[ลงทุนแมน] ฝันร้ายกำลังมาเยือน Apple / โดย ลงทุนแมน
3 มกราคม เวลา 11:50Business

ฝันร้ายกำลังมาเยือน Apple / โดย ลงทุนแมน

ใครจะไปคิดว่า

ฝันร้ายของ Apple คือ “การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่”

เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว

Apple กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งแรก

ที่มีมูลค่าพุ่งสูงเกินกว่าหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

หนึ่งเดือนต่อมา..

Apple ได้ประกาศเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ทั้งสามรุ่น iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR

ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนมากต่างได้คาดการณ์ว่า Apple จะเติบโตขึ้นหลังจากการเปิดตัวครั้งนี้

แต่เรื่องนี้กลับผิดคาด

Apple ต้องเผชิญกับปัญหา iPhone XR ซึ่งเป็นรุ่นเล็กที่สุดในบรรดารุ่นใหม่ทั้งสามรุ่น มียอดสั่งซื้อน้อยกว่าคาด จนต้องลดจำนวนการผลิตลง

และหลังจากนั้นไม่นาน ปัญหานี้ก็ได้เกิดขึ้นกับ iPhone XS และ iPhone XS Max เช่นกัน

กลายเป็นว่า Apple ต้องสั่งลดกำลังการผลิต iPhone รุ่นใหม่ที่เปิดตัวทั้งหมด

นอกจากนั้นทางบริษัท Foxconn ผู้ผลิต iPhone ให้กับ Apple ยังได้ออกมาประกาศอีกว่าจะลดจำนวนพนักงานทั่วไปลงอีก 10%

พร้อมกันนี้ยังวางแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายสำหรับธุรกิจ iPhone ลงเป็นมูลค่าทั้งหมด 6 พันล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบ 3 หมื่นล้านบาท

เรื่องทั้งหมดนี้สะท้อนถึงแนวโน้มในอนาคตที่ไม่ค่อยสดใสของ Apple เท่าไรนัก

ในเดือนพฤศจิกายน Apple ได้กล่าวถึงตัวเลขประมาณการของไตรมาสที่ 4 ว่ารายได้ทั้งหมดของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 89,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 92,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ ทาง Apple กล่าวว่า ต่อจากนี้ไปบริษัทจะไม่รายงานยอดขายที่อยู่ในรูปแบบของจำนวนเครื่องอีกต่อไปแล้ว

เรื่องนี้น่าสนใจที่ว่า Apple จงใจเน้นขายเครื่องที่ราคาสูงขึ้น แต่ทำให้จำนวนเครื่องขายได้น้อยลง

การประกาศในครั้งนั้นได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัท Apple เป็นอย่างมาก

ส่งผลให้หุ้นของบริษัท Apple ปรับลดลงมากถึง 6.4% ภายในวันเดียว

แต่ความโชคร้ายของบริษัท Apple ก็ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น จากกรณีการจับตัว CFO ของบริษัท Huawei ที่สนามบินของประเทศแคนาดา

เรื่องนี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลจีน และลุกลามไปถึงบริษัทจีนหลายๆแห่ง

จนถึงขั้นที่ว่าบางบริษัทประกาศว่า พนักงานที่ใช้ iPhone อาจจะไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

ส่วนคนไหนที่ต้องการจะเปลี่ยนจาก iPhone มาใช้ Huawei ทางบริษัทจะมอบเงินบางส่วนให้สำหรับการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัท Apple ยังไม่ได้มีการพูดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเรื่องนี้

จนล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Tim Cook ซีอีโอของบริษัท Apple ได้ออกมาเขียนจดหมายถึงนักลงทุน ซึ่งได้มีการปรับประมาณการรายได้ของบริษัทลงอีกจาก 89,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงมาเหลือเพียง 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

Tim Cook ให้เหตุผลว่า สาเหตุของการปรับลดประมาณการในครั้งนี้มาจากยอดขายของ iPhone ที่ลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ โดยอ้างว่าเป็นผลมาจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา

แต่จริงๆแล้วในเวลาเดียวกันสมาร์ตโฟนสัญชาติจีน เช่น Huawei กลับมียอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น

Tim Cook พยายามบอกว่าถึงแม้ iPhone ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทจะปรับตัวลดลง แต่สำหรับรายได้ส่วนอื่นๆของบริษัทก็ยังคงมีการเติบโตอยู่ และ iPad เองก็เริ่มมีการฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งจากการออก iPad Pro หลังจากที่ยอดขายตกลงอย่างต่อเนื่องมานาน

