17 ก.ย. 2019 เวลา 11:28Education

8 สุดยอดเทคนิคที่ใช้อ่านภาษากาย

ของคู่สนทนาเรา

เวลาที่เราพูดคุยหรือเจรจากับใคร เราย่อมต้องการที่จะรับรู้ความคิดที่แท้จริง และสิ่งที่เขาเหล่านั้นต้องการจะสื่อ หรือต้องการจะปกปิดเรา

ภาษากาย เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราอ่านความคิดคน ได้อย่างเหลือเชื่อ!

.

งานวิจัยของ UCLA พบว่า ในการสื่อสารกันนั้น 7% แสดงจากสิ่งที่เราพูดออกมา

38% แสดงจากน้ำเสียงที่ใช้

และ 55% ที่เหลือมาจากภาษากาย !

การเรียนรู้และตีความส่วน 55% นี้เอง ที่จะช่วยเราได้อย่างมาก

นี่คือ 8 สิ่ง ที่เราสามารถสังเกตและใช้มันเป็นตัวช่วยให้เราเข้าใจคู่สนทนาได้ดีขึ้น

1 ท่าทางการกอดอกและการไขว้ขา เป็นสัญญาณแห่งการต่อต้าน

.

เวลาที่คุณพูดแล้วคู่สนทนาเริ่มกอดอก หรือไขว้ขา นั่นเป็นสัญญาณเริ่มต้นว่า พวกเขาไม่ค่อยจะเปิดรับต่อสิ่งที่คุณพูดเท่าไร แม้ว่าพวกเขาพยายามที่จะยิ้ม หรือสร้างการสนทนาที่ดีอยู่ก็ตาม

.

Gerard I. Nierenberg และ Henry H. Calero เคยบันทึกวิดีโอเทปการเจรจาต่อรองกว่า 2,000 ครั้ง เพื่อเขียนลงในหนังสือเกี่ยวกับการอ่านภาษากายของพวกเขา ปรากฏว่าเมื่อไรก็ตามที่มีการนั่งไขว้ขา การเจรจานั้นล้มเหลว หาข้อตกลงไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว

.

ในทางจิตวิทยานั้น การกอดอกหรือไขว้ขาเป็นสัญญาณของการที่คนเริ่มมีอารมณ์ความรู้สึก สภาวะทางกาย ที่ปิดกั้นจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา ซึ่งเป็นท่าทางที่สังเกตได้ง่ายมาก

2 ยิ้มที่จริงใจ ตาต้องไปด้วย!

.

เวลาคนพยายามจะฉีกยิ้ม คุณสามารถทำได้ด้วยการขยับปาก เพียงแต่ตาเรามักจะไม่สัมพันธ์กัน

การยิ้มที่จริงใจ คุณจะสังเกตได้เลยว่า ตาของเขาเหล่านั้น จะฉีกออก หรือเห็นตีนกานั่นเอง ถ้าคุณเห็นแค่รอยยิ้มจากการขยับปากเพียงอย่างเดียว นั่นแปลว่ารอยยิ้มนั้น ซ่อนอะไรบางอย่างอยู่!

3 การลอกเลียนภาษากายเป็นสิ่งที่ดี

.

เคยสังเกตไหมครับว่าบางครั้ง คู่สนทนาเราเปลี่ยนท่าทางคล้ายๆเรา เช่น ขยับขาจากนั่งไขว่ห้างออก เอียงศีรษะไปทิศทางเดียวกับเรา

.

พฤติกรรมเลียนแบบเหล่านี้ เป็นสัญญาณที่ดี ว่าคู่สนทนารู้สึกมีความผูกพันธ์ และการสนทนากำลังเป็นไปด้วยดี ซึ่งนั่นคือ โอกาสที่จะเจรจาสำเร็จกำลังมา!

4 ท่าทางสามารถบอกถึงคนคนนั้น

.

