11 ส.ค. เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

รู้จัก แม่มดแห่ง Wall Street (อดีต) หนึ่งในผู้หญิง ที่รวยที่สุดในโลก

ถ้าเรานั่งไทม์มาชีนไปเดินเล่นย่าน Wall Street ของมหานครนิวยอร์ก เมื่อเกือบ 120 ปีที่แล้ว
เราจะเห็นหญิงสูงวัยคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำสภาพเก่าโทรม หิ้วกระเป๋าเดินงก ๆ เงิ่น ๆ ไปมาตามท้องถนน ขัดกันกับตึกรามบ้านช่องที่ดูเจริญหูเจริญตา และเหล่านายธนาคารสุดภูมิฐาน
แต่รู้หรือไม่ว่า ธนาคารหลาย ๆ แห่งที่ตั้งอยู่ใน Wall Street อาจจะเหลือไว้เพียงแค่ชื่อให้จดจำด้วยซ้ำ ถ้าหากไม่มีเงินของเธอคนนี้
เพราะในวันที่สถาบันการเงินและนครนิวยอร์กเอง กำลังจะล้มละลายจากวิกฤติการเงินในปี 1907
จนมหาเศรษฐีชื่อดังอย่างคุณ John Pierpont Morgan หรือ J.P. Morgan ต้องโน้มน้าวเหล่าเศรษฐี ให้มาช่วยกันแก้ไขวิกฤตินี้ ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรนครนิวยอร์ก และปล่อยกู้สถาบันการเงินหลายแห่ง
1
เธอคืออีกหนึ่งคนที่คุณ J.P. Morgan ต้องเชิญมา เพื่อโน้มน้าวให้มาช่วยกันฝ่าวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกาไปด้วยกัน
และชื่อของเธอคนนี้นั้นก็คือ คุณ Hetty Green หนึ่งในผู้หญิงที่รวยที่สุดในโลก ณ เวลานั้น
แล้วเส้นทางชีวิตของคุณ Hetty เป็นอย่างไร ถึงได้กลายมาเป็นมหาเศรษฐินีได้แบบนี้ ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
เธอเกิดมาด้วยชื่อ Henrietta Howland Robinson ในครอบครัวที่ทำธุรกิจล่าวาฬอันมั่งคั่ง ของรัฐแมสซาชูเซตส์
การทำธุรกิจนั้นต้องการผู้สืบทอด แต่ที่ตรงนั้นสงวนไว้ให้แก่ผู้ชายเท่านั้น คุณ Hetty จึงไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่จากคุณพ่อมากนัก และถูกส่งไปให้คุณปู่และคุณป้าเลี้ยงดู
ที่นี่เองทำให้เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกของการลงทุนและเงินตรา เพราะคุณปู่ผู้ชราสายตาไม่ค่อยดี จึงมักจะให้คุณ Hetty อ่านข่าวการเงินให้ฟังเป็นประจำ
นอกจากนี้ก็ยังมีนิสัยหนึ่งที่เธอได้รับมาจากครอบครัวก็คือ ความประหยัดมัธยัสถ์ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่รวยที่สุดในโลกได้
1
หลังจากคุณปู่เสียได้ไม่นานเท่าไร ลูกคนเดียวอย่างคุณ Hetty ในวัย 13 ปี ก็ถูกพ่อเรียกตัวกลับไปช่วยดูแลกิจการล่าวาฬ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นเรื่องการทำบัญชีและการเงิน
คุณ Hetty ที่มีพื้นฐานเรื่องการเงินอยู่แล้ว ก็สามารถทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี แถมได้ซึมซับความรู้เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจและการเงินจากโลกการทำงานจริงด้วย
จากเด็กหญิง Hetty ก็เติบโตเป็นนางสาว ซึ่งเธอในวัย 20 ปี ก็ถูกพ่อส่งไปร่วมงานสังคมยังนครนิวยอร์กเพื่อหาคู่ครอง พร้อมให้เงิน 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านบาทในปัจจุบัน) ไว้ซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่
1
เธอเดินทางไปยังนิวยอร์กตามที่พ่อต้องการอย่างว่าง่าย แต่ไม่ได้ตั้งใจมาหาคู่ครอง เพราะในทุก ๆ งานเต้นรำที่เธอไป เธอก็ใช้โอกาสนี้ในการแอบฟังผู้ชายคุยเรื่องข่าวสารการลงทุนกัน
