8 ตุลาคม เวลา 00:45Entertainment

เถียนมีมี่ 3,650 วัน รักเธอคนเดียว (1996)

Comrades: Almost a Love Story

หนังรักโรแมนติกของคนจีนบนแผ่นดินฮ่องกง

หมายเหตุ :

บทความมีการเปิดเผยเนื้อหาภาพยนตร์ (สปอยด์)

7 ตุลาคม 2562

ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จุดเริ่มต้นเกิดจากการต่อต้านร่างกฏหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ชาวฮ่องกง(ภายใต้การปกครองของจีน)ไม่เห็นด้วย

ประเด็นการประท้วงลุกลามไปจนปัจจุบันการประท้วงยกระดับขึ้นเป็นการต่อต้านจีนและพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนไปเรียบร้อยแล้ว

ย้อนกลับไปปี 2539 มีหนังฮ่องกงแนวรักโรแมนติกที่พูดถึงชีวิตหนุ่มสาวชาวจีนคู่หนึ่งที่เดินทางมาแสวงโชคในฮ่องกง

"หลี่เสี่ยวจิน" (หลี่ หมิง) กับการเดินทางมาฮ่องกงครั้งแรก เขาคือชายผู้เดินทางมาจากประเทศที่เสรีภาพบางส่วนถูกจำกัดโดยบุคคลกลุ่มเดียว

เมื่ออยู่ในดินแดนที่มีเสรีภาพมากกว่า มีความเป็นทุนนิยมมากกว่า หลี่เสี่ยวจินก็เหมือนกับพบโลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

และนี่คือเนื้อความในจดหมายที่เขาเขียนถึงคนรักหลังเดินทางมาถึงฮ่องกง

"เสี่ยวถิงที่รัก

ผมถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ ความจริงฮ่องกงก็ไกลมากนะ ที่นี่ผิดกับเทียนจินมาก ผู้คนเยอะ รถแยะ ตึกก็สูงมาก ได้ข่าวว่ามีหัวขโมยมากด้วย

คนกวางตุ้งน่ะ(ฮ่องกง) พูดจาหยาบแถมเสียงดังด้วย

อยู่ฮ่องกง ต้องหัดพูดกวางตุ้งแต่หลังจากเป็นแล้ว ตามถนนก็ยังมีอีกหลายภาษาที่เราไม่เข้าใจ "

ความตั้งใจแรกของหลี่เสี่ยวจิน คือ มาหางานทำที่ฮ่องกงเพื่อเก็บเงินแต่งงาน แต่โชคชะตาเป็นเรื่องที่กำหนดได้ยาก...

เมื่อหลี่เสี่ยวจินได้มาพบกับ "หลี่เฉียว" (จาง ม่านอวี้) ความรู้สึกบางอย่างก็เปลี่ยนไป

สถานที่แรกพบของทั้งคู่ คือ แมคโดนัลด์

เมื่อหลี่เสี่ยวจินที่ตอนนั้นยังไม่รู้ประสาต่อโลกทุนนิยมมากนัก อยากจะลองทำอะไรแบบคนฮ่องกงบ้าง

นั่นก็คือการกินเบอร์เกอร์แม็คโดนัลด์

หลี่เฉียว คือ คนรับออเดอร์ที่นั่น และเป็นเธอที่สังเกตสำเนียงจีนกลางของเขาจนได้แนะนำให้เขาไปเรียนภาษาอังกฤษ

" ภาษาอังกฤษสำคัญมากหากอยากจะทำงานในฮ่องกง " เธอแนะนำเขา

ระหว่างที่หลี่เสี่ยวจินเรียนภาษาอังกฤษ หลี่เฉียวก็รับงานเป็นแม่บ้านที่โรงเรียนสอนภาษาทั้งคู่จึงได้คุยกันมากขึ้น

หลี่เสี่ยวจินพบว่าหลี่เฉียวเป็นคนที่เก็บเงินเก่งมาก

เธอทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้...เพราะเป้าหมายของเธอคือการสร้างบ้านให้แม่ที่เมืองจีน

" ที่นี่ฮ่องกง อยากได้อะไรก็ทำได้ขอเพียงมีความพยายาม " คำพูดนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของหลี่เฉียวว่าเธอจะสามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ที่ฮ่องกง

ทั้งสองคนจึงร่วมหุ้นกันโดยการนำเทปเพลงของเติ้งลี่จวินมาขายที่ตลาดนัด แต่ก็ขาดทุนย่อยยับ

" 1 ใน 5 ของคนฮ่องกงมาจากจีน แต่ไม่มีใครอยากให้รู้ว่ามาจากจีน ถ้าใครรู้ว่าคุณชอบเติ้งลี่จิน จะมีคนรู้ว่าคุณมาจากแผ่นดินใหญ่ " หลี่เสี่ยวจินอธิบายเหตุผลของการเจ๊งครั้งนี้ให้หลี่เฉียวฟัง

