14 เมษายน เวลา 02:17Education

บทเรียนจากอเมริกา ว่าด้วยกัญชาถูกกฎหมาย

ช่วงก่อนเลือกตั้งที่ผ่านมา มีกระแสเรื่องกัญชาพอสมควร อันเนื่องมาจากการประกาศพรบ.ยาเสพติดให้โทษฉบับ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ บวกกับ กระแสที่พรรคภูมิใจไทยเสนอให้นโยบายผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของไทยเป็นนโยบายหลักของพรรคที่ใช้ในแคมเปญการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ประชาชนนำประเด็นเรื่องกัญชามาถกเถียงในที่สาธารณะมากยิ่งขึ้น

โดยสรุปแล้ว ข้อมูลจากฝ่ายสนับสนุน ได้ให้เหตุผลสำคัญที่ควรผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ และปลดล็อคให้เสพอย่างถูกกฎหมาย เพราะ

1. กัญชามีคุณประโยชน์ทางการแพทย์ สามารถใช้รักษาโรคหอบหืด โรคพากินสัน รักษาอาการซึมเศร้า บำบัดโรคมะเร็ง โรคลมชัก ใช้รักษาอาการปวดตามร่างกาย และลดปวดจากโรคไขข้ออักเสบ ใช้ป้องกันโรคอัลไซเมอร์

2. มีคุณประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ ราคาของกัญชาที่ขายในท้องตลาดที่กิโลกรัมละ 70,000 บาท หากส่งเสริมให้เกษตรกรไทยปลูกกัญชาแค่คนละไม่กี่ต้น จะทำให้เกษตรกรไทยร่ำรวยกันถ้วนหน้า

3. ในพรบ.ยาเสพติดให้โทษ 2562 มีการอนุญาตให้กลุ่มคน 7 กลุ่ม ทำการเพาะปลูกกัญชาได้ แต่ใน 7 กลุ่มนั้นไม่มีประชาชนทั่วไป ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้กัญชาถูกผูกขาดโดยนายทุนเจ้าใหญ่เท่านั้น

4. กัญชาหางกระรอก หรือ กัญชาไทย ที่รู้จักในต่างประเทศในชื่อ Thai stick ถือเป็นสายพันธ์กัญชาที่ดีที่สุดสายพันธ์หนึ่งในโลก บวกกับอากาศในที่ราบสูงภาคอีสานของไทยเหมาะแก่การปลูกกัญชา ถ้าปลูกขายจะมีตลาดจากลูกค้าทั่วโลกอยู่แล้ว

5. หากผลักดันให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมายจะเพิ่มมูลค่าการตลาดของการท่องเที่ยวไทย จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวไทย

6. หากพิจารณาจากพิษภัยด้านการเสพติดดูเหมือนกัญชาจะเป็นพืชเสพติดที่พิษภัยน้อย ไม่ทำให้คนเสพคลุ้มคลั้ง ไม่ทำให้เกิดมะเร็งเหมือนบุหรี่

ความจริงแล้ว ข้อสนับสนุนทางนโยบายที่พรรคการเมืองเสนอมานั้นก็ถูกตั้งข้อสังเกตโดยนักวิชาการไทยพอสมควร เช่น รศ.วิเชียร กีรตินิจกาล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ข้อทักท้วงว่า

- ในต่างประเทศที่ให้ประชาชนปลูกกัญชาได้เองนั้นเงื่อนไขที่จะอนุญาตให้ปลูกต้องเป็นคนไข้ก่อน และไม่สามารถใช้ยารักษาโรคทั่วไปในท้องตลาดรักษาได้

- การปลูกกัญชาให้ขายได้ในราคากิโลกรัมละ 70,000 บาทนั้นต้องเป็น Medical grade ซึ่งมีวิธีการปลูกที่ยากมาก ประชาชนทั่วไปทำได้ยาก ต้องควบคุมปัจจัยแวดล้อมเยอะ เนื่องจากกัญชาเป็นพืชที่ดูดโลหะหนักในดินได้มาก หากปล่อยให้ปลูกทั่วไปจะพบโลหะหนักมากเกินค่ามาตรฐานทางการแพทย์ยอมรับได้ ซึ่งจากการสำรวจกัญชาจากลาวก็พบปัญหานี้แล้ว