อีกทั้งเธอยังใช้เงินแค่ 200 ดอลลาร์สหรัฐในการซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่ตามคำสั่ง แล้วกำเงินที่เหลือมุ่งหน้าไป Wall Street เพื่อลงทุนครั้งแรกในชีวิต กับพันธบัตรคุณภาพสูงแทน
ถึงอย่างนั้น นครนิวยอร์กแห่งนี้ ก็มอบคู่ชีวิตให้เธอจนได้ หลังคุณ Hetty พบรักกับคุณ Edward Henry Green ที่เป็นนักธุรกิจผู้ร่ำรวยเช่นกัน
แต่ไม่กี่ปีก่อนทั้งคู่จะแต่งงานกัน พ่อของคุณ Hetty ก็ได้เสียชีวิตลง และทิ้งมรดกประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,467 ล้านบาทในปัจจุบัน) ให้กับเธอ
1
ซึ่งถือว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับสินทรัพย์กว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐของครอบครัว ที่พ่อของเธอสร้างได้จากการทำธุรกิจ แต่คุณพ่อได้มอบให้ทรัสต์เป็นคนดูแล เพราะไม่ไว้ใจที่จะให้ผู้หญิงอย่างเธอถือเงินมาก ๆ
1
ถ้าเราเองเป็นคุณ Hetty คงรู้สึกน้อยใจไม่ใช่น้อย แต่เงินจำนวนน้อย อยู่ในมือของคนที่มีความสามารถมาก ก็สามารถเพิ่มพูนได้เป็นเท่าทวี
เพราะหลังจากนี้คุณ Hetty จะเข้าสู่เส้นทางในการเป็นตำนานเศรษฐินี แห่งสหรัฐอเมริกาอย่างเต็มตัว..
“ไม่มีเคล็ดลับที่ยิ่งใหญ่อะไรในการสร้างฐานะ สิ่งที่คุณต้องทำคือซื้อให้ถูกและขายให้แพง ทำมันด้วยความมัธยัสถ์และเฉลียวฉลาด จากนั้นก็จงอดทน”
2
นี่คือสิ่งที่เธอตอบคำถามผู้ที่มาสัมภาษณ์เธอว่า อะไรคือเคล็ดลับในการสร้างความร่ำรวยของเธอ และนั่นก็คือหลักการที่เธอยึดมั่นมาตลอดชีวิตจริง ๆ
2
- ซื้อให้ถูกและขายให้แพง
ถ้าจะพูดว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้นำแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือ Value Investing มาใช้เป็นคนแรก ๆ ก็คงไม่ผิดนัก
1
เพราะกว่าคุณ Benjamin Graham บิดาแห่งการลงทุน Value Investing จะพิมพ์หนังสือเล่มแรกอย่าง Security Analysis เพื่อเผยแพร่แนวคิด ก็หลังจากที่คุณ Hetty เสียชีวิตไปแล้วถึง 20 ปี
1
โดยการลงทุนแรกที่สร้างชื่อให้กับคุณ Hetty ก็คือการเข้าซื้อพันธบัตรสงครามของสหรัฐอเมริกาช่วงสงครามกลางเมือง
1
ในตอนนั้นรัฐบาลต้องการเงินจำนวนมาก สำหรับทำสงครามกับฝ่ายใต้ จึงขอระดมทุนจากประชาชนด้วยการออกพันธบัตร และพิมพ์เงินกระดาษที่ไม่ได้อิงกับทองคำ เรียกว่า Greenback ออกมาใช้
1
เมื่อสงครามดำเนินไป ก็เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้น ผู้คนก็กลัวว่ารัฐบาลจะจ่ายพันธบัตรสงครามด้วย Greenback ไม่ใช่ทองคำจริง ๆ จึงพากันเทขายพันธบัตรเหล่านั้นด้วยราคาถูกมาก
1
แต่คุณ Hetty ที่มองเห็นโอกาสและเข้าไปซื้อ ก็ได้รับผลตอบแทนอย่างงดงาม เพราะเมื่อสงครามจบลง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกกฎหมาย Public Credit Act of 1869 เพื่อจ่ายคืนพันธบัตรด้วยทองคำ
1
ราคาของพันธบัตรที่ฟื้นกลับมาก็ทำให้เธอได้กำไรจากการลงทุนนี้ไปถึง 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 965 ล้านบาทในปัจจุบัน)
1
และไม่เพียงแค่พันธบัตรเท่านั้น แม้กระทั่งหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ ที่เธอเข้าซื้อเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่ง ในเวลาต่อมา ก็ล้วนใช้หลักการแบบนี้ทั้งสิ้น
1
- ด้วยความมัธยัสถ์และเฉลียวฉลาด
มีเรื่องเล่ามากมายที่เกี่ยวข้องกับความประหยัด จนอาจจะถึงขั้นตระหนี่ถี่เหนียวของคุณ Hetty
