายให้ยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติม 50% ของค่าใช้จ่ายหรือรายจ่ายลงทุนที่เข้าเกณฑ์ จึงเรียกโดยทั่วไปว่า “สิทธิภาษี 1.5 เท่า” แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกิจการจะนำเงินลงทุน 1.5 เท่าไปหักในปีแรกได้ทันที สำหรับนิติบุคคลยังต้องพิจารณาการบันทึกเป็นทรัพย์สิน การหักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคา และช่วงเวลาการใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ภาษี
ในทางปฏิบัติ ควรนำใบเสนอราคา รายละเอียดรุ่น แผนส่งมอบ และข้อมูลสิทธิภาษีอื่นของโครงการให้ผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตรวจก่อนออกใบสั่งซื้อ เพื่อแยกว่าส่วนใดเป็นรายจ่ายลงทุน ส่วนใดไม่เข้าเกณฑ์ และต้องเก็บหลักฐานอย่างไร สิทธินี้เป็นการลดฐานภาษี ไม่ใช่เงินคืนหรือเงินอุดหนุน ผลประหยัดจริงขึ้นอยู่กับกำไรหรือขาดทุน ฐานภาษี อัตราภาษี และวิธีใช้สิทธิของแต่ละกิจการ
  • อุปกรณ์ประหยัดพลังงานแบบใดใช้สิทธิภาษี 1.5 เท่าได้
ทรัพย์สินที่ใช้สิทธิต้องเป็นเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน และได้รับการรับรองฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานระดับ 5 ดาวจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งนี้ การได้รับฉลาก 5 ดาวเป็นเพียงหนึ่งในเงื่อนไข ผู้ประกอบการยังต้องตรวจสอบคุณสมบัติของทรัพย์สินและเงื่อนไขการใช้สิทธิอื่น ๆ ตามที่มาตรการกำหนด
คำโฆษณาว่า “ประหยัดไฟ” หรือการมีฉลากเบอร์ 5 เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ยืนยันว่าใช้สิทธินี้ได้ ผู้ซื้อควรตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ ชื่อ ยี่ห้อ รุ่น และสถานะการรับรองจากฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการของพพ. หรือ กฟผ. ให้ตรงกับสินค้าที่จะซื้อ รวมถึงตรวจสอบเงื่อนไขอื่นของมาตรการให้ครบถ้วน
  • วิธีตรวจสอบก่อนออกใบสั่งซื้อ
1. ขอชื่อผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ และรหัสรุ่นเต็มจากผู้ขาย ไม่ใช้เพียงชื่อทางการค้า
2. ตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์และรุ่นสินค้าจากฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการของ พพ. หรือ กฟผ. พร้อมตรวจสถานะการรับรองให้ตรงกับสินค้าที่จะซื้อ
3. บันทึกผลการค้นหาเป็นไฟล์หรือภาพหน้าจอ พร้อมวันที่ตรวจสอบ
4. เทียบรหัสรุ่นในฐานข้อมูลกับใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ ใบกำกับภาษี และป้ายบนตัวเครื่อง
5. หากค้นไม่พบหรือรายละเอียดไม่ตรง ให้ขอหลักฐานการรับรองจากผู้ขาย และตรวจสอบกับ พพ. หรือ กฟผ. ก่อนนำสิทธิภาษีมาคำนวณผลตอบแทน
เอกสารที่ควรขอจากผู้ขาย ได้แก่ ใบเสนอราคาที่ระบุรุ่น หลักฐานรับรอง 5 ดาว รายละเอียดทางเทคนิค หมายเลขประจำเครื่อง (Serial Number) เงื่อนไขการออก e-Tax Invoice และแผนส่งมอบ ติดตั้ง ตรวจรับ และพร้อมใช้งาน
  • SME ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนใช้สิทธิภาษี 1.5 เท่า
1. เป็นทรัพย์สินใหม่และอยู่ในประเทศไทย
ทรัพย์สินต้องไม่เคยผ่านการใช้งาน อยู่ในประเทศไทย และใช้ในกิจการ สินค้ามือสองหรือเครื่องจักรปรับสภาพจึงไม่เข้าเงื่อนไข ส่วนสินค้าเคลียร์สต็อกควรตรวจว่าเป็นของใหม่จริง รุ่นยังได้รับการรับรอง และเอกสารระบุรหัสรุ่นครบ
