[ลงทุนแมน] อธิบายคำว่า GDP แบบเข้าใจง่ายๆ / โดย ลงทุนแมน
ลงทุนแมน
26 ตุลาคม 2018 เวลา 04:02

อธิบายคำว่า GDP แบบเข้าใจง่ายๆ / โดย ลงทุนแมน

เราจะวัดมูลค่าของเศรษฐกิจทั้งระบบอย่างไร?

เวลาที่เราเห็นข่าวเศรษฐกิจ เราอาจจะได้เห็นคำว่า GDP ผ่านตาอยู่บ้าง

GDP จริงๆ แล้วย่อมาจาก Gross Domestic Product ซึ่งแปลว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวม

แล้ว ผลิตภัณฑ์มวลรวม คืออะไร? สามารถคำนวณมาได้อย่างไร?

ลงทุนแมนจะยกตัวอย่างง่ายๆ ดังนี้

ถ้าเราเดินเข้าร้านอาหาร และซื้อข้าวหนึ่งจาน เงินที่เราจ่ายไปก็จะถูกรวมเข้าไปในมูลค่าของ GDP

เมื่อเจ้าของร้านอาหารจ่ายเงินเดือนให้พนักงานเสิร์ฟก็จะรวมอยู่ใน GDP

มูลค่าของโต๊ะ เก้าอี้ ที่เจ้าของร้านอาหารจ่ายเงินเพื่อลงทุนเปิดร้านก็รวมอยู่ใน GDP เช่นกัน

เราอาจจะสามารถสรุปง่ายๆ ว่า GDP คือมูลค่าที่ระบบเศรษฐกิจทั้งหมดของประเทศนั้นสร้างขึ้นมาได้

แต่เนื่องจากในระบบเศรษฐกิจมีการผลิตสินค้าและบริการจำนวนมหาศาล

การที่จะคำนวณจากสินค้าทีละชิ้นคงเป็นเรื่องยากเกินไป

จึงมีการคำนวณ GDP จากเงินที่ถูกนำไปใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจแทน ซึ่งวิธีนี้ได้ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด

มูลค่าของ GDP ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก

ส่วนแรกมาจากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ซึ่งก็คือกิจกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการชอปปิง หรือ ออกไปรับประทานอาหาร

ส่วนที่ 2 มาจากการลงทุน ทั้งจากภาคธุรกิจที่ลงทุนในเครื่องจักร ที่ดิน อาคาร หรือระบบเทคโนโลยี รวมถึงการลงทุนของคนทั่วไป เช่น การซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย

ส่วนที่ 3 จากการใช้จ่ายของภาครัฐ

และส่วนที่ 4 จากมูลค่าส่งออกสุทธิ โดยคำนวณมาจากมูลค่าการส่งออกของประเทศลบด้วยมูลค่าการนำเข้า

สำหรับ GDP ของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านล้านบาทในปี 2017

ส่วนประเทศที่มี GDP มากที่สุดในโลกก็คือสหรัฐอเมริกา โดยมีมูลค่าประมาณ 633 ล้านล้านบาท

แต่การดูที่ตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้เราไม่สามารถวิเคราะห์อะไรได้มากนัก

เราจึงต้องดูอัตราการเติบโตของ GDP ประกอบด้วย โดยคำนวณมาจากเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของ GDP ในแต่ละช่วงเวลา

การทำเช่นนี้ก็เปรียบเทียบได้กับการตรวจสุขภาพของระบบเศรษฐกิจ

หากเศรษฐกิจสุขภาพดี อัตราการเติบโตของ GDP ก็จะเป็นบวก

แต่ถ้าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลงหรือถดถอย อัตราการเติบโตของ GDP ก็จะเป็นลบ

แต่ GDP ก็อาจไม่ได้สะท้อนผลจากเศรษฐกิจในทุกๆ ด้าน

ยังมีทั้งด้านความสุข คุณภาพชีวิต หรือการก่อมลภาวะที่ไม่ได้สะท้อนอยู่ในตัวเลขของ GDP

เนื่องจากบางประเทศที่มีรายได้สูง ก็อาจต้องแลกมาด้วยความเครียดจากการทำงานหนักของประชาชน

ระยะหลังๆ จึงมีหลายองค์กรที่พยายามเสนอตัวชี้วัดใหม่ๆ ขึ้นมาใช้ เช่น GNH (Gross National Happiness) หรือความสุขมวลรวม ที่ประเทศภูฏานใช้เป็นตัวชี้วัด

อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน GDP ก็ยังเป็นตัวชี้วัดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่ทั่วโลกใช้กันมากที่สุดอยู่ดี

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

สหรัฐอเมริกาครองอันดับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดมาตั้งแต่ช่วงปี 1920 หากวัดจากมูลค่าของ GDP

ส่วนอันดับ 2 คือประเทศจีน ด้วยมูลค่า GDP ประมาณ 400 ล้านล้านบาท

จริงๆ แล้วหากมองย้อนกลับไปในอดีต เศรษฐกิจของจีนเพิ่งเริ่มขยายตัวอย่างมากในช่วงปี 2000 และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในปี 2008

ซึ่งหากพิจารณาถึงอัตราการเติบโตต่อปีของ GDP ในปัจจุบันระหว่างสหรัฐอเมริกา กับ จีน

ในปี 2017 สหรัฐอเมริกามีอัตราการเติบโตต่อปีของ GDP 2.9%

ส่วนจีนมีอัตราการเติบโตต่อปี 6.7%

และถ้าหาก 2 ประเทศนี้ยังเติบโตในระดับเดิมต่อไปเรื่อยๆ

GDP ของประเทศจีนก็จะสามารถแซงสหรัฐอเมริกา และครองอันดับประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดได้ในปี 2030 และนี่จะเป็นครั้งแรกในรอบร้อยกว่าปี ที่สหรัฐอเมริกาจะเสียแชมป์ประเทศที่มี GDP มากสุดในโลก

ซึ่งถ้านับดูแล้ว ก็อีกแค่ 12 ปีเท่านั้น..

<ad> ถ้าเข้าใจเรื่อง GDP แล้ว อยากเข้าใจเรื่อง Facebook ด้วย ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ ‘ใช้ Facebook ถูกวิธี ยอดขายดีขึ้น 100 เท่า’ โดย "DIGITAL TIPS" อ่านแล้วจะเข้าใจพี่มาร์คขึ้นอีกหลายเท่า ยิงแอดได้ปังๆ กว่าที่เคย อ่านสนุก เข้าใจง่าย แถมมีวีดีโอในเล่มแจกให้ไว้ไปทำตามกันได้

สามารถซื้อได้แล้วตามร้านหนังสือชั้นนำ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ราคาเพียง 249 บาทเท่านั้น

สั่งซื้อได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40digitaltips 

หรือ https://www.facebook.com/thedigitaltips