แต่ดูเหมือนว่านักลงทุนจะไม่ค่อยสนใจกับการเติบโตในส่วนอื่นๆนอกเหนือจาก iPhone ตามที่ Tim Cook ได้กล่าวไว้ ส่งผลให้หุ้นของ Apple ปรับตัวลดลงถึง 8% ทันทีหลังการประกาศจดหมายฉบับนี้

หุ้นของบริษัท Apple เคยทำจุดสูงสุดที่ราคา 233.47 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น

ปัจจุบันราคาของหุ้น Apple อยู่ที่ 146 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ลดลง 37% ภายในเวลาไม่ถึงสามเดือน

ถ้าเทียบเป็นมูลค่าบริษัท เราก็จะพบว่าหายไปเกือบ 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

หรือคิดเป็นเงินไทยที่มากถึง 13 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

จากบริษัทที่เคยมีมูลค่ามากสุดในโลก ก็ได้เป็นแค่อดีต เพราะถูกบริษัทอื่นแซงหน้าไป

ที่น่าสนใจคือ การชะลอตัวของบริษัท Apple ในครั้งนี้เริ่มส่งสัญญาณมานานแล้ว

เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยอดขายของจำนวน iPhone ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดมาตั้งแต่ปี 2015 แล้ว

ซึ่งการเติบโตของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาถูกแทนที่ด้วยการปรับขึ้นราคาสินค้า

จนกระทั่งถึงในรุ่นของ iPhoneX ที่การปรับราคาขึ้น เริ่มส่งผลกระทบต่อการขายของ Apple จนทำให้บริษัทต้องยอมที่จะลดราคาของ iPhoneX หลังจากเปิดตัวได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น

ซึ่งสุดท้ายแล้ว ปัญหานี้ก็ได้กลับมาบานปลายอีกครั้งใน iPhone ทั้งสามรุ่นล่าสุดอย่างที่เราเห็นกัน

สิ่งที่ท้าทายต่อจากนี้ของ Apple ก็คงจะเป็นการสร้างสิ่งใหม่ที่แตกต่างกว่าเดิมให้กับ iPhone

เพื่อให้ผู้ซื้อรู้สึกยอมรับได้กับราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น

และถ้าทำไม่สำเร็จ Apple อาจจะต้องเสียส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ตโฟนไปเรื่อยๆ และจะยังคงอยู่กับฝันร้ายนี้ต่อไป..

ติดตามเรื่องราวบริษัทชั้นนำของโลก ได้ที่เพจลงทุนแมน ในแอปพลิเคชัน blockdit โหลดฟรี blockdit.com