วิธีตรวจคือ ขอหนังสือยืนยันสภาพสินค้าใหม่ ตรวจหมายเลขประจำเครื่องกับเอกสารส่งมอบ และบันทึกสถานที่ติดตั้งในทะเบียนสินทรัพย์ หากมีการย้ายทรัพย์สิน ควรเก็บประวัติการย้ายและสถานที่ใช้งานไว้ด้วย
2. ได้มาและพร้อมใช้งานภายในกำหนด
ทรัพย์สินต้องได้มาและพร้อมใช้งานนับตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 การมีเพียงใบสั่งซื้อ ใบมัดจำ หรือหลักฐานชำระเงินยังไม่ยืนยันว่าเครื่องจักรพร้อมใช้งาน โดยเฉพาะโครงการที่ต้องติดตั้งและทดสอบระบบ
ควรกำหนดวันส่งมอบ ติดตั้ง ทดสอบ และตรวจรับไว้ในสัญญา พร้อมเผื่อเวลาสำหรับความล่าช้า เมื่อระบบทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ ให้จัดทำใบตรวจรับหรือรายงานเริ่มใช้งานที่ระบุวันที่ รุ่น หมายเลขประจำเครื่อง สถานที่ติดตั้ง และผู้อนุมัติ
3. จ่ายให้ผู้ขายที่ออก e-Tax Invoice ได้
ผู้ขายต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออก e-Tax Invoice ตามเงื่อนไขได้ ก่อนชำระเงินควรขอคำยืนยันและให้ฝ่ายบัญชีตรวจตัวอย่างเอกสาร เมื่อได้รับเอกสาร ให้ตรวจชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ รายละเอียดสินค้า รุ่น จำนวน และมูลค่าให้ตรงกับการซื้อจริง หากผิดควรขอแก้ไขทันที
4. ประเภทผลิตภัณฑ์และรุ่นสินค้าต้องเข้าเกณฑ์ที่กำหนด
ตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์และรุ่นสินค้าจากฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการของ พพ. หรือ กฟผ. ก่อนออกใบสั่งซื้อ ไม่ใช้เพียงฉลากบนสินค้า โบรชัวร์ หรือคำยืนยันของฝ่ายขาย เพราะสินค้าในกลุ่มเดียวกันอาจมีรุ่นและระดับประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน ควรแนบผลการตรวจสอบไว้กับเอกสารจัดซื้อ และให้ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายวิศวกรรม และฝ่ายบัญชีใช้รหัสรุ่นเดียวกัน หากเปลี่ยนรุ่นระหว่างส่งมอบ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ก่อนรับสินค้า
5. ไม่ใช้สิทธิซ้ำกับมาตรการภาษีอื่น
รายจ่ายเดียวกันต้องไม่ถูกนำไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงอื่น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจเป็นรายสินทรัพย์ และทำทะเบียนสิทธิที่ระบุเลขที่สินทรัพย์ มูลค่า วันที่พร้อมใช้ มาตรการที่ใช้ และผู้ตรวจสอบ
6. ไม่ใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน
ทรัพย์สินต้องไม่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ตามข้อห้ามของมาตรการ หากธุรกิจมีทั้งกิจการที่ได้รับและไม่ได้รับการส่งเสริม ควรให้ฝ่ายบัญชีและผู้ดูแลสิทธิตรวจว่าอุปกรณ์ใช้กับโครงการใด มีการแบ่งต้นทุนหรือใช้ร่วมกันหรือไม่ และจัดเอกสารแยกให้ตรวจสอบได้
  • Solar Rooftop ของธุรกิจใช้สิทธิ 1.5 เท่าได้หรือไม่
ไม่ควรสรุปว่าใช้ได้โดยอัตโนมัติ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบคุณสมบัติของอุปกรณ์แต่ละรายการกับฐานข้อมูลและประกาศล่าสุดของ พพ. ก่อนใช้สิทธิ เพราะ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 805 ระบุสิทธิ Solar Rooftop โดยตรงสำหรับบุคคลธรรมดาที่ติดตั้งในอาคารอยู่อาศัย ส่วนสิทธิของธุรกิจผูกกับเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือวัสดุที่ผ่านเกณฑ์ 5 ดาวของ พพ.
