โพสต์


Facebook กำลังรวมแช็ต Messenger WhatsApp Instagram เข้าไว้ด้วยกัน / โดย ลงทุนแมน
เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวที่สำคัญเกี่ยวกับวงการ โซเชียลมีเดีย
นั่นคือการที่ Facebook เตรียมจะควบรวมบริการส่งข้อความ ของ 3 แอปพลิเคชัน ที่ Facebook เป็นเจ้าของ เข้าไว้ด้วยกัน
เรื่องราวนี้มีความน่าสนใจอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Facebook เป็นบริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใหญ่สุดในโลก ปัจจุบันมีมูลค่าตลาด 13.5 ล้านล้านบาท
ปี 2017 มีรายได้ 1.3 ล้านล้านบาท กำไร 5 แสนล้านบาท
ปี 2018 (9 เดือน) มีรายได้ 1.2 ล้านล้านบาท กำไร 4.8 แสนล้านบาท
โดยโครงสร้างรายได้ของ Facebook นั้น มาจากค่าโฆษณาถึง 98%
แพลตฟอร์มที่บริษัท Facebook เป็นเจ้าของมีดังนี้
แพลตฟอร์ม Facebook มีผู้ใช้งาน 2,200 ล้านบัญชี
แพลตฟอร์ม Messenger มีผู้ใช้งาน 1,300 ล้านบัญชี
แพลตฟอร์ม Instagram ที่เน้นการแชร์รูปภาพ แต่ก็มีบริการแช็ตภายในตัวด้วยเหมือนกัน ซึ่ง Facebook ซื้อกิจการมาเมื่อปี 2012 ด้วยเงิน 32,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน 1,000 ล้านบัญชี
แพลตฟอร์ม WhatsApp เป็นแอปพลิเคชันแช็ต ที่ Facebook ซื้อกิจการมาเมื่อปี 2014 ด้วยเงิน 600,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน 1,500 ล้านบัญชี
ดูเหมือนว่า ในการติดต่อสื่อสารของมนุษย์โลก จะต้องมี Facebook เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เพราะแต่ละบริการของบริษัทนั้นมีฐานลูกค้าสูงเกินกว่า 1,000 ล้านราย..
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า Facebook กำลังวางแผนที่จะรวมบริการแช็ตของทั้ง Messenger, WhatsApp และ Instagram เข้าไว้ด้วยกัน โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ในปี 2020
ทั้งนี้บริการของทั้ง 3 แอป จะยังเป็นอิสระต่อกันเหมือนเดิม เพียงแต่จะมีการเชื่อมโยงการรับส่งข้อความระหว่างกันให้มีความสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น เช่น ผู้ใช้ Messenger สามารถแช็ตไปหาบัญชีผู้ใช้ WhatsApp หรือ Instagram ได้โดยตรง
ทำไม Facebook ต้องรวมแช็ตทั้งหมดไว้เข้าด้วยกัน?
หากวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ Facebook วางกลยุทธ์เช่นนี้ คงเป็นเพราะว่า ในตอนนี้แม้บริษัทจะครองตลาดการติดต่อสื่อสารได้อย่างหมดจด แต่มันก็ยังมีช่องว่างอยู่
ช่องว่างที่สำคัญก็คือ
ในโลกนี้ ทุกคนใช้แอปพลิเคชันแช็ต ที่ไม่เหมือนกัน..
สหรัฐอเมริกาใช้ Messenger
ยุโรปใช้ WhatsApp
ญี่ปุ่นใช้ LINE
และ หลายคนก็ชอบแช็ตใน Instagram
เมื่อช่องว่างเกิดขึ้น อุปสรรคก็เกิดขึ้น
การเชื่อมทุกอย่างไว้ด้วยกัน จะเพิ่มความสะดวก และช่วยรักษาฐานผู้ใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม
เรียกได้ว่า สร้าง Ecosystem ที่ผู้ใช้งานออกจากแพลตฟอร์มได้ยากขึ้น
