โพสต์


กรณีศึกษา Thomas Cook ธุรกิจทัวร์ระดับโลก ปิดตัวกะทันหัน
Brexit ทำให้เกิดปัญหาอย่างไร เริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นจากกรณีศึกษานี้
จากเดิมที่คนอังกฤษไปท่องเที่ยวรอบโลกได้แบบสบาย
มาวันนี้พวกเขาต้องจ่ายแพงขึ้น
และเมื่อมีหลายปัญหามาเจอกัน มันทำให้บริษัทหนึ่งที่มีอายุกว่าร้อยปีต้องปิดตัวลง
บริษัทนี้ชื่อ Thomas Cook..
เมื่อเช้านี้ Thomas Cook บริษัททัวร์เก่าแก่กว่าร้อยปีของอังกฤษ ประกาศหยุดการซื้อขายทัวร์ทั้งหมด..
เนื่องจากปัญหาการเงินของบริษัท ส่งผลให้ Thomas Cook ต้องปิดตัวลงอย่างกะทันหัน
ที่น่าสนใจคือ ขณะนี้มีลูกค้าที่กำลังท่องเที่ยวกับบริษัทอยู่ประมาณ 600,000 คน
และเรื่องนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อพนักงานอีกกว่า 22,000 คนทั่วโลก..
เรื่องนี้มีที่มาอย่างไร? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Thomas Cook ถือเป็นหนึ่งในบริษัทนำเที่ยวสัญชาติอังกฤษอันดับต้นๆ ในยุโรป
มีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ยาวนานมา 178 ปี
ก่อตั้งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1841 โดยคุณ Thomas Cook อดีตช่างทำตู้
Cr. Wikimedia Commons
ปัจจุบันบริษัทให้บริการทั้งแพ็กเกจทัวร์ โรงแรม รีสอร์ต และสายการบิน
รวมมีลูกค้าประมาณ 19 ล้านคนต่อปี ให้บริการใน 16 ประเทศ
และที่น่าตกใจก็คือ ผลประกอบการย้อนหลังของ Thomas Cook มีรายได้ที่เติบโตขึ้นทุกปี
ปี 2016 รายได้ 297,190 ล้านบาท กำไร 152 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 342,700 ล้านบาท กำไร 381 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 364,399 ล้านบาท ขาดทุน 6,198 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโต แต่ในปี 2018 กลับขาดทุนอย่างหนัก
ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปรับนโยบายทางภาษี
ทำให้ต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายทางภาษีเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 3 เท่า
นอกจากนั้นยังมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเรื่องค่าเงินปอนด์ที่อ่อนลงในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม บริษัทออกมาให้เหตุผลว่า
ด้วยปัญหาความไม่สงบในหลายพื้นที่ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว
ปัญหาคลื่นความร้อนในยุโรป รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ Brexit
ทำให้ลูกค้าจำนวนมากชะลอการซื้อทัวร์ หรือยกเลิกทัวร์กะทันหัน
ประกอบกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีการแข่งขันสูงขึ้น
จากทั้งเอเจนซีทัวร์ออนไลน์ สายการบินต้นทุนต่ำ
และแนวโน้มนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่เลือกวางแผนท่องเที่ยวเองโดยไม่ผ่านทัวร์
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้สถานการณ์การเงินของบริษัทเริ่มขาดสภาพคล่อง..
โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2018 เป็นต้นมา
ราคาหุ้นของ Thomas Cook ตกลงมาแล้วเกือบ 98% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 75,600 ล้านบาท
แล้วที่ผ่านมา มีใครจะมาช่วยเหลือ Thomas Cook บ้าง?
ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Fosun บริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ตกลงเพิ่มทุนกว่า 34,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือสถานการณ์ทางการเงินของบริษัท
Cr. Fosun
แต่เนื่องจาก Royal Bank of Scotland รวมถึงธนาคารอื่นที่เป็นเจ้าหนี้ของ Thomas Cook
เรียกร้องให้เพิ่มเงินอีก 7,600 ล้านบาท
เรื่องนี้จึงทำให้ข้อเสนอของ Fosun ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน และส่งผลให้ Thomas Cook ต้องปิดตัวลงในวันนี้ เนื่องจากบริษัทไม่มีเงินเหลือพอที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้..
การปิดตัวลงของ Thomas Cook ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?
มีการคาดการณ์กันว่า การปิดตัวอย่างกะทันหันของ Thomas Cook จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในวงกว้าง
ลูกค้าหลายคนอาจต้องติดค้างอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากทางโรงแรมยังไม่ได้รับค่าห้องพัก
อย่างไรก็ตาม จะมีลูกค้าบางส่วนได้รับการช่วยเหลือ เช่น ในประเทศอังกฤษ รัฐบาลประกาศจัดหาไฟลต์กลับประเทศที่ใกล้เคียงกับเวลาเดิมมากที่สุด โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงรับผิดชอบค่าโรงแรมผ่านกองทุน Air Travel Trust Fund และ ATOL
แต่ก็เป็นเพียงเฉพาะลูกค้าชาวอังกฤษจำนวนกว่า 150,000 รายเท่านั้น
นอกจากนั้นยังอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของบริษัท อย่างตุรกี และสเปน
โดยภายหลังเหตุการณ์ในวันนี้..