1
อย่างเช่น ไปขอพื้นที่เล็ก ๆ ในธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นสำนักงานแทนการเช่าตึก, ขอให้คนซักผ้า ซักกระโปรงแค่ส่วนที่เปื้อนก็พอเพื่อประหยัดเงิน
1
แต่บางคนที่ได้เห็นความประหยัดขั้นสุดของเธอ ก็ถึงขั้นลือกันจนเลยเถิดไปว่า เธอไม่ยอมจ่ายค่ารักษาขาของลูกชายตัวเอง เพราะมองว่าค่าใช้จ่ายแพงเกินไป จนลูกของเธอต้องถูกตัดขา
ซึ่งเรื่องราวความประหยัดสุดพิสดารบางอย่าง ก็เป็นความพยายามลดทอน ชื่อเสียงจากความสำเร็จของเธอ ที่ผู้ชายหลายคนใน Wall Street ทำไม่ได้
4
เพราะคุณ Hetty เป็นคนที่มองเห็นทั้งโอกาสและวิกฤติก่อนใครเพื่อนอยู่เสมอ เช่น ได้ลงทุนในหุ้นของกิจการรถไฟ ตั้งแต่หลังสงครามกลางเมืองจบใหม่ ๆ ตอนที่ผู้คนยังไม่ค่อยสนใจ
1
เพราะมองว่า ไม่ว่าอย่างไร ในอนาคต กิจการรถไฟเหล่านี้คือเส้นเลือดใหญ่ ที่จะหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา
1
จากนั้นก็เห็นความผิดปกติของตลาดหุ้นและสถาบันการเงิน จากการที่มีคนรวยใน Wall Street หลายคนเริ่มมาเสนอขายสินทรัพย์ต่าง ๆ ของตัวเองให้กับเธอ เพราะต้องการเงินสดไปใช้จ่าย
1
เธอจึงตัดสินใจขายสินทรัพย์บางส่วน และพยายามถือเงินสดไว้ให้ได้มากที่สุด
ทำให้เมื่อวิกฤติมาถึง คนอื่นก็มีเพียงแค่ตัวเลขมูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลงเรื่อย ๆ แต่คนที่มีเงินให้จับอยู่ในมือจริง ๆ ก็คือคุณ Hetty
1
ทำให้นักการเงินผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณ J.P. Morgan ต้องมาโน้มน้าวให้เธอช่วยเหลือเหล่าสถาบันการเงินและมหานครนิวยอร์กด้วยกัน อย่างที่กล่าวไปตอนต้นบทความนั่นเอง
1
- จากนั้นก็จงอดทน
แม้ว่าเราจะเห็นเธอสร้างความมั่งคั่งมหาศาล แต่รู้หรือไม่ว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของทั้งชีวิตการลงทุนของเธอนั้น อยู่ที่ 6% ต่อปีเท่านั้นเอง
1
แต่ด้วยระยะเวลาที่นับตั้งแต่เธอเริ่มลงทุนอย่างจริงจัง เมื่อปี 1869 จนถึงปี 1916 ที่เธอเสียชีวิต ซึ่งกินเวลายาวนานเกือบ 50 ปี
ก็สามารถทำให้เงินมรดก 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตกลายเป็นความมั่งคั่ง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 95,500 ล้านบาทในปัจจุบัน) จนถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่รวยที่สุดในโลก
1
อีกทั้งการอดทนต่อสิ่งยั่วยวน อย่างการกู้ยืมเงินมาลงทุน ซึ่งสามารถเร่งผลตอบแทนของเธอให้เติบโตได้มากกว่านี้หลายเท่า
2
ก็ทำให้เธอรอดจากวิกฤติการเงินใหญ่ ๆ ทุกครั้งมาโดยตลอด ในขณะที่นักลงทุนผู้โลภมากคนอื่น ๆ ต้องหมดตัว ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงสามีของเธอที่ต้องเลิกรากันไป เพราะล้มละลายจากการลงทุนที่ย่ำแย่ด้วย
3
จากเรื่องราวชีวิตของคุณ Hetty นี้เอง จะเห็นว่า หนทางสู่ความมั่งคั่ง ไม่ได้มีทางลัดหรือเทคนิคซับซ้อนอะไร
1
เพราะสิ่งที่เธอทำก็มีเพียงแค่ ใช้ชีวิตอย่างประหยัด และใช้เงินอย่างชาญฉลาด, ลงทุนด้วยการซื้อถูกขายแพง จากนั้นก็อดทนรวย
1
จนสามารถพิสูจน์ว่าตัวเองก็ประสบความสำเร็จได้ แม้ในวันที่ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์มีเสียงในสังคม แบบวันนี้เลยก็ตาม..
#ลงทุน
#หลักการลงทุน
#HettyGreen
โฆษณา