455
แชร์ 1 ครั้งรับชม 54.7k ครั้ง
Khufu​ Merer
ใคร​จะ​กล้า​ใช้​ราคา​แพง​ไม่​พอ​ แถม​ตัวสินค้า​ก็​ไม่​มีอะรัย​เดิม​ๆๆ​ เปลี่ยน​แค่​ชื่อ​รุ่น​
13 เมษายน เวลา 00:36
(สิงห์)คัมภีร์ ระปัญโญ
ไอโฟน6จะอัพเดตเกมทั้งที่ต้องใช้ไวไฟอย่างเดียว เน็ตตัวเองก็อัพไม่ได้
5 เมษายน เวลา 15:02
1
To Suphachai
จาก iphone 7plus เครื่องต่อไปคงไม่ iphone แล้ว ราคามันแพงเกินไป
4 กุมภาพันธ์ เวลา 13:02
T
Tanakorn SAM
แพงหรือไม่อยู่ที่ความมั่งคั่งของเราคับ ถ้าวันนี้เราสามารถซื้อช็อคโกแลตแท่งละ 5 บาทได้โดยไม่เสียดายเงิน ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะตกงานหรือไม่ก็ตาม เราก็มีความมั่งคั่งระดับราคาช็อคโกแลต 5 บาท ถ้าเทียบไอโฟน คงประมาณช็อคโกแลตแพงๆ อย่างเฟอร์เรโร่ฯ นี่ผมคิดกลับไปกลับมา สุดท้ายหยิบคิทแคทแทน 😁 คนที่มีเงิน และมีความมั่งคั่งมาก เขาซื้อไอโฟนโดยไม่ต้องคิดอะไร แต่ไม่ใช่เราแฮะ..
4 มกราคม เวลา 02:18
14
ดู 1 ความคิดเห็นย่อยเพิ่มเติม...
T
Tanakorn SAM
ขอบคุณคับ จริงๆ ความมั่งคั่งก็ไม่เชิงว่าใครจะมองว่าถูกหรือแพง แต่เรียกว่าสามารถซื้อได้โดยไม่เสียดายเงินและไม่ลำบากกระเป๋าตังค์จะดีกว่า
4 มกราคม เวลา 12:26
3
Anuchit Julgasem
ผมว่าแพงก็คือแพงครับ แต่ความมั่งคั่งทำให้ซื้อของแพงได้ จะเรียกว่ามันถูกเพราะมั่งคั่งคงไม่ได้ เพียงแต่มีความสามารถในการซื้อหามาเป็นเจ้าของ เพราะถึงผมจะมีเงินมากพอที่จะซื้อ iPhone แต่ผมเลือกที่จะไม่ซื้อเพราะผมเห็นว่ามันแพงเกินไป เรามีทางเลือกอื่นอีกมากมาย
12 มกราคม เวลา 03:49
T
Tanakorn SAM
เข้าใจถูกแล้วคับ คือมีเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้อง ... ด้วย 55 ต้องอยู่ที่ความรู้สึกเราด้วยที่เห็นว่ามันไม่แพง ยกตัวอย่างเราๆ มีความมั่งคั่งในระดับซื้อลูกอมได้สบายๆ
16 มกราคม เวลา 03:33
Wan Wong
แพงเกินความจำเป็น อุปกรณ์เสริมไม่สามารถซื้อยี่ห้ออื่นได้เลย
4 มกราคม เวลา 02:18
2
S
Somkiat Suksai
ราคา กับ มูลค่ามันสวนทางกัน คำว่ายี่ห้อ ไม่สำคัญอีกต่อไป พึ่งไปซื้อ โทรศัพท์ใหม่มาก่อนปีใหม่ เดินสำรวจอยู่ประมาณ 30 นาที apple ราคาประมาณ 50K ซัมซุง 30 k มาจบที่ หัวเหว่ย 20 K ส่วนตัวมองว่า ทุกอย่าง คล้ายๆกัน ต่างกันที่ UI UX เอาตังส่วนต่าง ไปให้แม่ดีกว่า ตอนนี้ไม่ใช่ยุคที่คนตื่นเต้นกับ mobile app กล้อง 4 อันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการ หาสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการให้เจอแบบสตีฟนะคุ๊ก แล้วนายจะกลับมาผงาดอีกครั้ง ยังใช้ ipad กับ ดินสอ อยู่นะ ถือว่าโอเคเลยทีเดียว กับราคา 15K
4 มกราคม เวลา 01:09
5
T
Tanakorn SAM
ผมใช้ ipad mini2 อยู่ 11k ขนาดตอนนั้นยังว่าแพงเลย
4 มกราคม เวลา 02:06
1
C
CK
หลายคนอาจจะบอกว่าราคามันแพง แต่ผมบอกเลย “ของแพงไม่มีในโลก” จะซื้อผมเชื่อว่าหลายคนซื้อได้แต่ไม่ซื้อ เพราะสิ่งที่ได้มามันรู้สึกไม่คุ้มค่า เช่น อุปกรณ์เสริมที่สมควรจะแถมมากับเครื่องแต่ก็ไม่ยอมแถม
3 มกราคม เวลา 20:03
2
หัสดินทร์. วงษ์มีมา
อย่าเลือกคนใช้ในราคาที่สูงเกิน
3 มกราคม เวลา 19:28
4
กนก
แค่สินค้าฟุ่มเฟือย
3 มกราคม เวลา 17:59
4
ภวินวัชร์ อัครพรกุลรัตน์
ยังคงจะใช้ไอโฟนเหมือนเดิมเพียงแต่รอเวลาที่มันตกรุ่นแล้ว T_T
3 มกราคม เวลา 16:08
8
T
Tanakorn SAM
คิดเหมือนกัน ตอนแรกว่าจะ i8 หรือ ixr ดี แต่ตอนนี้รอตัวใหม่ลดราคาดีกว่า 😁
4 มกราคม เวลา 02:04
กำลังโหลด...