29 มกราคม เวลา 02:57Business

Mega Capitalization: บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก / โดย ลงทุนแมน

บริษัทยักษ์ใหญ่ หรือ Mega Capitalization ของโลกนี้ทำอะไรบ้าง?

ถ้ากำหนดให้เป็นบริษัทที่มีมูลค่าเกิน 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

รู้หรือไม่ว่าในโลกนี้จะมีเพียง 78 บริษัทเท่านั้น

1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นเงินไทยได้ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะไม่มีบริษัทสัญชาติไทยติดอยู่หนึ่งในนี้

แล้ว 78 บริษัทนี้ มีหน้าตาเป็นอย่างไร?

บริษัทที่มีขนาดใหญ่สุดในโลกตอนนี้คือ Amazon ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 26 ล้านล้านบาท

เทียบได้กับขนาดเศรษฐกิจของเนเธอร์แลนด์ทั้งประเทศ ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีมูลค่า GDP มากเป็นอันดับ 18 ของโลก

ทุกวันนี้เราอาจต้องเรียก Amazon ว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว

Amazon เริ่มต้นจากธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ จนปัจจุบันบริษัทได้มาเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี AI และ ธุรกิจ Cloud

แล้วอีก 77 บริษัทที่เหลือทำธุรกิจอะไร?

คำตอบที่ได้ค่อนข้างหลากหลาย เนื่องจากหากพิจารณารายบริษัท จะพบว่ามีตั้งแต่บริษัทที่ทำธุรกิจอาหาร, ค้าปลีก, ผลิตเครื่องบิน, การเงิน ไปจนถึงโทรคมนาคม

แต่ที่น่าสนใจคือ หากเราดูเพียงแค่บริษัทที่ใหญ่สุด 10 อันดับแรก

จะเป็นธุรกิจเทคโนโลยี 6 บริษัท

การเงินและการลงทุน 2 บริษัท

ยา 1 บริษัท

น้ำมัน 1 บริษัท

เราจะเห็นว่าเกินครึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเทคโนโลยี..

เรื่องนี้เป็นเพราะอะไร?

หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน บริษัทที่มีมูลค่ามากสุดในโลก

จะเป็นธุรกิจน้ำมัน 3 บริษัท

โทรคมนาคม 2 บริษัท

ค้าปลีก 1 บริษัท

การเงินและการลงทุน 1 บริษัท

ยา 1 บริษัท

สินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค 1 บริษัท

เทคโนโลยี 1 บริษัท

ในช่วงต้นปี 2009 มีบริษัทเทคโนโลยีเพียงบริษัทเดียวที่ติดใน 10 อันดับแรก

หนึ่งในปัจจัยสำคัญของเรื่องนี้น่าจะมาจากการเข้ามาของอินเทอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก สามารถเชื่อมต่อกันจนแทบจะไร้ข้อจำกัด ทำให้เกิดการแพร่กระจายทางความคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อก่อนมนุษย์เราอาจมองว่าทองหรือน้ำมันเป็นสิ่งที่มีค่า จึงส่งผลให้ความยิ่งใหญ่อยู่ที่บริษัทน้ำมัน

แต่ปัจจุบันสิ่งที่มีค่ามากกลับกลายเป็น “ข้อมูล”..

เพราะข้อมูลเป็นสิ่งที่ทำให้เทคโนโลยีสามารถพัฒนาและมีความฉลาดมากขึ้น

ด้วยการเชื่อมโยงกันแบบไร้พรมแดน ทำให้การเก็บข้อมูลเป็นเรื่องที่ไม่ยากเหมือนในอดีต เราจึงมีฐานข้อมูลที่กว้างและลึกขึ้น

เรื่องนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมเทคโนโลยีถึงถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และสามารถเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น และจะทำให้บริษัทผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีเหล่านี้ สามารถเติบโตจนก้าวขึ้นมาครองอันดับต้นๆ ของโลกได้..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ในบรรดาบริษัทมูลค่าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐทั้งหมด มีบริษัทจากสหรัฐอเมริกามากถึง 47 บริษัท ซึ่งคิดเป็นประมาณ 60%

รองลงมาคือบริษัทจากจีน 8 บริษัท และจากฝรั่งเศส 4 บริษัท

สำหรับไทยเราอาจยังไม่มีบริษัทมูลค่าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบันบริษัทที่มีขนาดใหญ่สุดในประเทศ คือ ปตท. ประกอบกิจการในธุรกิจน้ำมัน และมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อไหร่ประเทศไทยจะมี Mega Capitalization

และก็น่าคิดว่าบริษัทนั้นจะทำธุรกิจอะไร..

