[ลงทุนแมน] ผ่อนสินค้า 0% แล้ว ใครได้เงินบ้าง? / โดย ลงทุนแมน
ลงทุนแมน
10 ตุลาคม 2018 เวลา 05:51

ผ่อนสินค้า 0% แล้ว ใครได้เงินบ้าง? / โดย ลงทุนแมน

หลายคนน่าจะเคยสงสัยว่า

เมื่อเราซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต ที่มีโปรโมชันดอกเบี้ย 0%

มองผ่านๆ ดูเหมือนว่าผู้ซื้อน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด

และสถาบันการเงินที่ไม่ได้ดอกเบี้ย น่าจะเป็นผู้เสียประโยชน์

แต่จริงๆ แล้วมันเป็นแบบนี้หรือไม่ ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

สมมติว่าเราอยากซื้อสมาร์ตโฟน ราคา 30,000 บาท

โดยสามารถผ่อนจ่ายผ่านบัตรเครดิตด้วยดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน

ในกรณีนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีทั้งหมด 3 ฝ่ายคือ

1.ลูกค้า

2.ร้านค้า

3.สถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิต

เรามาดูว่าแต่ละฝ่ายจะได้ประโยชน์อะไรในธุรกรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

สำหรับลูกค้า แน่นอนว่าเขาจะได้สมาร์ตโฟนกลับไปใช้เลยเมื่อตัดสินใจซื้อ

โดยที่มีหน้าที่ผ่อนชำระค่าบัตรเครดิตเดือนละ 3,000 บาทให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนดคือ 10 เดือน

สำหรับร้านค้า จะได้รับเงินค่าขายสินค้าจากสถาบันการเงินทันทีเช่นกัน

ส่วนสถาบันการเงินหรือผู้ออกบัตรเครดิต มีหน้าที่เรียกเก็บเงินจากลูกค้าตามระยะเวลาที่ผ่อนคือ 10 เดือน

สถาบันการเงินผู้ออกบัตรดูเหมือนจะเสียเปรียบมากที่สุด เพราะต้องตามเก็บเงินจากลูกค้าซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นหนี้เสียหรือไม่

แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้มีอะไรซ่อนอยู่ที่เราอาจนึกไม่ถึง

1. สถาบันการเงินผู้ออกบัตรจะได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากร้านค้าตามที่ตกลงกัน

เช่น ถ้าตกลงกันที่ 2% ร้านค้าก็จะต้องเสียส่วนแบ่งให้กับสถาบันการเงิน 600 บาท เหลือ 29,400 บาทที่ร้านค้าจะได้รับ

2. แม้ว่าสถาบันการเงินจะไม่ได้รับดอกเบี้ย แต่ถ้าในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถผ่อนชำระตามเวลาที่กำหนด สถาบันการเงินจะเริ่มคิดดอกเบี้ย และ ดอกเบี้ยนี้สูงเสียด้วย

3. การผ่อนสินค้าดอกเบี้ย 0% เป็นการทำให้บัตรเครดิตของสถาบันการเงิน มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง มีภาระผูกผันที่จะผ่อนสินค้าไปนานๆ และมีโอกาสที่จะนำบัตรเครดิตนั้นไปซื้อสินค้าชิ้นต่อไป และนั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้ดอกเบี้ยจากลูกค้าที่ผิดนัดผ่อนชำระ

4. ข้อมูลในการซื้อสินค้าของลูกค้าในแต่ละครั้ง สถาบันการเงินสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อยอด เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพื่อขายให้แก่ลูกค้าในอนาคต

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมบัตรเครดิตในประเทศไทยจึงเติบโตได้ดี

สถิติจำนวนบัตรเครดิตของประเทศไทย

ปี 2558 จำนวนบัตรเครดิต 18.9 ล้านใบ

ปี 2559 จำนวนบัตรเครดิต 20.1 ล้านใบ

ปี 2560 จำนวนบัตรเครดิต 20.3 ล้านใบ

สรุปแล้ว ข้อดีการผ่อน 0% ด้วยบัตรเครดิต ก็คือ ทำให้ลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินก้อนในปัจจุบัน โดยให้ร้านค้าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าธรรมเนียมบางส่วน และ สถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตรับภาระในการตามเก็บเงิน

ซึ่งถ้าเรามีวินัยในการผ่อนชำระ เรื่องนี้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับเรา

จุดสำคัญของเรื่องนี้คือ ถ้าผู้ที่ซื้อสินค้าเริ่มไม่สามารถผ่อนได้ครบตามกำหนดทั้งจำนวนเงินหรือระยะเวลา เช่น เริ่มจ่ายขั้นต่ำหรือเริ่มผ่อนชำระช้ากว่ากำหนด สถาบันการเงินจะเริ่มมาคิดดอกเบี้ยจากบัตรเครดิต

ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่ 18% ซึ่งอัตรานี้ถูกควบคุมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

ถ้าคิดง่ายๆว่าเราค้างชำระ 1 ปี จากราคาสินค้า 30,000 บาท ถ้ารวมดอกเบี้ย 18% ต่อปี เข้าไปด้วย ก็จะกลายเป็น 35,400 บาทในทันที

จากที่เราจะซื้อของได้ถูกลง กลับกลายเป็นว่าเราต้องจ่ายค่าสินค้านั้นแพงขึ้น..

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในปี 2560 มีการสำรวจพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคนกรุงเทพฯ พบว่ามีการชำระหนี้บัตรเครดิตตามกำหนดและเต็มจำนวนเพียง 54% หมายความว่าอีก 46% ของผู้ใช้บัตรเครดิตนั้นชำระไม่ครบจำนวนหรือชำระไม่ตรงตามกำหนดเวลา

และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้สถาบันการเงินพยายามทำโปรโมชันลักษณะนี้ออกมาเรื่อยๆ เพราะยังมีลูกค้าจำนวนมากที่ชำระหนี้ขั้นต่ำหรือล่าช้า ทำให้สถาบันการเงินมีรายได้ดอกเบี้ยบัตรเครดิต

ดังนั้น ในเรื่องของการซื้อสินค้าที่มีโปรโมชันการผ่อนชำระค่าสินค้า 0% นั้น เราต้องแน่ใจว่าตัวเองมีวินัยที่ดีพอในการผ่อนชำระตามเงื่อนไขที่กำหนด

เพราะไม่เช่นนั้น คนที่ดูเหมือนว่าจะได้ประโยชน์ จริงๆ แล้ว อาจจะกลายเป็นคนที่เสียประโยชน์มากที่สุดก็เป็นได้..