โพสต์

รำลึกปกเทป..........
วันนี้ผมนั่งทำงานและก็ท่องโลกออนไลน์ตามปกติ
ก็พลันเห็นปกเทปและ CD ในสมัยก่อนมากมาย
ทำให้ย้อนกลับไปว่าเมื่อก่อนก็เคยมีผลงานเขียนภาพประกอบ
ปกเทปและ CD กับเค้าเหมือนกัน เลยอยากแชร์ประสบการณ์
ตอนทำภาพประกอบปกเทปชุดนี้ให้ฟังครับ
สมัยก่อนตอนที่ยังเป็นนักศึกษา ผมก็รับจ๊อบทั่วไป
ส่วนใหญ่จะเป็นงานวาดรูปซะมากกว่า
จนวันหนึ่งเพื่อนสนิทผมโทรมาว่าสนใจ
ทำภาพประกอบปกเทปปกหนึ่งมั้ย
เพราะมีคนติดต่อมาแต่เค้าไม่ว่างเข้าไปคุย
ผมก็เลยตอบรับทันทีอย่างไม่ลังเล
ก็แหม! สมัยก่อนการมีส่วนร่วมกับการทำปกเทปศิลปิน
ก็ถือว่าเป็นความใฝ่ฝันของคนทำงานภาพประกอบนะครับ
เมื่อมีโอกาส ก็อยากลองทำดูสักครั้ง
เพื่อนก็เลยให้ที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์มา
ทำการนัดแนะกันเรียบร้อยก็เข้าไปคุยรายละเอียดงาน
เจ้าของงานเป็นค่ายเพลงเล็กๆในสมัยนั้น
แต่มีชื่อเสียงพอสมควร นั่นก็คือเบเกอรี่มิวสิค
ซึ่งค่ายเพลงนี้สร้างศิลปินมามากมาย
แต่มีออฟฟิศเล็กๆอยู่กลางสยาม
จำได้เลยว่าทางเข้าเบเกอรี่ มิวสิค
เป็นทางเข้าเล็กๆ ที่ต้องเดินขึ้นชั้น 2
พอขึ้นไปก็ได้พบกับพี่ที่นัดกันไว้
เค้าอธิบายว่าศิลปินที่จะให้ออกแบบภาพประกอบก็คือ
คุณสายชล ระดมกิจ หนึ่งในสมาชิก ดิ อินโนเซนท์
ที่มาออกอัลบั้มเดี่ยว โดยบอกคอนเซปท์ของปกมาว่า
อยากได้แนวแบบฝรั่งๆ แค่นั้น
แล้วก็เอาเพลงให้ผมไปฟัง 1 เพลง
แล้วก็ให้เขียนงานสีน้ำออกมา
ในตอนนั้นก็งงครับ มาตั้งไกลบอกมาแค่นี้
ในใจก็คิดว่าที่นี่ทำงานกันแปลกดี
ก็เลยกลับไปฟังเพลง....แล้วก็วาดออกมา
บอกได้เลยว่าฟังจนฝันถึงเพลงทุกวัน
แล้วก็นั่งเขียนงานไป 10 กว่าภาพ
ผลก็ก็คือ....ไม่ผ่านครับ
จากนั้นก็กลับมาเขียนใหม่
แล้วนำเสนออีก 2 รอบ.....ก็ยังไม่ผ่านเช่นเดิม
เพราะฟังยังไงก็ยังวาดออกมาเป็นสไตล์ตัวเอง
ภาษาบ้านๆเรียกว่ายังตีความเพลงและ Concept ไม่เป็น
จน คุณทอม-วรุตม์ ปันญารชุน
Art Director ของเบเกอรี่มิวสิคในตอนนั้นเข้ามาคุย
พร้อมเอาเพลงที่เสร็จแล้ว มาให้ฟังเพิ่มอีก 3-4 เพลง
แล้วบอกผมว่า ...หลังฟังเพลงแล้ว
ลองปล่อยให้อารมณ์แรกที่รู้สึก
วาดงานออกมา ไม่คิดว่าจะสวยหรือไม่
เดี๋ยวทางนี้จะเป็นคนดูเอง และครั้งนี้ไม่จำกัดเทคนิค
พอกลับมาครั้งนี้ก็เครียดนะครับ เพราะส่งไปถึง 3 รอบ
แต่ไม่ผ่าน ครั้งนี้ผมก็กะว่าถ้าวาดไม่ผ่านก็จะหยุด
และให้เค้าหาคนใหม่....เพราะไม่อยากให้
ทางเบเกอรี่มิวสิค เสียเวลา
เนื่องจากอัลบั้มนี้มีกำหนดออกมาแล้ว
ว่าจะวางแผงในอีกไม่นาน
ก่อนจะเริ่มฟังเพลงใหม่ทั้งหมดที่ได้มา
ผมก็เริ่มทำสมาธิ แล้วหลับตา
ค่อยๆฟังบทเพลงทีละเพลง
แต่ครั้งนี้มันแปลกออกไป
ผมเริ่มรู้สึกว่าอยากเขียนภาพในอีกสไตล์หนึ่ง
