2 ก.ย. เวลา 12:03 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สหรัฐเจอ ‘ดีมานด์ไฟผี’ ยอดขอไฟทะลุ 700 GW แต่หลายโครงการอาจไม่เกิดจริง หวั่นค่าไฟย้อนตกที่ประชาชน

AI บูม ดันคำขอใช้ไฟของดาต้าเซ็นเตอร์สหรัฐทะลุ 700 กิกะวัตต์ แต่เบื้องหลังกลับมี ‘Ghost Demand’ หรือความต้องการที่อาจไม่มีอยู่จริง เสี่ยงทำให้การขยายโครงข่ายมหาศาลกลายเป็น ‘ต้นทุนสูญเปล่า’ ที่ประชาชนต้องแบกรับ
ท่ามกลางกระแสลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์ AI” ที่กำลังร้อนแรงในสหรัฐ กลับมีปรากฏการณ์หนึ่งกำลังก่อตัวขึ้นในระบบไฟฟ้า นั่นคือ “Ghost Demand” หรือ “ความต้องการใช้ไฟที่อาจไม่มีอยู่จริง”
ตัวเลขบนกระดาษดูน่าตกใจ เมื่อคำขอใช้ไฟจากดาต้าเซ็นเตอร์และผู้ใช้ไฟรายใหญ่ในหลายพื้นที่ของสหรัฐพุ่ง “ทะลุ 700 กิกะวัตต์” สูงจนใกล้เคียงกับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้โดยบ้านเรือนทั้งประเทศ
แต่คำถามสำคัญคือ ดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นจริงสักกี่แห่ง?
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานถึงการตรวจสอบข้อมูลจากผู้ให้บริการไฟฟ้าและโครงข่ายในแถบมิดเวสต์ มิด-แอตแลนติก และตอนใต้ของสหรัฐ พบว่า คำขอใช้ไฟดังกล่าวสูงกว่าปริมาณไฟที่ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วสหรัฐใช้อยู่ในปัจจุบันกว่า 10 เท่า ตามการประเมินของอุตสาหกรรม
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงการที่ยังอยู่เพียงบนกระดาษ อาจ “ยื่นจองกำลังไฟไว้ล่วงหน้า” ขณะที่บางโครงการอาจซ้ำซ้อน ยังไม่มีเงินทุน หรือไม่มีความพร้อมมากพอที่จะก่อสร้างจริง
นั่นหมายความว่า ท่ามกลาง AI บูมที่ดูเหมือนกำลังสร้างความต้องการไฟฟ้ามหาศาล สหรัฐกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ว่า ความต้องการเหล่านั้นเป็น “ของจริง” มากแค่ไหน และมากแค่ไหนที่เป็นเพียง “Ghost Demand”
หากบริษัทไฟฟ้าประเมินต่ำเกินไป ระบบอาจสร้างโรงไฟฟ้าและโครงข่ายไม่ทัน จนกระทบเสถียรภาพด้านพลังงาน แต่หากประเมินสูงเกินไป ก็อาจลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งสุดท้ายไม่เคยถูกสร้าง และภาระต้นทุน “อาจย้อนกลับมาตกอยู่กับประชาชน”
ปัญหานี้เริ่มเกิดขึ้นแล้วในโครงข่าย PJM ซึ่งครอบคลุม 13 รัฐ โดยการเติบโตของความต้องการไฟจากดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่คาดการณ์ไว้ มีส่วนผลักดันต้นทุนกำลังการผลิตไฟฟ้าสำหรับบ้านเรือนและธุรกิจ “เพิ่มขึ้นถึง 29,400 ล้านดอลลาร์” ในการประมูลกำลังการผลิตช่วงที่ผ่านมา
โฆษณา