- การเคลมว่ากัญชาไทยดีที่สุดในโลกนั้นยังเป็นข้อความที่คลุมเครือ เนื่องจากกัญชาไทยที่ว่าดี เป็นกัญชาที่มีสาร THC (Tetrahydrocannabinol) สูง สารตัวนี้ทำให้เกิดอาการมึนเมาจึงเป็นที่นิยมของนักเสพ ส่วนคำว่าดีในทางการแพทย์ กัญชาประเภทนี้ต้องมีสาร CBD (Cannabidiol) มาก ซึ่งสายพันธ์ไทยไม่ได้มี CBD เยอะ

- การให้ประชาชนปลูกกัญชาอย่างเสรีจริง ๆ มีไม่กี่ที่ในโลก แม้จะมีหลายประเทศอนุญาตให้ใช้กัญชา แต่มีแค่ในรัฐบริทิชโคลัมเบียเท่านั้นที่ให้ประชาชนปลูกคนละไม่เกิน 6 ต้น ประเด็นปัญหาของการให้ปลูกอย่างเสรีคือ จะควบคุมการเสพกัญชาเพื่อความบันเทิงไม่ได้ หากปลูกกันอย่างเสรีแล้ว ไม่สามารถผลิตกัญชาให้อยู่ในคุณภาพที่ใช้ในทางการแพทย์ กัญชาจะไปอยู่ในตลาดมืด หรือถูกเสพแทน ซึ่งกัญชาก็เป็นสารมึนเมาชนิดหนึ่ง หากควบคุมการเสพไม่ได้ จะมีปัญหาตามมาอีกมากแน่นอน.

(อ่านเพิ่มเติม https://www.isranews.org/isranews-article/74090-weed00.html )

อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงทั้งข้อสนับสนุน และ ข้อคัดค้าน เป็นการคาดเดาในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ในเมื่อโลกใบนี้มีหลายประเทศที่เคยมีกฎหมายห้ามใช้กัญชา และ เปลี่ยนมาเป็นอนุญาตให้ใช้กัญชาได้ ผมจึงคิดว่าการนำบทเรียนในช่วงเปลี่ยนผ่านของกฎหมายจากประเทศเหล่านี้มาเล่าสู่กันฟังน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านที่สนใจเรื่องนี้พอสมควร

ข้อมูลที่ผมนำเสนอนี้เป็นการรวบรวมสถิติที่เกิดขึ้นใน 4 รัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Colorado, Washington, Oregon และ Alaska ซึ่งอนุญาตให้ใช้ในช่วงปี 2012 เป็นต้นมา โดยกลุ่มนักวิจัยที่รวบรวมข้อมูลมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น Harvard Medical School, U. of Colorado at Denver, Yale University และอีกหลายมหาวิทยาลัย จากระยะเวลาเปลี่ยนผ่านกฎหมาย 7 ปี มีการรวบรวมสถิติที่สำคัญดังต่อไปนี้

ผลกระทบต่อสังคมและเยาวชน

หลังการอนุญาตให้ใช้ได้ใน 4 รัฐ แน่นอนว่าเยาวชนจำนวนมากเริ่มทดลองใช้ ทำให้จำนวนผู้ใช้กัญชาในรอบ 1 เดือน ที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยเฉพาะในรัฐ Alaska และ Oregon ที่ขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ หนึ่งของประเทศทันที รัฐ Colorado มีจำนวนผู้ใช้กัญชาในช่วงอายุเยาวชนเพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อนหน้า และมีรายงานตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จที่ตรวจพบสารกัญชาในร่างกาย

การควบคุมการขายปลีก

แม้จะมีการอนุญาตให้ทำการขายแต่ทั้ง 4 รัฐก็ยังคงมีเงื่อนไข จำกัดการขายบางอย่างเช่น อายุผู้ซื้อ เวลาในการซื้อขาย และปริมาณ ในทางปฏิบัติพบว่ามีการละเมิดข้อกำหนด โดยเฉพาะการปล่อยขายให้เด็กที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งพบมากกว่าครึ่งหนึ่งจาก 424 กรณีที่ละเมิดเงื่อนไขทั้งหมด

