4 สิงหาคม เวลา 23:15Lifestyle

บ่ายวันอังคาร

ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย สามีถามว่าถ้าเค้าตายก่อนผู้เขียนจะอยู่ที่ไหน น้ำตาผู้เขียนก็ไหลคลอเบ้าตา พูดไม่ออก ทั้งที่เป็นคำถามที่ผู้เขียนเคยถามสามีและถูกปฏิเสธที่จะคุยเรื่องนี้

เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบจะ 365 วันต่อปี หัวเราะด้วยกัน คุยกันเยอะบ้าง น้อยบ้าง บ่นกันบ้าง รำคาญกันบ้าง ดุกันบ้าง ถึงแม้เราจะต่างกันบ้างในเรื่องบุคลิกและนิสัย คนหนึ่งใจร้อน อีกคนใจเย็น คนนึงเดินเร็ว อีกคนค่อยๆเดิน คนนึงชอบวางแผนล่วงหน้า คนหนึ่งดูตามสถานการณ์ Everything Jingle Bell 🔔

และก็ชอบอะไรไม่ค่อยจะเหมือนกัน คนหนึ่งชอบทานคลีน อีกคนชอบทานของอร่อยและของอร่อยมักจะเป็นของไม่มีประโยชน์ 🤣 คนหนึ่งชอบออกกำลังกาย อีกคนไม่เลย (เคยชอบ.. ไม่นับ) 🥴 ถ้ากอล์ฟไม่นับเป็นการออกกำลังกาย 🤣 เพราะถ้านับว่าใช่ เราก็ออกกำลังกายพอๆกันเลย คือ 6 วันต่อสัปดาห์ 😱 Everything Jingle Bell 🔔

แต่เราก็มีสิ่งที่เหมือนกันคือทานรสอาหารเดียวกัน ทานอาหารได้หลากหลายเหมือนกัน ชอบแต่งตัว เที่ยวเหมือนกัน และเมื่อคนหนึ่งตัดสินใจ อีกคนจะว่าตามกันนี่คือชีวิตคู่ เค้าว่านิสัยต่างกันก็อยู่กันนาน 😄 ไก่ไม่เห็นตีนงู งูไม่เห็นนมไก่ 🤣🤣🤣

กินคลีน ☺️

ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ หมายถึง

คนสองคนที่ต่างก็รู้นิสัยใจคอ เรื่องราวความลับ ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี แต่คนอื่นไม่รู้ความจริงว่าสองคนนี้เป็นอย่างไร

ผู้เขียนตัดสินใจไม่ทำงานประจำเมื่อสามีเกษียณอายุราชการ ใช้เวลากับการออกกำลังกายด้วยกัน ดูแลบ้าน และหมา 4ตัว และหาโอกาสใหม่เริ่มต้นสิ่งใหม่

เมื่อพูดถึงการเริ่มต้น เพื่อนเคยถามว่าเค้าไม่ชอบทำสิ่งที่ทำอยู่ แต่ถ้าลาออกแล้วจะทำอะไร หรือไม่มีเวลารับลูกเพราะงานที่ทำทำให้ไม่มีเวลา อายุมากแล้วไม่อยากลงทุนแต่จะทำอะไร ทำงานหนักอยากพักแต่วางมือไม่ได้

เรามีเหตุผลสารพัดที่จำกัดตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็น ego หรือ illusion ทำให้ตัดสินใจผิด ผู้เขียนอ่านหนังสือ “Yes” or “No” ของ Spencer Johnson ผู้เขียนหนังสือ Who moved my cheese

ลองทำไปพร้อมๆกับผู้เขียนนะคะ

ตั้งคำถามที่เราต้องการคำตอบให้ตัวเองและใช้ทั้งสมองและใจตอบเพียง “ใช่” หรือ “ไม่”

เริ่มที่ values สิ่งที่เราให้คุณค่าที่สุดในกรณีข้างต้นคือ ลูก โอกาสใหม่ รายได้ที่เพิ่มขึ้น เวลาให้กับตัวเอง

และอะไรคืออุปสรรคที่จะได้มาสิ่งเหล่านั้น ก็ต้องตัดทิ้งไป

ไม่เสียเวลากับการตัดสินใจที่ไม่ได้มาซึ่งสิ่งที่เราให้ความสำคัญ (values หรือ real need)

ลองตั้งคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งฉันมองย้อนกลับมา ฉันน่าจะทำอะไรในวันนั้น ☺️

คำถาม “ใช่” หรือ “ไม่”

สิ่งที่ฉันตัดสินใจมันพาไปถึงสิ่งที่ฉันให้คุณค่ากับมัน... “ใช่” หรือ “ไม่”

และหาทางเลือกให้ตัวเอง เรามักจะไม่เห็นทางเลือกทั้งที่มันมีอยู่เสมอ และบอกกับตัวเองว่า เราไม่มีทางเลือกเลย ทางเลือกมาจากการหาข้อมูล ฟังความเห็นจากผู้อื่น และไตร่ตรอง

ตั้งคำถามให้กับตัวเอง เรามีข้อมูลเพียงพอหรือยัง ถ้ายัง ใครมี หาได้จากที่ไหน ไต่ตรองรึยัง

คำถาม “ใช่” หรือ “ไม่”

เราหาข้อมูลแล้ว “ใช่” หรือ “ไม่” เรามีทางเลือกให้กับตัวเองแล้ว “ใช่” หรือ “ไม่”

ไตร่ตรองให้ดีกับคำถามว่าถ้าทำแล้ว เกิดสิ่งนี้ขึ้น แลัวยังไงต่อ สิ่งนั้นขึ้นแล้วยังไงต่อ อะไรบ้างที่จะเกิดทั้งดีและไม่ดี และจะรับมืออย่างไร

คำถาม “ใช่” หรือ “ไม่”

ถ้าทำสิ่งนี้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้น เรามีคำตอบแล้ว “ใช่” หรือ “ไม่”

ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ตัดสินใจแล้วรู้สึกดี กดดัน เครียด กระวนกระวาย สบายใจ

สามีเคยบอกว่าถ้าตัดสินใจทำอะไรแล้ว นอนหลับ ก็ทำ นอนไม่หลับก็ไม่ทำ สบายใจก็ทำ ไม่สบายใจก็ไม่ทำ ☺️

คำถาม “ใช่” หรือ “ไม่”

เราซื่อสัตย์กับตัวเอง “ใช่” หรือ “ไม่” เราสมควรได้สิ่งที่ดีขึ้น “ใช่” หรือ “ไม่” เราตัดสินใจแล้ว สบายใจ รู้สึกดี ไม่กดดัน “ใช่” หรือ “ไม่”

เรามักเสียเวลากับการตัดสินใจที่ผิด เพราะอาจจะเพราะ comfort zone กลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวเสียรายได้ กลัวล้มเหลว กลัว กลัว กลัว... Everything not-so-Jingle Bell 🔔

และถ้าเราไม่กลัวหละ? เราจะทำอะไรที่แตกต่าง? ☺️

วันนี้ผู้เขียนให้เวลากับตัวเองเพื่อทำในสิ่งที่มีความไฝ่ฝัน และเวลาที่มีคุณค่ากับชีวิตคู่ ถึงแม้สามีจะชอบหรือไม่ก็ตาม เพราะในใจเค้าคงพูดว่า “บ้านเงียบสงบดี เวลาไม่มีผู้เขียน” 🤣🤣🤣

3
แชร์ 3 ครั้งรับชม 148 ครั้ง
nana
😁
8 สิงหาคม เวลา 15:52