โพสต์


ลาซานญ่าคร่าวิญญาณ
ชายสูงอายุกำลังทานลาซานญ่าที่ห้างดังใจกลางกรุงเทพฯ
หารู้ไม่ว่านั่นอาจเป็นอาหารมื้อสุดท้าย
ลาซานญ่าหมู​ เครดิตภาพ: Ian Knauer ที่มา: https://www.foodandwine.com/recipes/pork-lasagna
กลางดึกคืนหนึ่ง​ รถพยาบาลไปรับตัวชายหมดสติมาส่งที่โรงพยาบาล
ณ​ ห้องฉุกเฉิน​ ผู้ป่วยปลุกไม่ตื่น​ แต่ยังพอตอบสนองต่อความเจ็บปวดได้
ผู้ป่วยมีไข้​ และแพทย์ตรวจพบลักษณะคอแข็งเกร็ง​ ดันให้ศีรษะก้มลงไม่ได้​ (stiff neck)
แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบฉับพลัน
โรคติดเชื้อที่ต้องให้การรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุดที่มีบันทึกในตำราแพทย์
ทุกนาทีที่ผ่านไปอาจหมายถึงความเสียหายอย่างถาวรของสมองและเส้นประสาท​ รวมถึงชีวิต
แพทย์ไม่รอช้า​ ให้เพาะเชื้อในเลือดพร้อมกับฉีดยาปฏิชีวนะขนาดสูงเข้าหลอดเลือดดำ
ตามด้วยเจาะเอาน้ำไขสันหลังมาตรวจ​ ซึ่งพบเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก​ ยืนยันว่ามีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
มีบางอย่างแพร่กระจายเข้าไปในชั้นเยื่อหุ้มสมองที่หุ้มรอบเนื้อสมองอันบอบบาง​และพร้อมจะปลิดชีพชายผู้นี้อย่างรวดเร็ว
แต่ชะตาของผู้ป่วยรายนี้ยังไม่ถึงที่​ ยาปฏิชีวนะได้ผล​ ผู้ป่วยค่อย​ ๆ​ รู้สึกตัวขึ้นเรื่อย​ ๆ​ จนกลับมาพูดคุยเป็นปกติได้ในไม่กี่วัน
บางรายอาจไม่โชคดีเช่นนี้
บางคนอาจออกจากโรงพยาบาลด้วยอาการหูหนวกถาวร​ จากเส้นประสาทสมองคู่ที่​ 8​ ถูกทำลาย​ (ไข้หูดับ)
บางรายอาจจบชีวิต...
ซึ่งก็ยังดีกว่ารายที่กลายเป็น​ "ผัก" (vegetative state) คือยังหายใจ​ หัวใจยังเต้น​ แต่ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น​อย่างถาวร เรียกได้ว่าจะเป็นก็ไม่เป็น​ จะตายก็ไม่ตาย
ผลเพาะเชื้อทั้งจากเลือดและจากน้ำไขสันหลังขึ้นเชื้อตัวเดียวกัน
สเตร็ป​ซูอิส [Streptococcus suis] เชื้อนี้มาจาก​"หมู"
สเตร็ปซูอิส​ จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน​ ที่มา: https://genome.jgi.doe.gov/portal/strsu/strsu.home.html
หมายความว่าผู้ป่วยต้องสัมผัสหมู​ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ทั้งนี้ถ้าทานเนื้อหมูสุกตามปกติ​ ก็ไม่นับเป็นความเสี่ยง​ เพราะเชื้อถูกความร้อนทำลายได้เหมือนเชื้อทั่วไป