สารเสพติดอื่น ๆ ไม่ได้ลดลง

แม้จะมีการคาดการณ์ว่าเมื่อปล่อยให้กัญชาใช้ได้ทั่วไปแล้ว จะทำให้ประชาชนลดการใช้สารเสพติดอื่น แต่ในความเป็นจริง สารเสพติดอื่นไม่ได้ลดลงไปด้วย ในรัฐ Oregon พบว่าเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ที่กลายเป็นนักดื่มแบบหนัก ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ใช้กัญชาที่เริ่มใช้ครั้งแรกหลังการเปลี่ยนกฎหมาย นอกจากนั้นในรัฐ Colorado พบว่าค่าเฉลี่ยการดื่มแอลกอฮอล์ของเมืองเพิ่มขึ้น 8% หลังการอนุญาต

 

นอกจากนั้นยังพบว่าการอนุญาตให้ใช้กัญชาอย่างเสรี จะทำให้มีผู้ใช้ยาเสพติดกลุ่ม opioids เพิ่มมากขึ้น โดยรูปแบบการใช้จะเหมือนกับการใช้ยาเสพติดในที่อื่น ๆ ของโลก โดยผู้ใช้จะเริ่มใช้จากยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทน้อยไปหามาก ดังนั้นเยาวชนที่เริ่มใช้กัญชายิ่งใช้มากเท่าไหร่ ก็คาดเดาได้ว่าในอนาคตจะมีผู้ใช้ opioids มากยิ่งขึ้น ในข้อมูลที่เก็บในรัฐ Colorado 5 ปีหลังการเปิดเสรีกัญชา พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากการใช้ opioids กลับเพิ่มขึ้น

ผู้ป่วยในโรงพยาบาลและห้องฉุกเฉิน

เมื่อกัญชาเสพกันง่าย ตัวเลขของผู้ป่วยที่ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเพราะเสพกัญชาเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ในรัฐ Oregon ก่อนหน้าจะอนุญาตให้ใช้มีคนไข้ถูกส่งมาห้องฉุกเฉินจากอาการเมากัญชาเฉลี่ยที่ 35 คนต่อเดือน แต่หลังจากอนุญาตเพิ่มขึ้นเป็น 434 คน หรือเท่ากับ 2000% ที่รัฐ Colorado และ Washington มีการโทรศัพท์เข้ามาในศูนย์พิษวิทยาของรัฐเพื่อสอบถามข้อมูลของอาการพิษจากกัญชามากขึ้นถึง 210% และ 70% ตามลำดับ

กัญชาในตลาดมืด

เนื่องจากเงื่อนไขในการปลูก ซื้อ และ ขายกัญชา อย่างถูกกฎหมายค่อนข้างซับซ้อน จึงทำให้เกิดการลักลอบปลูก ซื้อ และ ขาย ความตั้งใจจะลดปัญหากัญชาผิดกฎหมายของรัฐสวนทางกับข้อเท็จจริงทางสถิติที่พบว่า ในรัฐ Colorado มีการลักลอบปลูกกัญชาเพิ่มขึ้น 50% มีการจับกุมกัญชาผิดกฎหมายมากขึ้น มีการส่งกัญชาออกไปขายต่างรัฐด้วยไปรษณีย์มากขึ้นทำให้มีการจับกุมการลอบขายกัญชาออนไลน์นี้มากขึ้นถึง 884% นอกจากนั้นมีการประเมินว่าปริมาณการซื้อขายกัญชาในตลาดทั้งหมดของรัฐ Oregon อยู่ในตลาดมืดเสีย 70%

อาชญากรรม

เกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวทั้ง 4 รัฐ ทั้งการโจรกรรม การใช้ความรุนแรง แม้ว่าการอนุญาตให้ใช้กัญชาจะไม่ใช่เหตุผลโดยตรงหรือเหตุผลหลักที่อธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งตำรวจ นักกฎหมาย และนักวิชาการ ต่างกล่าวว่าการเปลี่ยนกฎหมายนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาชญากรรมเพิ่มขึ้น

เมา (กัญชา) แล้วขับ

กรณีการเมากัญชาแล้วขับถือเป็นเรื่องไกลตัวของคนไทย เพราะเรามีปัญหาหลักคือเมาแอลกอฮอล์แล้วขับ เรามาลองดูกันว่าเมื่อมีคนเสพกัญชามากขึ้น อุบัติเหตุบนท้องถนนจะเป็นอย่าง ในรัฐ Colorado พบว่า อุบัติเหตุจราจรที่รุนแรงที่เกิดจากคนเมากัญชาแล้วขับเพิ่มขึ้น 88% ผู้เสียชีวิตจากคนเมากัญชาแล้วขับเพิ่มขึ้น 66% ส่วนใน Washington และ Oregon พบว่าอุบัติเหตุจากคนเมากัญชาแล้วขับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเช่นกัน