ติดตามเรื่องราวบริษัทชั้นนำของโลก ได้ที่เพจลงทุนแมน ในแอปพลิเคชัน blockdit โหลดเลยที่ blockdit.com

220
แชร์ 6 ครั้งรับชม 24.4k ครั้ง
ภาณุ
มีตัวเลข บริษัทค้าอาวุธบ้างไหมครับ
29 มกราคม เวลา 12:24
1
Supawut Archavaniyut
รู้สึกไม่ได้รวม private company ที่เกินแสนล้านดอลนะครับ
29 มกราคม เวลา 12:09
changm
บริษัทอะไรบ้าง
29 มกราคม เวลา 11:49
A
ARJHARN
บริษัทไทยที่จดในต่างประเทศ เช่น ไทยเบฟเวอเรจ(ขายเหล้า ผิดศีล เข้าตลาดหุ้นไทยไม่ได้) แล้วก็มีสตาร์ทอัพ เช่น ZocialRipple หรือไปร่วมทุนกับสิงค์โปร เป็นต้น.
29 มกราคม เวลา 12:19
1
ARJHARN
ทุนของบริษัทเหล่านี้ไม่ได้มาจากบุคคลคนเดียว เพราะ อเมริกามีตลาดระดมทุนขนาดใหญ่จากระบบทุนนิยมเสรี(ไทยจะเรียกว่าทุนนิยมสามานย์)ทำให้บริษัทเล็กๆ ที่มีผลกำไรขยายกิจการจากนำเข้าตลาดหลักทรัพย์จนใหญ่โตได้ Facebook ไม่มีปัญญาซื้อ server มาจัดการระบบถ้าไม่หาเงินจากตลาดหุ้น ประเทศไทยมีตลาดหุ้นขนาดเล็ก ไม่ดึงดูด เพิ่ม Market cap ก็ยากหลายบริษัท ก็หนีไประดมทุนต่างประเทศแทน.
29 มกราคม เวลา 11:45
2
ติณห์ธร นราพิสุทธิ์
สุดท้ายแล้วประเทศไทยอยากมี mega capitalization มันไม่ยากครับ แต่ผู้บริโภคอยากให้มีรึเปล่าถ้ามันต้องแลกกับสินค้าที่มีคุณภาพลดลง มีให้เลือกน้อยแบรนด์ หรือสินค้าคุณภาพดีขึ้นแต่คนที่มีพรสวรรค์ในด้านต่างๆแต่ไม่สามารถทำอาชีพในฝันได้เพราะไม่สามรถแข่งกับ mega capitalization ได้
29 มกราคม เวลา 04:34
3
ติณห์ธร นราพิสุทธิ์
mega capitalization สะท้อนถึงภาวะผูกขาดทางธุรกิจได้ดีมาก โดยเฉพาะ 5 อัศวินโลกไอทีแห่งแดนมะกัน amazon เข้ามาโดยที่ยังไม่มีคู่แข่งทางธุรกิจที่ชัดเจนพอ ในขณะที่ค้าปลีก ver.เก่ามีเป็น 10 กว่าแบรนด์ facebook กับ google แหล่งสูบเม็ดเงินโฆษณาจากทั่วโลกแต่บุคคลที่เกาะกินจากแพลตฟอร์มหลายคนยังตั้งตัวไม่ได้ ต้องจัดอีเวนต์ สัมมนา คอนเสิร์ต หรือทำอาชีพเสริมช่วย (แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีนะแต่ยังน้อย) แถมบางทียังระบบตามใจฉันแต่ทอดทิ้งผู้บริโภคบางกลุ่ม apple จากเคยมือถือรุ่นเดียวขายได้ทั่วโลกกลายเป็นต้องเสียส่วนแบ่งให้แดนมังกร เพราะราคาได้ตามใจผู้บริโภค นี่ยังไม่นับธุรกิจอีกหลายธุรกิจที่ใหญ่เพราะไล่ซี้อกิจการเจ้าอื่นจนเป็นเสือนอนกินจนคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาแข่งยาก แต่เพราะยังอยู่ได้เพราะเป็นบริษัทที่มีคนเก่งเยอะสามารถปรับตัวได้ดี
29 มกราคม เวลา 04:32
4
Chainarong Charin
อยากทราบ ตลาดขนส่งบ้างครับ เช่น เคอรี่ นินจา ไลน์แมน ตอนนี้ใหญ่ขนาดไหนแล้ว
29 มกราคม เวลา 04:29
2
Sanit Sirikolkarn
น่าสนใจมากครับ
29 มกราคม เวลา 03:04