17 ส.ค. 2019 เวลา 11:18 • การศึกษา
จุดแข็งของ blockdit
ที่สังเกตเห็นได้ชัด ตั้งแต่การเริ่มใช้งาน
หลังจากเริ่มเขียน content ลงใน blockdit ก็รู้สึกประทับใจการใช้งานหลายๆอย่าง และพบว่าเพื่อนๆหลายคนได้เม้นว่าติด blockdit ไปแล้ว บางท่านถึงกับเลิกเล่น social media อื่น แล้วใช้ blockdit เป็นหลัก
ตัวผมเองต้องบอกว่ารู้สึกว่า blockdit เป็น community มากกว่า app หรือ platform หนึ่งๆ ซึ่งมี social interaction และ engagement ค่อนข้างสูง
ทีนี้สิ่งที่ผมค้นพบว่าเป็นจุดแข็งอย่างนึงที่สัมผัสได้ ที่จะพูดถึงในวันนี้ก็คือ
เรื่อง social reciprocity
Social reciprocity คืออะไร
.
หลายท่านอาจยังไม่เคยได้ยินคำนี้
อธิบายง่ายๆก็คือ เป็นภาวะทางสังคมที่ผู้คนตอบสนองกันในทางบวก (และตอบสนองกันแบบไปกลับ คือเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ) เช่น ช่วยเหลือเกื้อกูล ให้กำลังใจกัน ช่วยกันกดไลค์ ให้คอมเมนท์ที่มีประโยชน์กับผู้อื่น เขียนเรื่องดีๆมาแชร์กัน
https://www.freepik.com/free-photos-vectors/partner
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับคนโดยทั่วไปก็คือ เมื่อมีใครมาทำอะไรดีๆให้กับเรา เราก็ทำดีตอบแทนเค้าคืน ซึ่งหลายสิ่งนี้พบได้ใน blockdit
ซึ่งทำให้นักเขียนหลายท่านรู้สึกดี มีกำลังใจ มีพลังที่จะแชร์เรื่องดีๆให้กันต่อไป
แต่ทว่า เท่าที่สังเกตได้ทั้งจากตัวเอง และคงอีกหลายๆท่าน
คือพบว่า หลายๆโพสท์ก็แทบไม่มีคนเห็นเลย จำนวน reach ต่ำมาก รวมทั้งอาจแทบไม่มีคนกดอ่าน
จริงๆก็มีหลายสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้น
แต่ในระยะเริ่มต้นเหตุผลแรกเกิดจากการที่เรายังมีผู้ติดตามจำนวนน้อย โอกาสที่คนจะเห็นโพสท์ก็ต่ำมาก
วิธีแก้ก็มีหลายอย่าง
.
แต่วันนี้จะขอพูดถึงในแง่ของ social reciprocity คือ ในเมื่อคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักเรา เราก็ลองไปทำความรู้จักกับคนอื่นเพิ่มขึ้น ไปทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นก่อน เช่น ไปกดไลค์โพสท์เค้า ไปอ่านแล้วคอมเมนท์ หรือแม้กระทั่งฝากเพจแถมไปด้วย
ซึ่งพบว่า blockdit เป็นสังคมที่มีน้ำใจต่อกันมากอยู่แล้ว และทุกคนก็เป็นนักอ่านหรือนักเขียนกันเป็นพื้นฐาน มันก็ไม่ยากที่จะมีคนติดตามเราเพิ่ม และเป็นกำลังใจให้กันต่อไป
เพียงแต่เราต้องเริ่มที่จะเป็นฝ่ายเข้าหาผู้อื่นก่อนบ้าง แล้วรับรองว่า เราจะได้มิตรภาพดีๆกลับมาอย่างแน่นอน 😄
ขอให้นักเขียนทุกท่าน มีความสุข และร่วมกันสร้างสังคมที่ดีต่อไป
และเพื่อนๆคนไหนที่ชอบบทความก็ฝากกดไลค์ กดแชร์ หรือเม้น เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับ
แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า :)
อย่าลืม เรียนอย่างสนุก ได้ข้อคิด ต้อง “เรียนแบบหมอ”
โฆษณา