เพราะถ้าเราตัดสินใจออก หมายความว่าเราจะพลาดโอกาสในการติดต่อกับเพื่อนเราทั้ง Messenger WhatsApp และ Instagram
นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของผู้ใช้บริการแต่ละแพลตฟอร์ม ใกล้ถึงจุดอิ่มตัว ด้วยฐานสมาชิกที่สูงอยู่แล้ว
ดังนั้น วิธีที่จะทำให้บริการมีการขยายตัวต่อ คือ การเชื่อมการติดต่อระหว่างแพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้งานมีกิจกรรมที่ทำในแพลตฟอร์มมากขึ้น
ที่ผ่านมา Facebook ได้ยกเลิกค่าบริการรายปีของ WhatsApp เพื่อรักษาฐานลูกค้าสู้กับแอปอื่นๆ ที่ให้ใช้บริการฟรี และหาทางใช้ฐานข้อมูลลูกค้า สร้างรายได้กับภาคธุรกิจแทน
ในขณะเดียวกัน เมื่อปี 2016 Facebook ได้เพิ่มฟีเจอร์เรื่อง Marketplace เข้ามา เพื่อการซื้อขายสินค้ากันระหว่างผู้ใช้
รวมทั้ง Instagram เองก็มี Page ร้านค้า ที่เน้นการขายสินค้า
การรวมแช็ตของทั้งสามแพลตฟอร์ม อาจทำให้ภาคธุรกิจ สามารถมีข้อมูล หรือติดต่อธุรกรรมกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ไม่ว่าเราจะนิยมใช้แพลตฟอร์มอะไร หรืออยู่ที่ใดบนโลกนี้
ซึ่งแผนนี้ น่าจะทำให้ Facebook เสนอบริการให้ลูกค้าได้ครบวงจรในแบบฉบับตัวเอง ไม่ให้ผู้ใช้หนีไปใช้แพลตฟอร์มอื่นๆ ที่พยายามเข้ามาแย่งส่วนแบ่ง เช่น WeChat, LINE หรือ iMessage ของ Apple
เมื่อรวมกันแล้ว ผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มแช็ตนี้อาจแตะหลัก 2,000 ล้านบัญชี เทียบเท่าแพลตฟอร์ม Facebook ที่เป็นแพลตฟอร์มหลักของบริษัทก็เป็นได้..
ที่น่าสนใจคือ Facebook จะจัดการเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และความเชื่อมั่นของแพลตฟอร์มนี้อย่างไร?
เพราะในช่วงหลัง Facebook เกิดข่าวข้อมูลผู้ใช้งานรั่วไหลอยู่บ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสุดท้ายแล้วชีวิตของมนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกนี้ ก็จะวนเวียนอยู่ใน Facebook, Instagram และ WhatsApp ไม่แอปใดก็แอปหนึ่ง
เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่า
แม้เราคิดว่า บริษัทขนาดใหญ่ อาจผ่านช่วงเวลาแห่งการเติบโต และใกล้ถึงจุดอิ่มตัว แต่ในโลกของธุรกิจ มันก็จะยังมีช่องทางใหม่ๆ เปิดโอกาสให้เติบโตได้อีกเสมอ
ซึ่งในกรณีของ Facebook นี้ ก็เป็นที่น่าติดตามว่า บริษัทจะดำเนินกลยุทธ์ได้ประสบความสำเร็จหรือไม่ ท่ามกลางความท้าทายของคู่แข่งขัน และคำถามถึงคุณภาพ และความปลอดภัยของบริการ
ปิดท้ายด้วยคำถามที่น่าสนใจ..
ถ้าแพลตฟอร์มแช็ตใหม่ของ Facebook เกิดขึ้น
LINE จะมีวิธีป้องกันไม่ให้คนไทยหนีไปแพลตฟอร์มนี้อย่างไร?
ถือเป็นโจทย์ที่น่าคิดสำหรับ LINE ประเทศไทย..
แพลตฟอร์มแช็ตของ Facebook อาจมีจำนวนผู้ใช้แตะหลัก 2,000 ล้านบัญชี แล้วแพลตฟอร์มอื่นๆ มีคนใช้กี่คน? https://www.blockdit.com/articles/5b8ca0e881a9351e7ed21c23
ติดตามเรื่องราวบริษัทชั้นนำของโลก ได้ที่เพจลงทุนแมน ในแอปพลิเคชัน blockdit โหลดเลยที่ blockdit.com
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