จึงหยิบเกรยอง (แท่งถ่านสำหรับเขียนรูป)
มาวาดอย่างไม่ได้คิดอะไรมากต่างจากขอเดิม
ที่คิดวางแผนนานกว่าจะเริ่มเขียน
โดยภาพชุดนี้ใช้เวลา ไม่ถึง 1 นาที
กับจำนวน 10 กว่ารูป แล้วค่อยเขียนสีน้ำ
อีก 10 กว่ารูปเช่นกัน
.
ครั้งนี้หลังจากไปส่ง ผลลัพท์ก็คือ……
ภาพของผมก็ได้อยู่บนปกในอัลบั้ม
Portrait of the Innocent นั่นเองครับ
ซึ่งกลายเป็นปกที่แปลกพอสมควรในยุคนั้น
.
.
.
ภาพจากhttps://shopee.co.th/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%A5-%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C-%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88-innocent-i.75990701.1826132418
ซึ่งพอผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว นั่งนึกย้อนคิดไป
ก็รู้สึกว่าได้ประสบการณ์ดีๆหลายๆอย่าง
ซึ่งแม้แต่ทุกวันนี้....ผมก็ยังนำมาใช้อยู่ได้แก่
ภาพจากhttp://www.thaigramophone.com/boarddetail.asp?qid=90931&pg=2
1.เรื่องของโอกาส
บางทีโอกาสก็เข้ามาหาเราโดยไม่รู้ตัว ถ้าตอนนั้นไม่กล้าลองก็คงไม่มีโอกาส
2.เรื่องการทำงาน
การทำงานของเบเกอรี่มิวสิค มีความเป็นมืออาชีพที่หัวก้าวหน้ามาก
โดยเฉพาะในยุคนั้น มีความเป็นศิลปะสูง ให้เกียรติผู้ร่วมงาน ไม่มีการบังคับ
หรือจำกัดความคิดสร้างสรรค์ น่ายกย่องมากครับ
3.การให้โอกาสคน
วันนั้นหากคุณทอม ไม่ให้โอกาสผม
โดยเอาเพลงมาให้ฟังเพิ่มและแนะนำ งานของผมก็คงไม่ได้ไปอยู่
บนปกอัลบั้มนี้ ซึ่งหลักเรื่องการให้โอกาสคน ผมนำมาใช้ตลอด
แม้ในปัจจุบัน
4.การรู้จักปล่อยวาง
ช่วงที่ตั้งหน้าตั้งตาฟังเพลงวันไปวนมา
ทำให้ผมรู้ว่า การจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป
ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี บางครั้งเวลาที่เราทำอะไร
อาจต้องปล่อยวางความตั้งใจที่มากเกินไปลงบ้าง
แล้วปล่อยให้อารมณ์และจินตนาการเป็นตัวขับเคลื่อนแทน
ท้ายสุดมีเรื่องหนึ่ง.......ที่ไม่ได้บอกทีมงานเบเกอรี่มิวสิค
คือในภาพที่มีเก้าอี้....ที่คุณทอมชอบ
แล้วบอกว่ามันดูเป็นเก้าอี้ยุโรปที่ดูคลาสสิคมาก
ที่จริงแล้ว....
.
มันมาจากเก้าอี้พลาสติคถูกๆ
เมดอินไทยแลนด์จากที่บ้านน่ะครับ
.
.
.
“รองเท้าแตะเหยียบดวงจันทร์”
ความคิดเห็น

Happiness D.I.Y. by Schoko

ถือว่าแปลกสำหรับยุคนั้นจริงๆค่ะ
18 มี.ค. เวลา 11:44
1
18 มี.ค. เวลา 13:33

ชีวิตคือการได้ใช้ชีวิต

ตอนทำออกแบบ ก็ใช้หัวใจนำพาไป ^^
8 พ.ย. 2019 เวลา 14:03
1

รองเท้าแตะเหยียบดวงจันทร์

ขอบคุณครับ แวะมาอ่านกันบ่อยๆนะครับ
18 มี.ค. เวลา 13:13

เสี่ย

ชอบมากครับ
22 ต.ค. 2019 เวลา 10:34
1
22 ต.ค. 2019 เวลา 10:34