5 ม.ค. 2023 เวลา 04:22 • อสังหาริมทรัพย์
‘หัวหิน’ มนต์เสน่ห์ธุรกิจอสังหาฯ ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
ยอดจองคอนโดฯ เกือบ 80% ของตลาด วิวทะเลยังเป็นที่นิยม
เมืองโตก้าวกระโดด รัสเซีย สแกนดิเนเวีย ไทย คือลูกค้าหลัก
1
‘หัวหิน’ เมืองตากอากาศยอดนิยมตลอดกาลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และของประเทศไทย ประตูสู่ภาคใต้ที่หลายคนชื่นชอบที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อน หรือเลือกเป็นบ้านหลังที่สองเพื่อตากอากาศ รวมทั้งเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อการใช้ชีวิตทั้งในช่วงเวลาหนึ่ง หรือเพื่อปักหลักหลังเกษียณอายุจากการทำงานหนักมาทั้งชีวิตในช่วงบั้นปลาย
การเติบโตของเมืองหัวหินในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา สะท้อนจากการขยายตัวของเมืองที่ตลอดเส้นทางถนนเพชรเกษมที่เกิดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากมาย โดยเฉพาะภาคที่อยู่อาศัยทั้งคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร และเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ ซึ่งจับกลุ่มเป้าหมายแทบจะทุกระดับชั้นตั้งแต่ราคาต่ำกว่าล้าน ไปจนถึงระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรี่หลักร้อยล้านบาทต่อหนึ่งยูนิต
🔵 คอนโดฯ ชะอำ-หัวหิน ยังโตมูลค่านับแสนล้านบาท
ข้อมูลจาก คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการข้อมูลการค้าขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาตลาดคอนโดฯ ในพื้นที่อำเภอหัวหิน และชะอำ มีความต้องการโครงการเปิดขายใหม่ทั้งสิ้น 71 โครงการ จำนวน 29,152 ยูนิต มูลค่าการพัฒนารวม 123,700 ล้านบาท
ซึ่งในพื้นที่ทั้งหัวหิน ชะอำ เขาเต่า และเขาตะเกียบ เกิดกระแสการลงทุนในตลาดคอนโดฯ จากผู้พัฒนาโครงการทั้งจากส่วนกลาง และผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีอัตราการเติบโตสูงตั้งแต่ช่วงปี 2554 - 2555 โดยมีการเปิดขายโครงการใหม่ๆ ถึงปีละ 7,000 - 8,000 หน่วย และหลายโครงการสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว
แม้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาความร้อนแรงในตลาดอสังหาฯ จะลดดีกรีลงมาบ้าง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่โครงการคอนโดฯ ในหัวหิน-ชะอำ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขับเลื่อนด้วยผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์จากกรุงเทพฯ และตลอดปี 2565 อัตราการขายโครงการต่างๆ รวมแล้วเฉลี่ยเกิน 80% ของปริมาณยูนิตที่มีทั้งหมดในตลาด ไม่ว่าจะเป็นทั้งฝั่งที่มองเห็นวิวทะเล หรือฝั่งของภูเขา
สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดคอนโดฯ ในพื้นที่ใจกลางเมืองหัวหินยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าทั้งจากชาวไทยที่ให้ความสนใจซื้อเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะคอนโดฯ หรือเพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 สำหรับตากอากาศ นอกจากนี้กำลังซื้อจากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวรัสเซีย สแกนดิเนเวีย และชาวจีนเริ่มกลับมามีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นกัน
🔵 โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมดันเมืองขยายตัวเร็ว
อีกปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเมืองก็คือ โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางราง และอากาศยาน ตั้งแต่การยกระดับระบบรถไฟทางคู่สายใต้เฟสแรก ช่วงนครปฐม - ชุมพร ระยะทาง 421 กิโลเมตร ที่ปัจจุบันภาพรวมของผลการดำเนินโครงการฯ คืบหน้า 93.20% ซึ่งหาแล้วเร็วสมบูรณ์จะทำให้การเดินทางจากต้นทางกรุงเทพฯ มายังสถานีหัวหินรวดเร็วขึ้น จากเดิม 5 ชั่วโมง เหลือเพียงไม่เกิน 3 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ทั้งเส้นทางภายในปลายปี 2566 ตามสัญญาการก่อสร้าง
นอกจากนี้ระบบรถไฟความเร็วสูงสายใต้ระยะที่ 1 เส้นทางกรุงเทพฯ - หัวหิน ซึ่งโครงการอยู่ในขั้นตอนการเตรียมงานก่อสร้าง ระยะทาง 211 กิโลเมตร และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จเพื่อเปิดให้บริการในปี 2575 ซึ่งจะลดระยะเวลาการเดินทางไม่เกิน 1 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ
ส่วนการเดินทางโดยรถยนต์ ก็มีการพัฒนาถนนพระราม 2 ที่กําลังขยายเลนเพิ่มเป็น 14 เลน จากเดิม 8 เลน รองรับการเดินทางลงภาคใต้ งบประมาณกว่า 29,200 ล้านบาท โดยเฟสที่ 1 ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย ระยะทางรวม 8.3 กิโลเมตร รูปแบบการก่อสร้างเป็นระบบทางยกระดับบนถนนพระราม 2 ขนาด 6 ช่องจราจร ที่ปัจจุบันความคืบหน้าโครงการอยู่ที่ 61% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มิถุนายน 2566
และการก่อสร้างในเฟส 2 ช่วงเอกชัย - บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร จะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนมกราคม 2568 ตามสัญญา
โครงการทางด่วนยกระดับคู่ขนานมอเตอร์เวย์ นครปฐม - ชะอํา ระยะทาง 109 กิโลเมตร งบประมาณ 79,000 ล้านบาท มีแผนก่อสร้างแล้วในปี 2568 อีกด้วย
และโครงการขยายท่าอากาศยานหัวหิน เป็นท่าอากาศยานนานาชาติเพื่อรองรับนักเดินทางจากทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายรันเวย์เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ระดับ Boing 737 และ Airbus A320 ส่วนอาคารผู้โดยสารและระบบควบคุมการบินอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันกลับมาเปิดเส้นทางบินหัวหิน – เชียงใหม่ และหัวหิน - กัวลาลัมเปอร์ 3 วันต่อสัปดาห์ และเตรียมเปิดเที่ยวบินหัวหิน – ภูเก็ตในอนาคต
🔵 แข่งงัดจุดเด่นโครงการทั้งทำเล-สิ่งอำนวยความสะดวก มัดใจลูกค้า
ด้วยทิศทางการพัฒนาของเมืองที่เป็นปัจจัยสำคัญซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจอสังหาฯ ด้านที่อยู่อาศัย ทำให้โครงการคอนโดฯ จำนวนไม่น้อยเลือกหัวหินเป็นที่ตั้งโครงการ โดยชูจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปเพื่อดึงดูดลูกค้าให้สนใจเลือกซื้อ ทั้งทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดขายหลักของแต่ละโครงการเน้นความสะดวกสบาย อยู่ใจกลางเมือง เดินทางไม่ไกลจากสถานที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หรือตลาดท่องเที่ยวชื่อดัง รวมทั้งใกล้กับเส้นทางสายหลักหรือขนส่งมวลชนขนาดใหญ่
บางโครงการเลือกทำเลที่ตั้งติดกับทะเล หรือเห็นวิวทะเล เพื่อชูจุดเด่นความลักซ์ชัวรี่ มีความเป็นส่วนตัวสูง รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ดีไซน์ของอาคาร และจุดไฮไลต์ต่างๆ ที่โครงการอื่นๆ ไม่มีทางทำได้เหมือน