Chai Morasillapin

ถูกใจมากไปครับขอแชร์ให้คนอ่านกันทั่วๆเลย
27 มิ.ย. เวลา 03:50

Jorse Always

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
17 เม.ย. 2019 เวลา 05:37

P.F.GROUP 2018 CO.,LTD.

แพ ลต บัญญัติศัพท์ใหม่
29 ม.ค. 2019 เวลา 18:05

Boat

แช็ต อ่านยากจังผมว่าเปลี่ยนเป็น แชท เถอะ
29 ม.ค. 2019 เวลา 17:51
1

luklik

fb เข้า1-2ครั้ง/อาทิตย์ เน้น line กะ blockdit 😤😤
29 ม.ค. 2019 เวลา 14:51

9pitak

ไลน์ผมไม่ชอบตรงมันลงได้เครื่องเดียวแล้วก็ภาพไม่เก็บไว้ เป็นไปได้ผมจะใช้ masenger มากกว่าตัดปัญหาข้อมูลหาย แต่ถ้าแชทเล่นๆคงไม่มีปัญหาอะไรก็ได้ที่เพื่อนเราใช้
29 ม.ค. 2019 เวลา 14:35
1

9pitak

มันได้ที่คอม 1กับมือถือ 1 ใช่ไหมครับ 1คอม 1มือถือ 1ipad หรือ 1มือถือ 1ipad account เดียวกัน/ด้ไหมครับ ผมลองแล้วมันไม่ได้ ถ้าได้รบกวนลิงค์วิธีทำหน่อยครับ อยากใช้ได้ครับ
29 ม.ค. 2019 เวลา 15:47
1

kwang

เราใช้มือถือ1กับไอแพด1 ต้องเข้าไปตั้งค่าอนุญาตก่อนเพิ่มอีกเครื่องค่ะ
17 เม.ย. 2019 เวลา 04:33

kwang

เวลาแชทกับเพื่อน ถ้าอยากให้รูปอยู่ เวลาลบแชทแล้วไม่หาย ให้ตั้ง Album ค่ะ หรือแชร์โพสต์สำคัญผ่านโน๊ตค่ะ จะมาหาง่าย ไม่ต้องเลื่อนโพสต์หานานค่ะ
17 เม.ย. 2019 เวลา 04:36
2

ARJHARN

ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งเถียงกัน (สู้ วีแชทได้หรือเปล่า😎)Line ใช้ง่าย ช่วงอายุการใช้กว้าง ผู้สูงอายุนิยมใช้ แต่ที่พากันขาดทุนก็เล่นเอาค่าใช้จ่ายserver มาหักแถมรายได้ก็โอนรับในต่างประเทศกัน (รีดภาษีได้แต่แม่ค้าออนไลน์).
29 ม.ค. 2019 เวลา 13:59

มนัส

line ขาดทุนตลอดเลย ถ้าคนใช้ขนาดนี้แล้วขาดทุนจริงไม่เลี่ยงภาษี ก็ยอมเฟซบุ๊กเถอะ
29 ม.ค. 2019 เวลา 13:00

ติณห์ธร นราพิสุทธิ์

ใจเย็นครับ line ยังมี line man อีกครับ ส่งของส่งพัสดุเป็นรายได้หลักอีกครับ
29 ม.ค. 2019 เวลา 13:23
1

มนัส

🤣🤣
29 ม.ค. 2019 เวลา 13:28

ธนกฤต จงภักดี

ยอดๆคุยทาง ig สนุกแน่นอน
29 ม.ค. 2019 เวลา 12:49

Rebon Againz

น่าสนใจ ตรงl ine th จะทำยังไง อนาคตอาจกลายเป็นส่วนเกิน อืมมน่าคิด
29 ม.ค. 2019 เวลา 12:42
1

ติณห์ธร นราพิสุทธิ์

line มันไม่ได้มีแต่ chat ครับ มี เรียก taxi ส่งของ ส่งอาหาร ดูซีรีย์ เล่นเกมส์ นานาจิปาทังครับ facebook ยังขาด wallet ส่งของ ส่งกาแฟ video ยังไม่เข้มแข็งด้วยครับ คนใช้หลายคนไม่รู้ว่า facebook มี ฟังก์ชั่นวีดีโอด้วย
29 ม.ค. 2019 เวลา 13:22
1