ในข้อสรุปที่นักวิชาการได้ให้ไว้คือ การพิจารณานโยบายนี้ควรทำอย่างรอบคอบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายแล้ว ย่อมเปลี่ยนพลวัตรทางเศรษฐกิจและสังคม หากกัญชาถูกกฎหมายจะมีกลุ่มทุน นักธุรกิจเข้ามาในตลาดกัญชานี้อย่างแน่นอน โดยเป้าหมายของกลุ่มทุนเหล่านี้คือต้องการให้มีผู้เสพมากที่สุด เพื่อกำไรสูงสุดของอุตสาหกรรม ดังนั้นเมื่อปล่อยให้เกิดการผลิตมากขึ้นและเป็นสินค้าที่มีความต้องการเดิมในตลาดอยู่แล้วนั้น การทำลายกลไกตลาดที่ทำงานแล้วจะเป็นเรื่องยาก ดังที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ในไทย ผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมจะจูงใจให้อุตสาหกรรมขยายตัวอย่างรวดเร็ว และยากที่จะคัดค้านในภายหลัง ดังนั้นหากจะพิจารณานโยบายนี้ในประเทศไทย จึงควรพิจารณาอย่างรอบด้าน คาดการณ์ผลกระทบทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้น ทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติครับ

#กัญชา #บทเรียนจากอเมริกา #Goodful

By : Goodful

34
แชร์ 31 ครั้งรับชม 3.8k ครั้ง
Kaiwan Maturos
ถ้ากัญชาเสรีสร้างโอกาสเพิ่มจำนวนผู้เสพ... ผมว่าประโยชน์อะไรก็ไม่คุ้มค่า เหมือนแก้ปัญหานั้นแต่สร้างปัญหานี้
14 เมษายน เวลา 11:33
1
Goodful
เห็นด้วย เหมือนแก้ปัญหาไม่มีวันสิ้นวันจบ คนไทยหากเอาอะไรที่สบายใจเข้าประเทศแล้ว พอนานไปเกิดมีปัญหา แต่...กลับไม่ย้อนอดีต ไม่คิดลึกๆก่อนทำ ว่ามันจะเกิดปัญหาตามมาละยะยาว ทั้งที่จะย้อนกลับมาสู่ตัวเอง
14 เมษายน เวลา 11:49
ชาญ บดีรัฐ
เมื่อก่อนผมเคยลงความเห็นในแนวทางด้านลบว่า มันอันตรายหากปล่อยเสรี เพราะในฐานะผมเป็นเจ้าของธุระกิจ ผมมีพนักงานมีทีมงานทำงาน ผมเลยบอกไปว่าการที่พนักงานสามารถดูดกัญชาได้เสรีนี่มันอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะคนเราไม่ได้มีสามัญสำนึกได้ดีทุกคน บางคนเสพจนติดไม่คิดถึงวาระว่าควรไม่ควร เพราะพนักงานบางคนต้องทำงานในสถานที่เสี่ยงเช่นที่สูง ที่อับอากาศ ที่ที่มีเครื่องจักร มันอัตรายมากๆ ผมโดนติงสารพัดจากคนที่อยากดูดเสรี พวกเขาให้เหตุผลที่ว่า คนไหนสูบเกเรก็ไล่ออก พิจารณาโทษไป บางคนก็บอกเขาไม่ได้สูบจนทำงานไม่ได้ บางคนบอกสูบแล้วทำงานดี ขยัน ถ้ามองมุมแคบก็ใช่ แต่มองมุมกว้างผมว่าอันตรายต่อคนสูบและเจ้าของกิจการครับ ปล.ผมเห็นด้วยกับการนำเอาประโยชน์จากมันมาใช้นะอพราะประโยชน์เยอะ แต่ โทษก็แอบแฝงตามมาเช่นกันครับ
14 เมษายน เวลา 07:31
3
ดู 1 ความคิดเห็นย่อยเพิ่มเติม...
Goodful
