14 ก.ย. 2019 เวลา 03:47 • ไลฟ์สไตล์
คนเรา เกิดได้ 2 ครั้ง
ครั้งแรก ก็คือตอนที่เราออกมาจากท้องแม่นั่นเอง
แล้วครั้งที่ 2 หละ เมื่อไหร่?
ผมมีเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งจะเล่าให้ฟังครับ
ผู้ชายคนนี้ เป็นเด็กปกติทั่วๆไปนี่แหละ ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากนัก
1
เขาเรียนมัธยม ณ โรงเรียนเตรียมอุดม
เขาสอบติดคณะเภสัชกร มศว.
ต้องเรียนทั้งหมด 5 ปี ถึงจะจบ
ส่วนเหตุผลที่เข้ามาเรียนนั่นนะหรอ
เหตุผลสุดคลาสสิค
พ่อแม่ อยากให้เรียนครับ
เขาเรียนโดยที่ไม่รู้ว่า ตัวเอง เรียนไปเพื่ออะไร รู้แค่ว่ามันดีสำหรับอนาคต และเกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว
เขารู้แค่ว่า พอจบไปแล้ว อาชีพที่เรียนจะเป็นที่ยอมรับ และมีเงินเดือนสูง
โรงเรียนสอนให้เค้า มีวิชาความรู้ที่ดีมากพอ ที่จะนำไปสอบ สำหรับคณะ และมหาวิทยาลัยดีๆ ในอนาคต
จนนำเขามาสู่ ที่ คณะเภสัชศาสตร์ มศว. องครักษ์
เขาตั้งใจเลือกที่นี่ เพราะ ต้องมาอยู่ที่หอพัก
ได้ไกลจากพ่อแม่ ได้ใช้ชีวิตที่ออกนอกกรอบ มากขึ้น
จุดเปลี่ยนแรก คือ ได้เป็นเดือนคณะ
นับว่าเป็นก้าวแรกที่เขาได้มายืนอยู่ด้านหน้าผู้คน ได้รับรู้ความรู้สึกของคน ที่เป็นที่จับตามอง
ซึ่งผิดกับสิ่งที่เขาได้เจอมาตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา
เขาเริ่มทำกิจกรรม ทุกอย่าง เปลี่ยนความคิดจากคนที่เคยทำตามกรอบเดิมๆ หลุดออกมาทำสิ่งใหม่ๆ
ขึ้นปีที่ 2 เขาได้เป็นประธานในการทำ หนังสือรุ่นของคณะ
หนังสือรุ่นที่ผ่านมา 8 รุ่น เหมือนกันทุกอย่าง แพทเทิ่ลแบบเดียวกันเป๊ะ
ความคิดแรกที่ได้เห็นหนังสือรุ่น นั่นคือ ทำไมต้องทำแบบเดิมๆ?
เขาเริ่มใส่ คอนเทนต์ ใหม่ๆ นินทา กีฬา บทความ ลงไป และเปลี่ยนมันออกมากลายเป็นหนังสือรุ่น แบบใหม่ที่ไม่เหมือน 8 ปีที่ผ่านมา
ส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาชื่นชอบงานเขียน นั่นจะเป็นเพราะเขาชอบอ่านหนังสือ
พ่อของเขาบอกให้เขาอ่านหนังสือก่อนเรียนให้จบทุกเล่ม ก่อนที่จะเปิดเทอม
โตขึ้นมาเขาจึงมีหนังสือเป็นเพื่อน มากกว่าสังคมชนแก้ว
ในแต่ละวันเขาใช้เวลาขลุกอยู่ในห้องสมุดของคณะ เป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่ออ่านหนังสือต่างๆ ที่เขาชื่นชอบ
เขาอ่านทุกเล่มที่เขาสนใจ จนแทบจะหมดห้องสมุดคณะ
ในด้านการเรียน ผลการเรียนกลับไม่น่าเป็นที่ประทับใจสักเท่าไหร่
เกรดเฉลี่ยตลอด 5 ปีของเขา มีครบทุก ตัวไม่ว่าจะเป็น I W D เขากวาดเรียบทุกตัว
นั่นแหนะ! คงคิดใช่ไหมหละครับว่า อ่านหนังสือตั้งเยอะ ทำไมไม่เก่ง?
คำตอบคือ หนังสือที่เขาอ่าน มันไม่ได้มีออกสอบหนะสิครับ
ในช่วงขึ้นปี 3 เขาเริ่มรู้ตัวแล้ว่า เภสัชกรนี่ไม่ใช่ทางของเขา
เขามีนิตยสารเล่มโปรดคือ a day ที่อ่านมาตั้งแต่มัธยม
วันหนึ่ง มีแคมเปญ "a team junior" ที่จะเปิดให้นักศึกษาเข้ามาฝึกงาน และทำนิตยาสารเล่มหนึ่ง เพื่อออกขายจริง ๆ
เขาตัดสินใจส่งใบสมัครเข้าไปในแคมเปญนี้ โดยแนบหนังสือรุ่่นที่เขาทำ ไปด้วย
และนี่ก็คือจุดเปลี่ยน อีกจุดหนึ่งของชีวิตเขา
เขาได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คนอื่น นำมาถอดความ และเขียนเป็นบทความ
นั่นทำให้เขารู้ว่า ตัวเขาเองมีประสิทธิภาพ มากเพียงไรในการทำงานเขียน
"เมื่อได้เริ่ม จึงไม่หยุด"
เมื่อเขาได้ลงมือทำจริง ทำให้เขารู้ว่า มีอีกหลายอย่างที่เขาต้องพัฒนา มีอีกหลายอย่างที่เขาต้องเรียนรู้
และเขาก็จะไม่หยุดที่จะทำ เพียงเท่านี้
มีคำพูดว่า "คนเราเกิดได้สองครั้ง ครั้งที่ 1 คือเกิดจากท้องแม่ ส่วนอีกครั้งคือ รู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร"
เขาแทบจะไม่รู้จักเลยว่าตอนแรกเขาเป็นใคร และเกิดมาเพื่ออะไร
ครั้งนั้นที่จบจากการฝึกงานที่ a day เขารู้สึกว่า เหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง
เขารู้ตัวแล้วว่าเขาเกิดมาทำไม
เขาเกิดมาเพื่อขียนหนังสือ เกิดมาเพื่ออ่านหนังสือ ไม่รู้ว่าทำได้ดี แต่ นี่คือสิ่งที่ผมขาดไม่ได้ในชีวิต
ผมจะยังไม่เฉลย ว่าเขาคนนี้ไปใคร
และเรื่องราวของเขาคนนี้ยังไม่จบ
พบกับเรื่องราวของเขาในบทความต่อไป
ที่จะมาเฉลยกันว่าเขาคนนี้คือใคร??
หากอ่านบทความนี้แล้วชอบ กดไลก์ เป็นกำลังให้คนเขียน
ผมหวังว่าบทความนี้จะ ช่วย "ฉุด" ความคิดของคนที่ได้อ่าน บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ
ถ้าอยากอ่านบทความดี ๆ อีก ที่มาช่วย "ฉุดคิด" ให้กับคุณ กดติดตามได้เลยครับ
ถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ กดแชร์ได้เลย ไม่ต้องขออนุญาตกัน
เพราะเรื่องราวดี ๆ.........มีไว้ให้บอกต่อ ครับ
โฆษณา