เราคงเคยรู้สึกหรือเห็นกันอยู่บ่อยๆ เวลามีใครบางคนที่เดินเข้ามาในห้อง หรือในที่ประชุม จะมีดูมีออร่าบางอย่าง ที่เรารู้สึกว่า คนคนนี้ไม่ธรรมดา เขาน่าจะเป็นผู้บรรยายเนี่ยแหละ แม้ว่าบางครั้งเราจะไม่ได้รู้จักเขามาก่อน

.

การเดินตัวตรงสง่า การยกมือฝ่ามือคว่ำลง หรือการอ้าแขน ผายมือออก ลักษณะเหล่านี้แสดงถึงพลังที่สมองคนเรารับรู้ได้

ในทางตรงข้ามการยืนห่อไหล่ หลังโค้ง จะทำให้รู้สึกเหมือนเราหมดพลัง

ไม่ว่าเราจะเป็นผู้นำหรือไม่ การมีท่าทางที่สง่าและทรงพลัง ก็สามารถช่วยให้เราได้รับความนับถือได้มากขึ้น

5 แววตาที่กำลังโกหก

.

พวกเราคงเคยได้ยินกันตั้งแต่เด็กแล้วครับ ว่าพูดคุยกับใครให้สบสายตากัน และคนที่โกหกมักจะไม่กล้าสบตา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องจริงครับ เพียงแต่เรื่องนี้ใครๆก็รู้ เพราะฉะนั้นคนที่ตั้งใจจะโกหก หลายคนก็ใช้วิธีจ้องตา ไม่หลบสายตาได้ ข้อมูลของคนอเมริกัน พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วการสบสายตาที่ปกติครั้งหนึ่ง จะใช้เวลาประมาณ 7-10 วินาที โดยที่ขณะฟังจะสบสายตานานกว่าขณะที่พูด

.

เวลาที่เราคุยกับใครแล้วรู้สึกว่าเขาจ้องตาเรานิ่งๆนานๆ แบบแทบไม่กระพริบตา ทำให้เราอึดอัด นั่นแสดงว่าเขาอาจกำลังปกปิดอะไรเราจากทางสายตาอยู่ก็ได้

6 การเลิกคิ้วเป็นสัญญาณของความรู้สึกอึดอัด

.

ปกติคนเรามักจะเลิกคิ้ว เวลารู้สึกเซอไพรส์ กังวล หรือกลัว เราลองดูก็ได้ครับ นั่งคุยสบายๆอยู่กัลเพื่อน อยู่ดีๆเราคงไม่เลิกคิ้วขึ้นมา จริงไหมครับ

.

ดังนั้นเวลาเราคุยกับใคร ถ้าเราไม่ได้พูดเรื่องที่จะทำให้เกิดความประหลาดใจ ความกังวล หรือความกลัว แล้วคู่สนทนาเลิกคิ้ว นั่นอาจจะบ่งบอกว่าเขากำลังอึดอัดใจกับอะไรบางอย่างอยู่

7 การพยักหน้าถี่ๆก็แสดงถึงความกังวลใจ

เวลาที่เราบอกอะไรบางอย่างกับใคร แล้วเขาพยักหน้าถี่ๆ มักจะเป็นการแสดงถึงความกังวลอย่างหนึ่งว่า เขากลัวว่าเราจะไม่เชื่อใจว่าเขาสามารถทำสิ่งนั้นๆได้

8 การกัดฟันกรามแสดงความตึงเครียด

.

การขมวดคิ้ว กัดฟันกรามแน่น เกร็งลำคอ ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณของความตึงเครียด ไม่ว่าคู่สนทนาเรากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ ท่าทางเหล่านี้แสดงถึงความไม่สบายใจของเขาได้ชัดเจน หรืออาจจะแสดงถึงความกังวลของเขาเกี่ยวกับเรื่องอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับการสนทนา (ในกรณีที่เขาใจลอยไปหาเรื่องอื่น) ซึ่งเราก็สังเกตได้จากความสัมพันธ์ของเรื่องที่สนทนากับท่าทางต่างๆเหล่านั้น หลายๆครั้งเราก็ดูคนใกล้ตัวออก ว่ามีเรื่องกำลังไม่สบายใจ แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับเรื่องที่คุยกันอยู่ ใช่ไหมครับ

และสุดท้าย..