ที่เขียนมานี่ คล้ายคลึงกับลุงข้างบ้านผมเลย พี่แกสูบบุหรี่วันละกลอง หากวันไหนไม่ได้สูบบุหรี่คื อารมณ์หงุดหงิด ทำงานไม่ได้ ปัจจุบันแกยังสูบบุหรี่จนกลายเป็นนิสัย ปกติไปเลย สภาพรูปร่างผอมแห้งมาก เห็นแล้วสงสาร อดพูดไม่ได้ หากเตือนพี่แก พี่แกบอกว่าวันละช่องเอง เมียพี่แกก็บอกว่าหากไม่ได้สูบบุหรี่ คือพี่แก่ทำงานไม่ได้ เลยปล่อยให้สูบไปเลยแม้สภาพร่างกายจะผอมแห้งก็ตาม
14 เมษายน เวลา 08:53
2
ชาญ บดีรัฐ
ก่อนจะแก้ต้องคิดให้ดีครับ ถ้าคนแก้ไม่มีวัสถุประงสค์แฝงนะ เพราะถ้าแก้แล้วเกิดการทำธุระกิจจากชาวบ้าน จากชุมชน จากอุตสาหกรรมแพร่หลายแล้วเกิดปัญหาด้านผู้ใช้ตามมาแล้วจะมาแก้ไขคืนนี่ผมว่ามันวัวหายแล้วล้อมคอกนะครับ ยากกว่าตอนนี้แน่นอน ผมไม่ได้เถียงนะ แต่แอบหวั่นว่ามันจะทำให้คนไทยที่มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมค่อนข้างหละหลวมมันจะวุ่นวายเอา แฮ่ะๆๆ ถ้าทางการแพทย์ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ไม่เอื้อเพื่อขูดเลือดคนไข้นะ เพราะมะเร็งใครเป็นก็จ่ายได้แบบถวายหัว หรือการใช่เพื่อนการสรรถนาเปิดเขตในการใช้แบบเจาะจงก็พอจะเห็นด้วยครับ
14 เมษายน เวลา 10:08
1
Goodful
ใช่ครับ แอดมิน ขอคารวะ ครับผม
14 เมษายน เวลา 10:14
Tangram Strategic Consultant
สิ่งที่ต้องตระหนัก มันเป็นสารเสพติดด้วยตัวมันเอง แล้วสังคมไทยหรือคนไทย มีความพร้อมแค่ไหน ถ้าจะปล่อยให้เสรี เช่น ปลูกได้ทุกบ้าน หรือให้เสพได้ ผมเชื่อว่า จะมีปัญหาทางสังคมตามมากันอีกมากมาย นักการเมืองเขาเอาไว้หาเสียงนะได้ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นประเด็นหลัก แต่ถ้าเพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ มันเปิดช่องที่ใหญ่มาก ต้องคิดให้หนัก ก่อนที่จะอนุมัติอะไรออกมา
14 เมษายน เวลา 06:53
1
Goodful
ใช่ครับ แอดมินเห็นด้วยอย่างยิ่ง สิ่งที่ดีควรแบนตั้งแต่แรก ควรปลูกใช้ในวงการแพทย์เท่านั้น ยิ่งกว่าหากอนุมัติเสรี อนาคตวุ่นวายแน่ และก็คุมยากอีกยิ่งเมืองไทยเป็นสังคมเสรี กลัวรัฐบาลคุมสังคมไม่ได้ สุดท้ายกลายเป็นสังคมล้มละลาย วิกฤตการณ์ประเทศครั้งใหญ่ที่ไม่อยากให้เกิดเลย หากเกิดแล้วแก้ไม่ได้ แก้ยาก ใช้เวลาแก้ไขปัญหาหลายปีแน่นอน ถึงจะสร่าง
14 เมษายน เวลา 08:34
2
Tangram Strategic Consultant
ข้อมูลดีมากครับ
14 เมษายน เวลา 12:25
1
ภาณุมาศ ธรรมอุปกรณ์
ขนาดยายังต้องควบคุม ต้องมีเภสัชจ่ายยา ถ้ากัญชาเสรีจริงละก็เละเทะแน่นอน
14 เมษายน เวลา 03:00
2
Goodful
มันต้องมีการลักลอบ ปูกกัญชาในพื้นที่ส่วนตัวแน่นอนครับ เพราะกัญชาถูกกฎหมายในหลายๆประเทศ แต่..ต้องรับมือผลตามมาในอนาคตคาดว่า ผลกระทบด้านลบ น่าจะเยอะและน่ากลัวมากพอ ถ้าไม่ได้รับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง
14 เมษายน เวลา 03:16
1