หลังผู้ป่วยรายนี้ตื่นดี​ เราจึงไปซักถามเพิ่มเติม​ ได้ความว่า
บ่ายวันที่เกิดเรื่องเขาไปห้างดัง​กลางกรุง​ แล้วทานลาซานญ่าหมู​ ซึ่งเขารู้สึกว่าตรงกลางมันเย็น​ ๆ​ แหยะ​ ๆ​ ไม่สุก​ เหมือนอบมาไม่นานพอ
คืนนั้นเอง​ เขาก็มีไข้​ ปวดหัว​ และหมดสติไป
หมูดิบนั่นเองที่มีเชื้อมฤตยูนี้อยู่
ตามตำราว่าเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากสเตร็ปซูอิส​ การดำเนินโรคจะค่อนข้างช้า
แต่ในชีวิตจริง​ อาการทรุดเร็วไม่แพ้เชื้ออื่น
เคราะห์ดีที่ผู้ป่วยรายนี้​ รู้สึกไม่ดี​ จึงทานไปไม่กี่คำ​ ถ้าฝืนทานจนหมดอาจได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว
เราเจอผู้ป่วยติดเชื้อสเตร็ปซูอิส​อยู่เรื่อย​ ๆ​ บางคนอาจมาด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด​ ติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ​ เป็นต้น
เวลาผู้ป่วยดีขึ้น​ เราก็จะพยายามสืบเสาะให้ได้ว่าติดมาได้ยังไง​ จะได้ป้องกันไม่ให้ติดเชื้ิออีก​
แต่ผู้ป่วยเกือบทุกรายจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เคยทานหมูดิบ​ หรือ​ สุก​ ๆ​ ดิบ​ ๆ​ เลย
เคยมีรายนึงถามยังไงก็ว่าไม่ได้ยุ่งกับหมูดิบแน่​ ๆ​
แฟนผู้ป่วยก็อึกอัก​ ๆ​ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างขึ้นมา​ แต่ถูกผู้ป่วยปรามไว้
สุดท้ายลูกศิษย์ไปเค้นข้อมูลมา ปรากฏว่า​ ผู้ป่วยไม่เคยกิน​ "เนื้อหมู" สุก​ ๆ​ ดิบ​ ๆ​ แต่ชอบกิน "ตับหวาน" เลือดซิบ​ ๆ
เราก็อ้าว​ ตับหวานมันก็ตับหมูนี่
ผู้ป่วยก็ทำหน้าใสซื่อ​ ประมาณว่านึกว่าหมายถึงเนื้อของมันอย่างเดียว
บางทีคนไข้อาจจะรู้อยู่แล้วว่า​ ตับหวานน่าจะเป็นสาเหตุ​ แต่อาจกลัวหมอตำหนิ ถึงต้องปรามไม่ให้แฟนบอกตั้งแต่แรก
บางรายก็บอกว่าไม่ได้กินหมูหรืออวัยวะใดของหมูแบบสุก​ ๆ​ ดิบ​ ๆ​ เลย
อาจารย์ของผมก็จะเน้นว่าถามแค่การกินไม่พอต้องถามถึงการสัมผัสด้วย​ ก็จะเจอว่าหลายรายไม่ได้ทานเข้าไปก็จริงแต่จับเนื้อหมูดิบ​ตอนทำอาหาร​ ซึ่งอาจจะทำเป็นประจำ​ แต่เผอิญวันที่เกิดเรื่อง​ ไปจับหมูดิบโดยที่มือเป็นแผล​ เชื้อมันก็เข้าทางบาดแผลได้
แต่บางทีถามหมดทุกอย่าง​ ไม่เคยสัมผัสหมูที่แล่้เป็นชิ้น​ ๆ​ แล้วเคยสัมผัสหมูตัวเป็น​ ๆ​ มั้ย​ ผู้ป่วยก็ปฏิเสธ​หมดทุกไอเดียที่เราจะคิดได้