โรงงาน ร้านค้า หรือสำนักงานควรขอให้ผู้ขายแจกแจงอุปกรณ์แต่ละรายการ เช่น อินเวอร์เตอร์ ระบบควบคุม หรืออุปกรณ์ประกอบ แล้วตรวจรุ่นในฐานข้อมูลทางการทีละรายการ จากนั้นส่งรายการพร้อมใบเสนอราคาให้ผู้ทำบัญชีพิจารณา ไม่ควรใช้ข้อความว่า “ระบบโซลาร์ทั้งชุดลดภาษีได้ 1.5 เท่า” หากยังไม่มีหลักฐานรองรับครบ
หากยังยืนยันสิทธิไม่ได้ ควรประเมินความคุ้มค่าจากค่าไฟที่คาดว่าจะลดลง อายุการใช้งาน ค่าบำรุงรักษา และระยะเวลาคืนทุนก่อน โดยแยกประโยชน์ทางภาษีเป็นกรณีเพิ่มเติมเมื่อได้รับการยืนยัน
  • สิทธิภาษี 1.5 เท่าคำนวณอย่างไร
ตัวอย่าง หากกิจการมีรายจ่ายลงทุนที่เข้าเกณฑ์ 300,000 บาท ส่วนยกเว้นเพิ่มเติม 50% จะมีฐานคำนวณ 150,000 บาท หากเป็นบริษัทที่มีกำไรสุทธิทางภาษีเพียงพอและเสียภาษีอัตรา 20% ผลประหยัดภาษีเชิงประมาณการจากสิทธิเพิ่มเติมอาจเท่ากับ 30,000 บาท
  • วิธีประเมินสิทธิภาษีเบื้องต้น
1. แยกมูลค่าเฉพาะสินทรัพย์หรือรายจ่ายที่ยืนยันแล้วว่าเข้าเกณฑ์
2. คำนวณส่วนยกเว้นเพิ่มเติม 50%
3. คูณด้วยอัตราภาษีที่เกี่ยวข้องเพื่อดูผลประหยัดโดยประมาณ
4. ให้ผู้ทำบัญชีตรวจช่วงเวลาการใช้สิทธิและการหักค่าเสื่อมราคาก่อนตัดสินใจ
ตัวเลขนี้ไม่ใช่เงินคืนจากรัฐ ผลจริงอาจต่างจากประมาณการตามกำไรหรือขาดทุน อัตราภาษี วิธีบันทึกบัญชี และหลักเกณฑ์ของแต่ละกิจการ
  • ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนซื้ออุปกรณ์
ควรสร้างแฟ้มแยกตามโครงการหรือเลขที่สินทรัพย์ แล้วเก็บเอกสารตามลำดับ ดังนี้
  • เอกสารที่ควรเตรียมก่อนซื้อ
• ใบเสนอราคาที่ระบุชื่อ ยี่ห้อ และรุ่นสินค้า
• หลักฐานรับรอง 5 ดาวจาก พพ. พร้อมวันที่ตรวจสอบ
• รายละเอียดทางเทคนิคและหมายเลขประจำเครื่อง
• หนังสือยืนยันว่าเป็นสินค้าใหม่
• สัญญาซื้อขายหรือติดตั้งและแผนส่งมอบ
  • เอกสารที่ควรเก็บเมื่อซื้อและติดตั้ง
• e-Tax Invoice ตามรูปแบบที่มาตรการกำหนด
• หลักฐานการชำระเงิน
• ใบส่งมอบ ใบติดตั้ง ใบตรวจรับ และผลทดสอบระบบ
• ภาพถ่ายตัวเครื่อง ป้ายรุ่น หมายเลขประจำเครื่อง และตำแหน่งติดตั้ง
• หลักฐานวันที่ทรัพย์สินพร้อมใช้งาน
  • เอกสารสำหรับการบันทึกบัญชีและภาษี
• ทะเบียนสินทรัพย์และตารางค่าเสื่อมราคา
• ตารางคำนวณสิทธิเพิ่มเติม 50%
• เอกสารยืนยันว่าไม่ใช้รายจ่ายเดียวกันซ้ำกับสิทธิภาษีอื่น