เช่นโครงการ ‘เวหา’ (VEHHA) คอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่ โดย บริษัท พราว เรียว เอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจากการพัฒนาโครงการ ‘InterContinental Residences Hua Hin’ ซึ่งเป็น “Branded Residences” แห่งเดียวของประเทศไทยและเป็น 1 ใน 8 แห่งของโลก ภายใต้แบรนด์ ‘InterContinental’ เครือโรงแรมหรูที่ใหญ่ที่สุดอันดับ Top 3 โลกที่มีชื่อเสียงในด้านการบริการที่เหนือระดับมายาวนานถึง 76 ปี
สำหรับคอนโดฯ เวหา เป็นโครงการมูลค่ารวม 2,290 ล้านบาท บนทำเล 2 ไร่ ที่มีศักยภาพใจกลางเมืองหัวหิน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Happiness Happens” สัมผัสการใช้ชีวิตที่มากกว่า ด้วย 3 คุณค่า ได้แก่ Sense Of Hospitality (การดูแลเอาใจใส่ในการบริการ) Value Of Home Being (คุณค่าที่แท้จริงของบ้านหรือที่อยู่อาศัย) Harmonious Living (การผสานต่อความเป็นมาอย่างกลมกลืนแต่โดดเด่น) เพื่อสร้างประสบการณ์และความแตกต่างให้ลูกค้า ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
โดดเด่นด้วยดีไซน์ Single Corridor ทำให้ผู้อาศัยเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามาทุกยูนิต พร้อม Fully Furnished แต่งครบจบทุกห้อง ที่มาพร้อมกับการบริการเหนือระดับจากเครือโรงแรมระดับโลกอย่าง ‘Holiday Inn Resort Vana Nava Hua Hin’ ถือเป็นคอนโดฯ ที่เหมาะกับกลุ่มครอบครัวขนาดเล็กจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่ และผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยระยะยาว หรือบ้านพักตากอากาศ
ไฮไลท์สำคัญหนึ่งเดียวในหัวหินคือ Hot Tub บนชั้น Rooftop แช่ตัวผ่อนคลายชมวิวทะเลแบบพาโนรามา และชมภาพยนตร์บนพื้นที่สีเขียว Outdoor Garden Theater พร้อม Facilities อื่นๆ มากกว่า 25 จุดทั่วโครงการรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกเจนเนอเรชั่น
โครงการเวหาตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับสวนน้ำ ‘วานา นาวา’ (Vana Nava) และมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกบ้านเข้าใช้บริการฟรีแบบไม่อั้นถึง 5 ปี ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวทุกขนาดที่ต้องการพักผ่อน และมีกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด
ส่วนรอบๆ พื้นที่โครงการก็ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งร้านอาหารมากมาย และเดินทางไม่ไกลจาก Community Mall และตลาดท่องเที่ยวชื่อดัง
อีกทั้งยังมีได้รับบริการจากโรงแรมชั้นนำ Holiday Inn Resort Vana Nava Hua Hin ในเครือ IHG Hotel ซึ่งเป็น Service ระดับโรงแรม 5 ดาวแก่ลูกบ้าน ซึ่งหาที่ไหนไม่ได้เมื่อเทียบกับคอนโดฯ ใน Segment เดียวกัน
ด้วยการออกแบบอาคารที่มีความสูงถึง 31 ชั้น เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในหัวหิน โดยที่ตั้งโครงการอยู่บนแปลงที่ดินศักยภาพสูงดั่ง "Rare Item" ใจกลางเมือง ที่ด้านหน้าของอาคารจะเป็นวิวทะเลทั้งหมด ทำให้ทุกห้องมองเห็นวิวทะเลแบบ "Front View" เต็มตาไม่ถูกบดบัง และการก่อสร้างอาคารสามารถมีสูงได้เต็มที่เนื่องจากอยู่เขตในระยะถอยร่นตามกฎหมายผังเมือง ทำให้เวหาเป็นคอนโดฯ ใจกลางเมืองหัวหินที่โดดเด่นและน่าสนใจ
นอกจากนี้ เวหายังเป็นโครงการที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพด้วย รางวัล Best Condo Development (Hua Hin) จากเวทีประกาศรางวัล "PropertyGuru Thailand Property Award” ครั้งที่ 17 เป็นงานประกาศรางวัลในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือและจัดขึ้นอย่างยาวนานที่สุดในประเทศไทย