รุ่นพี่ผมต้องไปนั่งไล่ถามกิจวัตรในแต่ละวัน​ ถึงได้ทราบว่าบ้านผู้ป่วยขายเย็นตาโฟ​ และตัวผู้ป่วยรับผิดชอบการเตรียมก้อนเลือด​ จึงต้องสัมผัสกับ​ "เลือดหมู" สด​ ๆ​ ซึ่งก็มีเชื้อได้​ ถ้ามีแผลก็ซวยได้เช่นกัน​
หรือถึงมือไม่มีแผล​ แต่ล้างมือไม่ดี​ แล้วไปหยิบอาหารเข้าปากก็เรียบร้อยเหมือนกัน
ดังนั้นถ้าต้องสัมผัสของดิบ​ ๆ​ ที่เราไม่แน่ใจว่ามีเชื้ออะไรได้บ้าง​ ทางที่ดีควรใส่ถุงมือ​ แยกเขียง​ แยกมีด​ และล้างมือให้สะอาดหลังเตรียมเสร็จ
จะเห็นได้ว่าการซักประวัติเป็นขั้นตอน​ที่สำคัญที่สุดและยากที่สุด​ การตรวจร่างกายกับการตรวจแลปแพง​ ๆ​ นั้นเทียบไม่ติด
และน่าจะเป็นทักษะของแพทย์อย่างเดียวที่​ AI​ (artificial intelligence) ทดแทนได้ยากมาก
ขนาดเรารู้เชื้อแล้ว​ เรายังเค้นความจริงออกมาได้ยาก​ ถ้าคนไข้ได้ยาปฏิชีวนะมาก่อนแล้วเพาะเชื้อไม่ขึ้น​ เราจะไม่มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลสำคัญว่ารับเชื้อมายังไงเลย
ผู้ป่วยอาจลืม​ ซื่อ​ ไม่ทันคิด​ ขี้เกียจตอบ​ หรือ ตั้งใจกุเรื่อง​ รวมถึงคำถามที่เต็มไปด้วยอคติของแพทย์​ ทำให้ประวัติการเจ็บป่วยไม่สมบูรณ์หรือผิดเพี้ยน​ ต้องอาศัยทักษะเฉพาะตัวของแพทย์แต่ละคนที่จะเข้าถึง​ "ความจริง"
หลังจากเจอผู้ป่วยที่รอดจากสเตร็ปซูอิสหวุดหวิด​ ผมก็เกิดความวิตกจริต​เวลากินจิ้มจุ่ม​ ปิ้งย่าง​ หมูกระทะ​ หรือสุกี้​ ต้องมาแยกตะเกียบ ปากคีบ​ หรือกระชอนสำหรับของดิบ​ ของสุก​
บางทีก็งงว่าอันไหนเป็นอันไหน​ นี่เราเอาตะเกียบที่พึ่งคีบหมูดิบมาคีบหมูสุกเข้าปากหรือเปล่า​
เวลากินสเต็กหมู​ แล่เจอเนื้อแดง​ ๆ​ เลือดซิบ​ ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะเกรงใจทนกินต่อไป​ ตอนนี้ไม่ละ​ ต้องเรียกบริกร​ให้เอาไปทำให้สุก​ "สนิท"
ระมัดระวังกันไว้หน่อยก็ดี​ เยื่อหุ้มสมองอักเสบมันถึงตาย​ ซึ่งต่างจากการทานหอยนางรมสดที่อาจจะจบแค่ท้องเสียไปหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาล
วันนี้กินดิบ​ ๆ​ ไม่เป็นไร​ แต่สักวันคุณอาจถูกรางวัลที่หนึ่งได้ตั๋วไปเที่ยวปรโลกก็เป็นได้
แล้วท่านผู้อ่านมีใครเริ่มวิตกจริตแบบผมบ้างครับ?
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