• เอกสารแยกกิจการหรือโครงการ หากมีสิทธิส่งเสริมการลงทุน
ควรตั้งชื่อไฟล์ด้วยวันที่ เลขที่สินทรัพย์ และรหัสรุ่น เช่น “2569-09-15_A001_รุ่นABC_ใบตรวจรับ” เพื่อให้ค้นและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
  • SME ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนลงทุน
1. เช็กผู้ซื้อและผู้ใช้ทรัพย์สิน
ระบุว่าจะซื้อในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ทรัพย์สินใช้กับกิจการใด และมีสิทธิภาษีอื่นอยู่หรือไม่
2. เช็กชื่อและรุ่นสินค้า
ค้นในระบบ 5 ดาวของ พพ. บันทึกผล และตรวจให้รหัสรุ่นตรงกันตั้งแต่ใบเสนอราคาจนถึงตัวเครื่อง
3. เช็กผู้ขายและเอกสารภาษี
ยืนยันว่าผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออก e-Tax Invoice ได้ ควรให้ฝ่ายบัญชีตรวจรูปแบบก่อนวางมัดจำ
4. เช็กแผนงานและกรอบเวลา
กำหนดวันส่งมอบ ติดตั้ง ทดสอบ ตรวจรับ และพร้อมใช้งานให้เสร็จภายใน 31 ธันวาคม 2571 พร้อมระบุผู้รับผิดชอบและหลักฐานในแต่ละขั้นตอน
5. เช็กความคุ้มค่าทั้งด้านพลังงานและภาษี
เปรียบเทียบค่าไฟก่อนและหลังลงทุน ค่าบำรุงรักษา อายุใช้งาน ระยะคืนทุน และผลประหยัดภาษีแยกกัน หากสิทธิยังไม่ชัด ให้ใช้ผลประหยัดพลังงานเป็นฐานหลักในการตัดสินใจ
6. เช็กกับผู้ทำบัญชีก่อนชำระเงิน
ให้ผู้ทำบัญชีตรวจวิธีบันทึกสินทรัพย์ ค่าเสื่อมราคา การใช้สิทธิเพิ่มเติม 50% และข้อห้ามเรื่องสิทธิซ้ำ การตรวจล่วงหน้าช่วยให้แก้ใบเสนอราคาหรือสัญญาได้ง่ายกว่าหลังติดตั้ง
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิทธิภาษี 1.5 เท่า
  • SME ทุกธุรกิจใช้สิทธิภาษี 1.5 เท่าได้หรือไม่
ไม่ใช่ทุกธุรกิจ ผู้ซื้อและสินทรัพย์ต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมาย รุ่นสินค้าต้องผ่านเกณฑ์ 5 ดาว มี e-Tax Invoice และไม่ขัดเงื่อนไขเรื่องสิทธิซ้ำหรือกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมายที่มาตรการห้ามไว้
  • SME ทุกธุรกิจใช้สิทธิภาษี 1.5 เท่าได้หรือไม่
ไม่ควรสรุปว่าได้ทุกระบบ สิทธิที่กฎหมายระบุโดยตรงเป็นของบุคคลธรรมดาสำหรับบ้านอยู่อาศัย ส่วนธุรกิจต้องแจกแจงและตรวจอุปกรณ์เป็นรายรุ่น พร้อมให้ผู้ทำบัญชีพิจารณาวิธีใช้สิทธิ