ซึ่งหมายความว่า การออกแบบและสร้างสรรค์โครงการได้ผ่านการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ศึกษาความต้องการของกลุ่มลูกค้าตัวจริง และดำเนินการก่อสร้างด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงที่เป็นเรียลดีมานด์
🔵 ห้องวิวทะเลยังครองความนิยมสูงแม้ราคาแพงกว่า
ด้วยหัวหินยังคงเป็น Destination of the future ซึ่งเมืองริมทะเลอ่าวไทยแห่งนี้ก็ยังคงทั้งเสน่ห์ที่มีความงดงามด้านประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาของชุมชนในพื้นที่ แหล่งท่องเที่ยว และการเดินทางคมนาคมที่สะดวกสบาย
ผลวิจัยของบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุปทานตลาดคอนโดฯในพื้นที่ชะอำ หัวหิน เขาเต่า และเขาตะเกียบ พบว่า คอนโดมีเนียมที่มีวิวทะเลมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มากกว่าห้องที่ไม่เห็นวิวทะเล โดยปัจจุบันห้องที่ไม่ติดวิวทะเลมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 69,800 บาทต่อตารางเมตร และห้องวิวทะเลมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 143,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมาผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากการปรับตัวของราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งข้อมูลเมื่อปี 2012 ห้องแบบเห็นวิวทะเล มีราคาประมาณ 90,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ห้องแบบไม่เห็นวิวทะเลราคาอยู่ที่ 60,000 บาทต่อตารางเมตร
ขณะที่ครึ่งปีแรกของปี 2022 พบว่า ราคาห้องวิวทะเล พุ่งไปถึง 143,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ห้องที่ไม่ใช่วิวทะเล ราคาไปอยู่ที่ 69,800 บาทต่อตารางเมตร
ฉะนั้นห้องวิวทะเล มีอัตราการเติบโตของราคาต่อตารางเมตร เกือบ 60% ในขณะที่ห้องไม่ใช่วิวทะเล ราคาเติบโตเพียง 16% โดยมีปัจจัยจากความต้องการของผู้บริโภคที่เลือกห้องพักที่สามารถมองเห็นวิวได้มากกว่า คุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่า และการปรับตัวของราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี
หากเปรียบเทียบการเติบโตแบบดอกเบี้ยทบต้น ก็จะพบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ราคาการเติบโตของคอนโดวิวทะเล อยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลที่เฉลี่ย 2.90% ต่อปี ในขณะนี้ห้องที่ไม่ใช่วิวทะเลอยู่ที่ 1.5% ต่อปี ซึ่งผลตอบแทนเทียบเท่ากับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
เพราะฉะนั้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้ว่าคอนโดฯ แบบเห็นวิวทะเลยังคงเป็นที่ต้องการและมีช่วงราคาที่ดีอยู่เสมอ ซึ่งเวหาก็ได้นำจุดเด่นด้านทำเลนี้มาเพื่อสร้างคอนโดฯ ที่มีความลักซ์ชูรี่ ซึ่งทุกๆ ห้องของโครงการสามารถมองเห็นวิวทะเลทั้งหมด แต่ก็อยู่ในช่วงราคาที่ยังสามารถเอื้อมถึงได้นั่นเอง
สำหรับหัวหินแล้ว ยังคงเติบโตและมีศักยภาพสูงในการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะภาคที่อยู่อาศัย ซึ่งแน่นอนว่าความเป็นเมืองที่ไม่เคยเสื่อมคลายมนต์เสน่ห์ ยังคงทำให้ผู้คนเลือกที่แห่งนี้เป็นบ้านหลังที่ 2 หรือหลายคนเลือกที่จะเป็นบ้านหลักทั้งในยามนี้ หรือยามบั้นปลายชีวิต พร้อมส่งต่อไปสู่อนาคตเพื่อลูกหลานต่อไป
โฆษณา