13 พ.ค. 2022 เวลา 05:04 • คริปโทเคอร์เรนซี
วิกฤตตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโลก
มูลค่าเสียหายนับล้านล้านบาทในวันเดียว
1
ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกกำลังประสบกับภาวะวิกฤต หลังจากนักลงทุนเทขายหุ้นเนื่องจากกังวลกับภาวะเงินเฟ้อสูงทั่วโลก และ ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกถดถอย ในขณะที่สงครามรัสเซียบุกยูเครนมีแนวโน้มสูงว่าจะยึดเยื้อ ตลาดเงินคริปโทและเหรียญ Stablecoin ป่วนหนัก
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Bitcoin ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มูลค่าตลาดมากที่สุดในโลกลดลงถึงระดับ 25,401.29 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงหนึ่งในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนธันวาคม ปี 2020 ที่เงินคริปโทสกุลนี้ลดต่ำลงกว่าระดับ 27,000 ดอลลาร์
ก่อนที่ราคาของ บิตคอยน์จะกระเตื้องขึ้นมาที่ระดับ 30,000 ดอลลาร์ จากราคาที่เคยสูงสุดระดับ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
การเทขายในวันเดียวทำให้มูลค่าตลาดโลกของคริปโททั้งหมดหายไปมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7 ล้านล้านบาท
จากข้อมูลของ CoinMarketCap มูลค่าตลาดของเงินคริปโทโลกเมื่อวันศุกร์อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงมากกว่าครึ่งจากที่เคยสูงเกินกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
นอกจากความผันผวนอย่างหนักของบิตคอยน์แล้ว ตลาด Stablecoin ก็ประสบปัญหาความผันผวนเช่นกัน เมื่อ Stablecoin Terra USD หรือ ที่ UST ไม่อาจจะรักษามูลค่าที่ตรึงไว้กับเงินดอลลาร์ ที่ 1 ดอลลาร์ ต่อ 1 UST โดยลดลงเหลือน้อยกว่า 30 เซนต์เมื่อวันพุธ
1
UST ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นเงินดิจิทัลที่มีเสถียรภาพ สามารถเป็นหน่วยลงทุนเพื่อสะสมความมั่งคั่งของผู้ลงทุนได้ ซึ่งจะแตกต่างกับ Bitcoin ที่มีมูลค่าเปลียนแปลงขึ้นลงหรือหวามากกว่า หรืออีกนัยหนึ่ง Stablecoin มีคุณสมบัติเหมือนกับเงินที่ผู้ถือฝากไว้กับธนาคาร ซึ่งสามารถถอนเงินออกมาได้โดยค่าไม่เปลี่ยนแปลง นักลงทุนนิยมถือ Stablecoin ในยามที่ตลาดผันผวนสูง
แต่ เงินดิจิทัลสกุล UST ไม่ได้มีเงินสำรองหนุนหลัง แต่ถูกหนุนด้วย ลอการิทึม หรือ ระหัสคอมพิวเตอร์ มูลค่าของ UST จึงไม่อาจจะตรึงไว้ได้เมื่อนักลงทุนจำนวนมากพากินเทขาย ราคาของ UST กระเตื้องขึ้นมาที่ระดับ 40 เซนต์ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี ซึ่งยังต่ำกว่า 1 ดอลลาร์
2
ในขณะที่เหรียญ Luna ซึ่งเป็นโทเคนในระบบของ UST Stablecoin และเป็นเครื่องมือหนึ่งในการรักษามูลค่าของ UST ประสบปัญหานักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่น จนทำให้มูลค่าของ Luna เหลือศูนย์
1
นักวิเคราะห์ระบุว่า ระบบ ผลิตเพิ่มและเผาทิ้ง เหรียญเพื่อรักษาอุปทาน UST และ Luna ในตลาดเพื่อรักษาค่าของ UST ให้คงที่ 1 ดอลลาร์นั้นไม่เป็นปัญหาหากตลาดอยุ่ในภาวะปกติ แต่ยามที่เกิดความผันผวนสูงในตลาดที่นักลงทุนเทขายฝ่ายเดียวไม่มีคนซื้อ ระบบนี้ก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้
นักลงทุนตื่นตระหนกต่อผลกระทบของวิกฤต UST ที่จะมีต่อมูลค่าของบิตคอยน์ กองทุนคุ้มครองลูนา (Luna Foundation Guard) เข้ามาซื้อบิตคอยน์จำนวนมากเพื่อพยุงค่าของ UST กองทุนนี้ตั้งโดย โด ควอน (Do Kwon) ผู้ก่อตั้งโครงการเงินคริปโท Terra
นักลงทุนรายอื่นๆยังกังวลว่า ราคาของบิตคอยน์จะลดต่ำลงอย่างมาก หากกองทุนเทขายบิตคอยน์เพื่อพยุงค่าของ UST กองทุนฯซื้อบิตคอยน์มูลค่ารวมประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์ และได้ปล่อยบิตคอยน์มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์ให้กับบริษัทค้าสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อนำมาซื้อ UST ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการพยุงค่าเหรียญ Stablecoin นี้
นอกจากนี้การล่มสลายของ UST stablecoin ยังทำให้นักลงทุนวิตกผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึง Stablecoin อื่นๆ ส่งผลให้ราคาของเหรียญดิจิทัล Tether ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ลดลงต่ำกว่า1 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาที่ผูกไว้กับเงินดอลลาร์ โดยลดลงไปที่ 95 เซนต์ ในช่วงหนึ่งของการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี ก่อนที่ฟื้นกลับมาที่ 1 ดอลลาร์ Tether มีมูลค่าตลาดประมาณ 8 หมื่นล้านดอลลาร์
จากข้อมูลของเว็บไซต์ Tether ณ วันที่ 12 พฤษภาคม และมีเงินสำรองหนุนหลัง 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเป็นเงินสดประมาณ 84 % สินทรัพย์ดิจิทัลอีกประมาณ 6 % และที่เหลือเป็นหุ้นกู้เอกชน และ เงินกู้ที่มีหลักประกันที่ปล่อยกู้ให้กับบริษัทอื่นที่ไม่ได้อยู่ในเครือเดียวกัน
1
โฆษณา