Pun Issariyapinyo

เชื้อนี้มีอยู่ในหมูทุกตัวรึเปล่าครับ
29 พ.ค. เวลา 06:50

บทเรียนจากเชื้อโรค

ไม่ครับ แต่ถ้าไม่ได้เพาะเชื้อก็ไม่อาจทราบได้ว่าเนื้อหรือเครื่องในหมูชิ้นไหนจะมีเชื้อนี้อยู่ การกินหรือสัมผัสหมูดิบจึงเหมือนการเสี่ยงโชคว่าจะแจ็คพ็อตเมื่อไหร่
29 พ.ค. เวลา 09:08

EveryGreen

กรีนนึกว่าอาการระแวงแบบนี้เป็นแค่นัก microbiologist 5555555555555 ทั้ง PI ทั้งอาจารย์หลายๆท่านต่างก็เคยบอกว่ายิ่งรู้เรื่องพวกนี้มาก ก็ยิ่งใช้ชีวิตแบบปกติได้ยาก กรีนเลยค่อนข้าง happy ที่ในยุคโควิดมีคนหวาดระแวงเชื้อโรคกันเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ 55555555555555 คือเป็นเรื่องที่อยากให้ระวังกันมากขึ้นมานานแล้ว แต่ไม่รู้จะบอกยังไง อยู่ๆเหมือน SARS-CoV-2 มาช่วยบอก 😆😆😆 แต่ เอ๊ะ กรีนชอบกินตับหวานลวกแบบที่สุกไม่มากนี่นา 😂😂😂😂
27 พ.ค. เวลา 14:59
1

บทเรียนจากเชื้อโรค

ปอบดินเหนียว😱
27 พ.ค. เวลา 23:01
1

EveryGreen

อร่อยพอๆกับหอยนางรมดิบเลยค่ะ 😂😂 แต่กินไม่บ่อยนัก เพราะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่เหมือนกันที่มันยังไม่สุกดีค่ะ ตรงข้ามกับหอยนางรม ที่รู้สึกยินดีจะได้กินมากกว่าค่ะ 55555555555 😭😭
28 พ.ค. เวลา 14:06
1

ไดอารี่ของนิรา

ชอบค่ะ ได้รู้ในเรื่องที่ไม่รู้
20 เม.ย. เวลา 02:21

เจ้าของเพจ เพลินใจ

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
29 ม.ค. เวลา 07:19
1
29 ม.ค. เวลา 08:19

Banksiii Hypoalgesiiia

เราจะพบ''​เชื้อ​ตัวนี้''​ในสัตว์​อย่างอื่นอีกมั๊ยค่ะ​ หรือ​เฉพาะ​หมูอย่างเดียว
6 ก.พ. 2019 เวลา 01:51

บทเรียนจากเชื้อโรค

พบได้ในสัตว์อื่นครับ​ เช่น​ วัว​ สุนัข​ แมว​ ม้า​ กวาง​ แต่รายงานการเกิดโรคในคนส่วนใหญ่จะมาจากการสัมผัสหรือทานหมูครับ เชื้อนี้แบ่งเป็นอีกหลายสายพันธุ์​ (serotype) บางทีสายพันธุ์ที่พบในสัตว์อื่นอาจไม่สามารถก่อโรคในคนก็เป็นได้
6 ก.พ. 2019 เวลา 05:07
2

Banksiii Hypoalgesiiia

ขอบคุณ​ค่ะ​ 👍🏦👍
6 ก.พ. 2019 เวลา 05:55

ARJHARN

แล้วอาการคอแข็งเกร็ง ก้มศีรษะไม่ได้เป็นอาการเฉพาะของโรคนี้เลยหรืเปล่าครับ? และถ้าเป็นเราต้อง แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการสัมผัสเนื้อสุกรซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคนี้ไหมครับ.
5 ก.พ. 2019 เวลา 07:15

บทเรียนจากเชื้อโรค

อาการคอแข็งก้มไม่ได้​ (แต่ยังหันซ้ายขวาได้​ ถ้าขยับไม่ได้ทุกทิศจะคิดถึงโรคของกระดูกหรือกล้ามเนื้อคอมากกว่า)​ หรือที่แพทย์เรียกกันว่า​ stiff neck เป็นอาการที่แสดงถึงภาวะ เยื่อหุ้มสมองถูกรบกวน​ (meningeal irritation) ซึ่งมีสาเหตุอื่น​ ๆ​ นอกจากแบคทีเรียอีกหลายอย่าง
5 ก.พ. 2019 เวลา 08:29
2

