4 ก.ค. 2019 เวลา 11:00 • ประวัติศาสตร์
จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar) รัฐบุรุษแห่งกรุงโรม ตอนที่ 10
การก้าวขึ้นสู่อำนาจและการหาพันธมิตร
ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว จูเลียส ซีซาร์ชนะการเลือกตั้ง ได้ดำรงตำแหน่ง Pontifex Maximus
จูเลียสได้ย้ายไปอยู่กลางเมืองในบ้านหลังใหญ่ หลังจากที่ต้องอยู่ในชุมชนแออัดของโรมมาถึง 37 ปี
สองปีต่อมา สภาได้แต่งตั้งจูเลียสเป็นข้าหลวงแห่งสเปน และในฐานะข้าหลวง จูเลียสมีอำนาจในการเก็บภาษีรวมถึงยึดครองทรัพย์สินของเมืองที่เป็นกบฎได้ ซึ่งนี่นับว่าดีมากสำหรับจูเลียส เนื่องจากในเวลานั้นเขายังคงเป็นหนี้อยู่จำนวนมาก
ที่สเปน กองทัพของจูเลียสได้บดขยี้ชนเผ่าท้องถิ่นที่คอยสร้างปัญหาให้โรม และเขายังสามารถยึดครองทรัพย์สินของศัตรูได้อีกด้วย
ภายในเวลาไม่นาน จูเลียสก็รวบรวมเงินได้มากพอจะจ่ายหนี้ที่คั่งค้างอยู่ได้ แต่ที่สำคัญ เขาทำให้อาณาจักรนั้นสงบสุข
จูเลียสต้องการที่จะก้าวไปอยู่ในจุดที่สูงกว่านี้ เขาจึงลงแข่งเลือกตั้งกงสุล
เมื่อถึงเวลานับคะแนน ปรากฎว่าจูเลียสได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอีกคนหนึ่งชื่อ “บิบุลัส (Bibulus)” ได้คะแนนมาเป็นอันดับสอง ทั้งคู่จึงได้เป็นกงสุลร่วมกันใน 59 ปีก่อนคริสตกาล
แต่ถึงคนทั้งคู่จะเป็นกงสุลร่วมกัน แต่บิบุลัสก็ไม่ชอบจูเลียสนัก บิบุลัสกับพรรคพวกทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้จูเลียสประสบความสำเร็จ
เมื่อเรื่องเป็นอย่างนี้ จูเลียสจึงจำเป็นต้องมีพันธมิตรที่ทรงอำนาจซักคน ที่ผ่านมาเขามีคราซซุสเป็นพันธมิตร แต่ตอนนี้จูเลียสกำลังเล็งไปยังนายพลผู้ได้รับความนิยมจากประชาชนคนหนึ่ง ชื่อ “ปอมเปย์ (Pompey)”
“ปอมเปย์ (Pompey)”
คราซซุสกับปอมเปย์นั้นไม่ค่อยถูกกันนัก แต่จูเลียสก็เล็งเห็นว่าพวกเขาทั้งสามนั้นสามารถช่วยเหลือกันและกันได้ พวกเขาทั้งสามจึงร่วมมือกันอย่างลับๆ โดยจูเลียสได้ยกลูกสาวให้แต่งงานกับปอมเปย์เพื่อผูกสัมพันธ์
ก่อนหน้านี้ ปอมเปย์เพิ่งนำกองทัพบุกทลายพวกโจรสลัดและยึดครองดินแดนแถบตะวันออกกลางไว้ได้ ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ได้ทำให้โรมมั่งคั่งขึ้นอย่างมาก และปอมเปย์ก็ต้องการจะให้รางวัลกับนายทหารที่ร่วมรบ โดยการมอบที่ดินให้
ที่ผ่านมา สภานั้นไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของปอมเปย์ที่จะมอบที่ดินให้เหล่าทหาร
แต่เวลานี้จูเลียสเป็นกงสุล เขาจึงออกกฎหมายที่จะมอบที่ดินให้ทหารรวมถึงคนยากจน
แต่กฎหมายนี้จะผ่านหรือไม่ บิบุลัสจะยอมให้กฎหมายนี้ผ่านออกมาได่ง่ายๆ หรือไม่ ติดตามต่อในตอนหน้านะครับ
โฆษณา