  • อุปกรณ์ที่มีฉลากเบอร์ 5 ใช้สิทธิได้ทุกรุ่นหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องได้ทุกรุ่น ผู้ซื้อต้องตรวจสอบว่าประเภทผลิตภัณฑ์และรุ่นสินค้านั้นอยู่ในเกณฑ์ที่มาตรการกำหนด พร้อมตรวจชื่อ ยี่ห้อ รุ่น และสถานะการรับรองจากฐานข้อมูลอย่างเป็นทางการของ พพ. หรือ กฟผ. ให้ตรงกับสินค้าจริง และตรวจสอบเงื่อนไขการใช้สิทธิอื่น ๆ ให้ครบถ้วน
  • ใบกำกับภาษีกระดาษใช้เป็นหลักฐานได้หรือไม่
มาตรการกำหนดให้ได้รับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงควรยืนยันรูปแบบ e-Tax Invoice กับผู้ขายก่อนซื้อ และตรวจข้อมูลผู้ซื้อกับรายละเอียดสินค้าให้ครบ
  • ซื้อแล้วแต่ติดตั้งไม่เสร็จภายในกำหนด ใช้สิทธิได้หรือไม่
การมีใบสั่งซื้อหรือชำระเงินแล้วไม่เพียงพอ หากทรัพย์สินยังไม่พร้อมใช้งานตามเงื่อนไข จึงควรวางแผนเผื่อเวลาติดตั้ง ทดสอบ และตรวจรับ พร้อมเก็บหลักฐานวันที่เริ่มใช้งานจริง
  • สรุปสิ่งที่ SME ควรรู้ก่อนใช้สิทธิ
หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงซื้ออุปกรณ์ที่โฆษณาว่าประหยัดไฟ แต่ต้องตรวจให้ครบว่า ผู้ซื้อมีสิทธิ ทรัพย์สินเป็นของใหม่และอยู่ในประเทศไทย รุ่นได้รับการรับรอง 5 ดาว เอกสารภาษีถูกต้อง พร้อมใช้งานภายในกำหนด และไม่มีการใช้สิทธิซ้ำหรือใช้ในกิจการที่กฎหมายห้าม
สำหรับ Solar Rooftop วงเงินลดหย่อนสูงสุด 200,000 บาทเป็นสิทธิของบุคคลธรรมดาสำหรับบ้านอยู่อาศัย ไม่ใช่สิทธิของบริษัท ส่วนธุรกิจต้องตรวจอุปกรณ์และเงื่อนไขของมาตรการ 1.5 เท่าแยกต่างหาก
เมื่อเตรียมข้อมูลตั้งแต่ก่อนซื้อ SME จะเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้รอบด้าน ประสานงานกับผู้ขายและผู้ทำบัญชีได้ง่ายขึ้น และมีเอกสารพร้อมสำหรับการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านกฎหมาย ภาษี หรือบัญชี ผู้ประกอบการควรตรวจประกาศและฐานข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรและ พพ. รวมถึงปรึกษาผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษีก่อนใช้สิทธิ
แหล่งอ้างอิง
• ราชกิจจานุเบกษา: พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 805 พ.ศ. 2569
• กรมสรรพากร: ข่าวมาตรการภาษี Solar Rooftop และการอนุรักษ์พลังงาน
• กรมสรรพากร: สรุปเงื่อนไขมาตรการ Solar Rooftop และอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน
• พพ.: ระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ 5 ดาว
โฆษณา