บทเรียนจากเชื้อโรค

เช่นไวรัส​ ยา​ เชื้อรา​ หรือแม้แต่เลือด​ ในกลุ่มแบค​ทีเรียเองก็มีหลายเชื้อ​ นอกเหนือไปจากสเตร็ปซูอิส​ เช่น​ นิวโม​ (เชื้อในวัคซีนปอดบวม) วัณโรค​ เป็นต้น
5 ก.พ. 2019 เวลา 08:34
1

บทเรียนจากเชื้อโรค

เรื่องสัมผัสสัตว์ใกล้ชิด​ ไม่ว่าสัตว์นั้นจะเป็นหรือตาย​ หรือทานเนื้อ​ นม​ อวัยวะ​ ของสัตว์ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ​ ไม่ว่าจะป่วยเป็นอะไรก็ควรแจ้งแพทย์ไว้ก่อน​ครับ​ เพราะสัมพันธ์กับหลายโรคไม่เฉพาะโรคนี้​ พวกหมูเอง​ นอกจาก​ สเตร็ปซูอิส​ ก็ยังมีเชื้ออื่นอีก​ เช่น​ ซาลโมเนลล่า​ พยาธิตัวตืด​ เป็นต้น
5 ก.พ. 2019 เวลา 08:38
1

ARJHARN

ระยะเวลาการเกิดอาการเร็วจังครับ ย่อยเสร็จ เข้ากระแส เลือดขึ้นสมองเลยคนป่วยภูมิคุ้มกันไม่ดีเหรอครับหรือกระบวนการมันเร็วแบบนี้?
5 ก.พ. 2019 เวลา 06:57

ARJHARN

น่าวิตกจริตจริงๆน่ะครับ ภูมิคุ้มกันช่วยได้ไม่มาก คนแข็งแรงก็เป็น ใกล้ตัวมาก ขอบคุณที่ให้ความรู้ครับ.
5 ก.พ. 2019 เวลา 07:28

บทเรียนจากเชื้อโรค

ระยะฟักตัวของเชื้ิอนี้กว้างมาก​ มีรายงานตั้งแต่​ 3 ชม.​ ถึง​ 14​ วัน​ คงขึ้นกับความรุนแรง​ จำนวน​ ทางเข้า​ ของเชื้อ​ และอวัยวะที่เกิดการติดเชื้อ
5 ก.พ. 2019 เวลา 07:31

บทเรียนจากเชื้อโรค

บางครั้งเราไม่ได้ตายจากเชื้อแต่ตายจากภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดการอักเสบมากเกินไป​ เหมือน​ ตำรวจไล่ยิงโจร​ ชาวบ้านอาจโดนลูกหลง​ ตายจากปืนตำรวจก็ได้
5 ก.พ. 2019 เวลา 08:43
2
5 ก.พ. 2019 เวลา 03:41
5 ก.พ. 2019 เวลา 03:42

Pinij S

ร้านอาหารอีสานแถวบ้านเห็นคาตาเลย เขียงมีดอันเดียวหั่นทั้งของสุกของดิบ รีบเปลี่ยนเมนูโดยพลัน
4 ก.พ. 2019 เวลา 14:25

บทเรียนจากเชื้อโรค

บางทีก็ใช้มือที่จับอาหารดิบมาเรียงอาหารสุุกใส่จานให้เราทาน
4 ก.พ. 2019 เวลา 23:23

เศรษฐีไทย

เรื่องปกติมากกกกก ร้านลาบ เขียงเดียวกันหมด .. ไม่ใช่แต่ร้านลาบหรอกเนาะ ที่ไหนก็ เขียงเดียวหมด อาหารตามสั่ง ด้วย
5 ก.พ. 2019 เวลา 01:31

วงศพัทธ์ วิชา

ต้องไปบอกเพื่อนละครับ #เริ่มวิตกจริตเหมือนกันครับ😂
4 ก.พ. 2019 เวลา 13:01

บทเรียนจากเชื้อโรค

ดีครับ​ ช่วยกันแบ่งปันความวิตกให้ทั่วถึง​ 🤭
4 ก.พ. 2019 เวลา 13:32