แม้ว่าเราจะไม่สามารถอ่านความคิดของคู่สนทนาได้ดีทั้งหมด แต่การเรียนรู้ที่จะสังเกตท่าทางของพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อท่าทางกับคำพูดดูไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เราก็สามารถรับรู้สิ่งที่เขาสื่อได้เยอะขึ้นแล้วครับ

ที่มา เรียบเรียงจาก world economic forum :

https://www.weforum.org/agenda/2019/06/8-great-tricks-for-reading-people-s-body-language

ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่งอาจไม่ได้มาลงบทความบ่อยนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ :)

xulihua
พักบ้าง ไรบ้างนะคะ คุณหมอ มีเวลาค่อยมาเขียนแบ่งปันความรู้นะคะ
19 ก.ย. 2019 เวลา 20:55
1
19 ก.ย. 2019 เวลา 08:40
1
เรียนแบบหมอ
ยินดีเลยครับ :)
19 ก.ย. 2019 เวลา 11:42
1
19 ก.ย. 2019 เวลา 07:51
1
เรียนแบบหมอ
ขอบคุณมากครับ
19 ก.ย. 2019 เวลา 11:42
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
แสดงการพูดมากๆก็ไม่ได้สร้างประสิทธิภาพของการสื่อสารเท่าที่ควร
18 ก.ย. 2019 เวลา 17:46
1
เรียนแบบหมอ
จริงครับ การสื่อสารเป็นการรวมองค์ประกอบหลายๆอย่าง :)
19 ก.ย. 2019 เวลา 11:43
Si nin
จริงเลยค่ะ หน้ายิ้มปากยิ้มแววตายิ้มค่ะ
18 ก.ย. 2019 เวลา 15:17
1
เรียนแบบหมอ
เหมือนสินินเวลายิ้มเลย :)
19 ก.ย. 2019 เวลา 11:43
เก็บฝัน..🕰
เพ็ญกอด อก.บ่อยๆค่ะ~ แต่หน้ายิ้ม ตาเพ็ญก้อยิ้มตามด้วยน๊าา🥰
18 ก.ย. 2019 เวลา 12:12
1
เรียนแบบหมอ
กอดอกกันเยอะครับพี่เพ็ญ แอร์หนาว 555 ยิ้มสวยเลยสิครับแบบนี้ :)
19 ก.ย. 2019 เวลา 11:44
รักพาไป
แบบนี้นี่เอง
18 ก.ย. 2019 เวลา 02:37
1
เรียนแบบหมอ
ขอบคุณครับกิ๊บ
18 ก.ย. 2019 เวลา 04:40
BlueStar
นี่กอดอกเวลาฟังประชุมทุกครั้งเลยค่ะ 🤣
18 ก.ย. 2019 เวลา 00:58
1
เรียนแบบหมอ
หนาวแอร์ป่าวครับ 55
18 ก.ย. 2019 เวลา 01:25
BlueStar
ไม่เหลือให้เล่นต่อเลยนะคะ 🤭
18 ก.ย. 2019 เวลา 01:27
Jakk Jakk Inkham
น่าสนใจดี การสังเกตกับจิตวิทยา
17 ก.ย. 2019 เวลา 19:12
1
เรียนแบบหมอ
ช่วยได้ดีอยู่ครับ
18 ก.ย. 2019 เวลา 01:24
แอดพี่บี
นึกถึงซีรี่ส์ criminal minds เลยครับ
17 ก.ย. 2019 เวลา 15:52
1
เรียนแบบหมอ
สนุกนะครับพี่บีเรื่องนี้
17 ก.ย. 2019 เวลา 16:46
1
แอดพี่บี
สนุกจริงครับ
17 ก.ย. 2019 เวลา 23:22
1