เมื่อผิดหวังจากการขาดทุนและต้องเป็นหนี้ บวกกับความอ้างว้างท่ามกลางเมืองใหญ่ ทำให้ทั้งคู่เห็นอกเห็นใจกันและความสัมพันธ์ก็พัฒนาไปจนเกินคำว่า "เพื่อน"

แต่ความฝันของหลี่เฉียวยิ่งใหญ่มาก

เธอจะไม่ยอมแพ้...ถึงแม้จะขาดทุนจากการขายของ แต่เธอต้องกู้ฐานะการเงินของตัวเองกลับมาให้ได้

หลี่เฉียวตัดสินใจเลือกเส้นทางใหม่...ก้าวสู่อาชีพหมอนวด

ถึงเป็นหมอนวดแต่หลี่เฉียวก็ไม่ขายบริการ

เธอทำเพราะต้องการเงินและทิปจากการนวดเท่านั้น

หลังเสร็จงานเธอและหลี่เสี่ยวจินมักจะมาพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ทั้งสองคนกอดกัน มีคืนวันที่ดีเฉกเช่นคนรัก แต่ในอ้อมกอดนั้นหลี่เฉียวรู้อยู่เต็มอกว่า

หลี่เสี่ยวจิน มีคนรักอยู่แล้ว

เขามาเพื่อเก็บเงินแต่งงาน...ส่วนเธอมาเพื่อสร้างบ้านให้แม่

เมื่อตระหนักว่าต่างคนต่างต้องทำภารกิจที่มีให้สำเร็จ

การแยกกันเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง คงดีกว่าอยู่กันแบบหลอกตัวเองไปวันๆ

" ฉันมาฮ่องกงไม่ใช่เพื่อคุณ และที่คุณมาฮ่องกงก็ไม่ใช่เพื่อฉันด้วย " สิ้นคำพูดนี้ ทั้งสองก็เดินไปสู่ทางแยกบนเส้นทางของตัวเอง

หลี่เสี่ยวจินมุ่งมั่นทำงานเพื่อเก็บเงินต่อไป

ส่วนหลี่เฉียวก็ไปสร้างชีวิตใหม่กับพี่เป้า เจ้าพ่อใหญ่ขาประจำร้านนวดที่มาติดพันเธอ

หลายปีผ่านไปหลี่เสี่ยวจินเก็บเงินสำเร็จจึงพาเสี่ยวถิงมาฮ่องกงเพื่อแต่งงาน ในงานแต่งวันนั้นหลี่เฉียวมาร่วมยินดีด้วย

เป็นการพบกันในรอบหลายปี...ในเวลาที่ทั้งคู่ต่างมีคนของตัวเองแล้ว

แต่ลึกๆในใจของทั้งสองยังคงผูกพันธ์กัน

ทั้งสองเริ่มกลับมาคุยกันอีกครั้งในฐานะเพื่อน

ขณะที่หลี่เฉียวขับรถไปส่งหลี่เสี่ยวจิน เขาได้พบกับเติ้งลี่จวิน ความรู้สึกที่เคยมีให้กันก็หวนมาอีกครั้ง

เติ้งลี่จวินเป็นเหมือนจุดร่วมในความรักของทั้งคู่

เถียนมีมี่(เพลงของเติ้งลี่จวิน) คือ เพลงที่ทั้งสองคนร่วมร้องด้วยกันตอนรู้จักกันใหม่ๆ การพบเติ้งลี่จวินในครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่หมดความอดทนต่อแรงปรารถนาในใจ

และเกิดความสัมพันธ์ต่อกันอีกครั้ง

หลังจากวันนั้นหลี่เสี่ยวจินตัดสินใจสารภาพทุกอย่างกับภรรยาของเขาและจบลงด้วยการหย่าร้าง

เขารอคอยหลี่เฉียวที่สัญญาว่าจะกลับมาพบกันเมื่อต่างฝ่ายต่างเคลียร์ตัวเองเรียบร้อยแล้ว

แต่หลี่เฉียวก็ประสบปัญหาเสียก่อนเมื่อพี่เป้าสามีของเธอถูกตำรวจตามล่าจนต้องหนีไปไต้หวัน

เธอตามไปเพื่อจะสารภาพว่า " เธอกับหลี่เสี่ยวจินต้องการใช้ชีวิตร่วมกัน "แต่ก่อนที่จะได้พูด พี่เป้าก็ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าด้วยการบอกกับเธอว่า

เขากำลังเดือดร้อน เธอควรทิ้งเขาไปหาสามีใหม่และใช้ชีวิตให้มีความสุข

จากคำพูดนี้ทำให้หลี่เฉียวรู้ว่าพี่เป้ารักเธอมากแค่ไหน เธอไม่อาจทิ้งเขาได้ เธอตัดสินใจอยู่เคียงข้างพี่เป้าเพื่อเป็นกำลังใจในยามทุกข์ยากของสามี

หลี่เฉียวย้ายมาอยู่ไต้หวันก่อนไปใช้ชีวิตใหม่ที่นิวยอร์คกับพี่เป้าทั้งคู่ฝ่าฟันความยากลำบากด้วยกันมาจนถึงวันที่พี่เป้าจากไป