Peter Fankhauser ผู้บริหาร Thomas Cook ได้เขียนอีเมลแสดงความเสียใจที่ไม่สามารถรักษากิจการเอาไว้ได้ แม้จะพยายามเจรจาขอความช่วยเหลือตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
Cr. BBC
ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการปิดฉากลงของหนึ่งในบริษัทท่องเที่ยวที่เก่าแก่สุดในโลก ที่ก่อตั้งมานานกว่า 178 ปี..
เราได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้?
ถ้าให้ดูรายได้ของ บริษัท Thomas Cook จะเห็นว่าบริษัทนี้มีรายได้ 364,399 ล้านบาทต่อปี
ด้วยรายได้ระดับนี้ เรียกได้ว่าบริษัทนี้มีรายได้ไม่แพ้บริษัทท็อปเท็นของเมืองไทย
บริษัท การบินไทย สายการบินอันดับหนึ่งของไทย ยังมีรายได้ 200,586 ล้านบาท น้อยกว่า Thomas Cook
แต่ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้มากแค่ไหน เมื่อขาดสภาพคล่อง แล้วไม่มีคนคอยช่วยเหลือ
บริษัทนั้นก็มีมูลค่าเป็นศูนย์ได้
ในการทำธุรกิจนั้น สิ่งที่สำคัญกว่ารายได้ ก็คือ “สภาพคล่อง”
เราต้องบริหารฐานะทางการเงินของเรา เผื่อเงินสดไว้ในยามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เพราะในวันที่ดีๆ ก็จะมีแต่คนประเคนเงินมาให้เรากู้
แต่ในวันที่เลวร้าย ถ้าเราไม่มีใคร
ต่อให้บริษัทเรามีอายุเป็น 100 ปี
สุดท้ายมันก็จะเป็นแค่ 1 ตำนานที่ต้องปิดตัวลง..
╔═══════════════╗
Blockdit โซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่
╚═══════════════╝
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Solo
ในทางธุรกิจ กำไรเหมือนวิตามิน สภาพคล่องเหมือนอ็อกซิเจน
23 ก.ย. 2019 เวลา 17:03
9
Near us
รายได้มาก แต่กำไรต่ำสุดๆ แสดงให้เห็นว่า ต่อให้เรามีรายได้มากแค่ไหน,แต่ถ้าบริหารเงินไม่ดีก็เป็น0ได้ 🤔🤔
23 ก.ย. 2019 เวลา 16:43
2
ทองธนัชช์
ขอร้องคำนี้เลยครับ.. โอโห 😦
23 ก.ย. 2019 เวลา 16:23
1
wörâphötéé
เคยทำ คอนดอร์ ( Condor ) ผู้โดยน่ารัก ชาวเยอรมันวัยเกษียณ ไปล่องเรือสำราญ ขึ้นท่าเรือแหลมฉบัง แล้วนั่งเครื่องบินจาก สุวรรณภูมิ กลับ มิวนิค 👵👴✈️✈️
23 ก.ย. 2019 เวลา 14:08
ยุคใหม่การตลาดของไทย
รายได้เพิ่มขึ้นแต่ขาดทุนมหาศาล ไม่น่าจะพึ่งจะเกิดขึ้น คงจะมาจากการทำบัญชีที่เป็นตัวเลขที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง มาหลายปีจนปิดไว้ไม่ไหว
23 ก.ย. 2019 เวลา 13:40
4
อมรินทร์ โพธิ์เย็น
อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องสภาพคล่อง ถ้าสังเกตุปีที่กำไร แค่ 100-300 ล้าน แต่ขาดทุนทีเดียว 7000 ล้าน ตัวธุรกิจอาจจะไปไม่ไหวจริงๆก็ได้
23 ก.ย. 2019 เวลา 12:38
2
ติณห์ธร นราพิสุทธิ์
จึงไม่แปลกใจที่ กระแสเงินสดเปรียบเสมือนสายเลือดใหญ่ที่สำคัญกว่า กำไร กำไรจะโตเท่าไร แต่ถ้าไม่มีเงินสด เกมมันก็รอวัน over
23 ก.ย. 2019 เวลา 12:27
8
อนุรักษ์​ ทองอินทร์จันทร์
การบินไทยเดียวก็เอาเงินภาษีไปอุ้ม พนักงานอยู่กันสบายๆอิ่มหมีพีมัน​ ได้โบนัสกันอู้ฟู่
23 ก.ย. 2019 เวลา 12:19
6
วิชัย​ อาจหาญ​
ถูกต้องเลยครับ
23 ก.ย. 2019 เวลา 13:30
หมู 500
รอซื้อเครื่องบินฝูงใหม่เข้ามาประจำการ-สถานการณ์อาจดีขึ้น ออิ
24 ก.ย. 2019 เวลา 04:19
ลัดดา ฐิติเกียรติพงศ์
อนิจจัง ทุกขํง อนัตตา
23 ก.ย. 2019 เวลา 12:15
1
ลัดดา ฐิติเกียรติพงศ์
ขอบคุณค่ะ การเปลี่ยนแปลงไม่เคยหยุด
23 ก.ย. 2019 เวลา 12:14
1