16 พ.ค. 2019 เวลา 14:18 • ความคิดเห็น
กระท่อมน้อยคอยรัก ที่พ่อแม่ปลูกไว้ให้ลูกสาวเริงรักกับผู้ชายที่เธอสนใจได้อย่างอิสระ ของหญิงสาวพื้นเมือง
ชาวเกรือง ประเทศกัมพูชา
นี่คือวัฒนธรรมของชาวเกรือง กระท่อมนี้ เป็นสัญลักษณ์ของครอบครัวที่มีลูกสาวอายุครบ 15 ปี ที่พร้อมจะมีคู่รักได้แล้วนั่นเอง โดยพ่อและพี่ชายของครอบครัวจะเป็นผู้สร้างกระท่อมนี้ให้กับลูกสาว เพื่อจะได้มีพื้นที่อิสระในการพบปะกับผู้ชายที่เธอพึงพอใจ โดยไม่ต้องมารบกวนเวลาของคนในครอบครัว กระท่อมนี้จะอยู่ใกล้ๆบ้านของหญิงสาว เพื่อให้อยู่ในสายตาของพ่อแม่ได้ โดยทุกเย็นเมื่อตะวันตกดินหญิงสาวจะไปนั่งอยู่ที่กระท่อมของเธอ พร้อมกับมีการพูดคุยกับเพื่อนๆของเธอ รวมถึงจะมีเด็กเล็กมาวิ่งเล่นกันแถวกระท่อมของเธอ รวมถึงชายหนุ่มที่สนใจในตัวเธอด้วย จะมานั่งพูดคุยกระเซ้าเย้าแหย่กัน ซึ่งหนุ่มสาวจะรอให้เด็กๆที่มาวิ่งกลับบ้านไปก่อน แล้วจึงเริ่มพูดคุยกันแบบส่วนตัว ซึ่งการพูดคุยนั้นอาจจะเป็นแค่การพูดคุย จับมือ หรือถึงขั้นมีอะไรกันเลยก็ได้ ซึ่งในขั้นตอนนี้นั้นผู้หญิงจะเป็นผู้เลือกว่าจะอนุญาตให้ใครขึ้นมากระท่อมได้ ซึ่งการที่ผู้หญิงจะยอมมีอะไรกับชายหนุ่มนั้นเธอจะต้องมั่นใจก่อนว่าชายหนุ่มนั้นรักเธอจริง
ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ชาวเกรืองให้อิสระในการเลือกคู่ครองที่ผู้หญิงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนิสัยใจคอ ความชอบ รวมไปถึงรสนิยมทางเพศ ซึ่งผู้หญิงจะมีสิทธิ์ พูดคุย จีบ ดูใจ จนรวมไปถึงการมีอะไรกับผู้ชายกี่คนก็ได้ จนกว่าเธอจะพอใจ หากหญิงสาวมีอะไรกับชายหนุ่มแล้วเธอรู้สึกไม่ชอบหรือไม่ถูกใจ เธอสามารถยุติความสัมพันธ์ได้ทันที ซึ่งกระท่อมนั้นไม่ได้มีความมิดชิดมากมายนัก นั่นแสดงให้เห็นว่า หลักของการสร้างกระท่อมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเรื่องทางเพศสัมพันธ์อย่างเดียว แต่แก่นแท้ของการสร้างกระท่อมคือ การเปิดโอกาสให้เด็กที่เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่ได้มีพื้นที่ส่วนตัว และทำให้หนุ่มสาวได้รู้สึกถึงการได้รับความไว้วางใจจากผู้เป็นพ่อ และให้มีอิสระเสรีในการตัดสินใจในการเลือกชีวิตของตัวเอง
ในการขึ้นกระท่อมนั้นหากอยู่ในช่วงคบหาดูใจชายหนุ่มจะต้องออกจากกระท่อมก่อนฟ้าสาง ห้ามนอนค้าง แต่หากหมั้นหมายแล้วจะมีสิทธิ์นอนค้างที่กระท่อมได้ แต่เมื่อการให้เด็กวัยรุ่นสามารถมีสิทธิ์ใช้ชีวิตแบบนี้ได้อย่างอิสระ ก็ย่อมหนีไม่พ้นปัญหาที่จะตามมาด้วยเช่นกัน คือ หากหญิงสาวพลาดพลั้งท้องก่อนแต่ง ชายหนุ่มจะต้องทำการขอขมาโดยการเสียค่าปรับ เช่น ให้วัว 2 ตัวหรืออะไรก้อแล้วแต่จะตกลงกัน แต่หากชายหนุ่มไม่ยอมรับ หญิงสาวก็จะหาผู้ชายคนใหม่ที่รักเธอและยอมรับลูกของเธอได้มาเป็นสามีแทน หรือกรณีสุดท้ายคือ การเป็น single mom ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใดสำหรับชนเผ่า เพราะเป็นเรื่องที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญจึงค่อยๆเข้ามาในชีวิตชาวเกรืองมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ รถมอเตอร์ไซค์ ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองที่แผ่ขยายตัวเข้ามาถึงหมู่บ้านของชาวเกรือง ทำให้พวกเขาได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมประเพณีอื่นๆที่มีความเชื่อว่า ผู้หญิงควรรักนวลสงวนตัว ไม่ควรไปมีอะไรกับใครง่ายๆ เพราะถือว่าเป็นการสำส่อนและทำให้มีความเสี่ยงในการท้องโดยไม่ได้ตั้งใจหรือติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น ชาวเกรืองจึงเริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่โดยพ่อแม่จะสอนให้เด็กสาวรักนวลสงวนตัว และมีการสร้างกระท่อมน้อยให้ลูกสาวน้อยลง จนแทบจะไม่มีแล้ว อีกทั้งล่าสุดทางกรมอนามัยได้มีการเข้าไปให้ความรู้กับชาวเกรืองในเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยและการคุมกำเนิด วัฒนธรรมนี้ของชาวเกรืองจึงค่อยๆเลือนหายไป
จากเรื่องนี้ทำให้ซ้อคิดได้ว่า ชาวเกรืองผู้ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เมื่อได้รับความรู้ยังคิดจะปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่ทำไมชาวไทยผู้มีการศึกษาและได้รับการปลูกฝังประเพณีอันดีงามในเรื่องรักนวลสงวนตัวมาแต่เกิดจึงไม่มีใครคิดจะทำหรือดำรงค์ไว้ แถมยังมีแต่จะแหกกฎกันไป ทั้งที่รู้ดีถึงผลัพธ์ที่จะตามมา จึงยังจะกระทำในสิ่งที่รู้ว่าจะเกิดผลกระทบที่ไม่ดีตามมา
และอีกเรื่องที่ซ้อรู้สึกสะท้อนใจเป็นอย่างมาก คือ ขนาดเด็กสาวชาวเกรืองผู้อยู่ห่างไกลความเจริญยังมีสิทธิ์เลือก แต่ทำไม คนไทยแบบเราผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าอยู่ในะประเทศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นประชาธิปไตยและประเทศที่ทุกคนออกมาเรียกร้องสิทธิของตัวเองกันอย่างเต็มที่ จึงไม่มีสิทธิ์แม้จะเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
ด้วยรักและอยากมีสิทธิ์เลือก
ซ้อขอเล่า
เรื่องจาก กรุณา บัวคำศรี รายการรอบโลก
โฆษณา