แต่เหมือนด้ายแดงที่นิ้วของหลี่เสี่ยวจินและหลี่เฉียวยังไม่ขาดจากกัน

หลังเลิกกับภรรยาหลี่เสี่ยวจินก็ย้ายมาเป็นพ่อครัวที่นิวยอร์คเช่นกัน ชีวิตที่ลากขนานกันมาในนิวยอร์ค...ทำให้ทั้งสองไม่ได้เจอกันสักที

จนกระทั่งทั้งสองทราบข่าวการเสียชีวิตของเติ้งลี่จวิน

กับฉากจบสุดคลาสสิคที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าประทับใจ

"คนสองคนยืนดูข่าวการเสียชีวิตของนักร้องคนโปรดหน้าร้านโทรทัศน์แห่งหนึ่งในมหานครนิวยอร์ค

ก่อนหันมาสบตาและยิ้มให้แก่กัน "

จากนั้นเพลงเถียนมีมี่ก็เริ่มบรรเลง...

จากจีนสู่ฮ่องกงและจบลงที่นิวยอร์ค

เป็นเรื่องแปลกที่ความรักไม่มีอาณาเขต

คนจีนและฮ่องกงแท้จริงก็คือคนเชื้อชาติเดียวกัน

แม้วันนี้จะยังมีความขัดแย้งอยู่

แต่ผมก็หวังว่าด้ายแดงของพวกเขาจะยังคงเกี่ยวกวัดกันไว้ดั่งเช่นความรักของหลี่เสี่ยวจินกับหลี่เฉียว

ขอให้สันติภาพกลับสู่ฮ่องกงโดยเร็ว

หมายเหตุ : สหราชอาณาจักรคืนเกาะฮ่องกงให้กับจีนวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2540

หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย 1 ปี

รูปภาพจาก : https://www.imdb.com/title/tt0117905

71
แชร์ 5 ครั้งรับชม 4.3k ครั้ง
Movietalk by คนคอหนัง
ผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกในช่วงมีความรักกับแฟนคนที่สอง ไม่ได้ไปดูด้วยกันหรอก และดูอีกครั้งตอนเป็นดีวีดี ในช่วงคบแฟนคนที่สาม ที่เล่ามาไม่ใช่อะไร แค่มุมมองความรักมันเปลี่ยนไปตามอายุ ก็คงเช่นเดียวกับตัวละครที่เติบโตขึ้น ผ่านประสบการณ์สุขและทุกข์มากขึ้น มันเป็นหนังที่ตอบโจทย์ความเชื่อเรื่องวงกลมสองวงจะเคลื่อนเข้าหา-ออกจากกัน-วนกลับมาอีกครั้ง ที่เขาเรียกว่า พรหมลิขิต น่าเสียดายถ้าผมเอากลับมาดูรอบนี้ที่ผมเลิกรากับคนที่สี่ ผมเลิกเชื่อเรื่องแบบนี้แล้วครับ
13 ตุลาคม เวลา 08:48
ไพรัช คู่กุศลสิน
พออ่านบทความนี้ก็นึกถึงอดีตที่เคยดูหนังเรื่องนี้แม้ผ่านกาลเวลาแต่ก็ยังใช้ประยุกต์กับสถานการณ์ปัจจุบันได้เขาถึงเรียกว่าเป็นภาพยนต์อมตะครับดูได้ทุกเวลาและได้แง่คิดหลายมิติดีครับผมยังประทับใจหนังเรื่องนี้อยู่เลยครับ
9 ตุลาคม เวลา 00:16
1
หนังหลายมิติ
ใช่ครับ เป็นหนังที่ผ่านมากี่ปีแล้วผมก็ยังประทับใจอยู่เลยครับ
9 ตุลาคม เวลา 15:17
ผมเอง
จางมั่นอี้สวยสุดๆครับ
9 ตุลาคม เวลา 00:12
1
จุฬาภา เกียรต์ธนานันท์
ดีมากเลยขอให้เขายุติปัญหาเจรจากัน
8 ตุลาคม เวลา 13:32
1
FISHWAY
น่าสนใจมากครับ
8 ตุลาคม เวลา 11:03
1
Paul​ ANG
ขอบคุณ​มาก​ครับ​
8 ตุลาคม เวลา 10:29
1
8 ตุลาคม เวลา 10:01
1
เขียนไปเรื่อย | Keep Writing
ชื่อหนังนึกถึงเพลงของเติ้งลี่จวิน
8 ตุลาคม เวลา 09:23
1
เรื่องเล่าจากดาวนี้
อ่านแล้วต้องไปหามาลองดูบ้างเลยค่ะ น่าดูมากๆเลย 😆
8 ตุลาคม เวลา 06:35
1
แม่เฒ่ากิมฮวย
ชอบมาก...เรื่องนี้♥️
8 ตุลาคม เวลา 06:22
1