Blockdit Logo (Mobile)
MovieTalk มูฟวี่ชวนคุย
ภูมิใจเสนอ
นิยายกำลังภายในเรื่องแรกของเพจ MovieTalk
“เงาวายุ”
“เงาวายุ” ปฐมบท
คำนำ
ถือเป็นการร่วมสนุกใน Blockdit ตามกระแส เนื่องจากบรรดาเพจเพื่อนพ้องน้องพี่ พร้อมใจกันเขียนเรื่องสั้น เรื่องยาว ผมเลยขอถือโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรมนี้ด้วย แต่ไม่ได้เขียนต่อจากใครนะครับ ไม่กล้า และเกรงว่าจะทำเขาเสียเรื่อง ขอเป็นแบบสไตล์ของตนเองดีกว่า
“เงาวายุ”
เป็นนวนิยายกำลังภายในที่ผมแต่งขึ้นเองเมื่อปีพ.ศ. 2536 โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก “Die Hard” แต่นำมาดัดแปลงในรูปแบบนิยายกำลังภายใน
ดังนั้นถ้าอ่านไปแล้วเกิดอาการ 'เดจาวู' ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะมันย่อมมีกลิ่นอายบางอย่างปรากฏอยู่ในงานเขียนชิ้นนี้
ทั้งนี้ ผมมีความเชื่อว่า งานทุกชิ้นสามารถสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดออกมาตามแต่จินตนาการของผู้เขียนที่เสริมแต่งออกมาอย่างไร
มาถึงปีพ.ศ.2562 ผ่านมา 26 ปี นิยายเรื่องนี้ถูกนำกลับมาปรับปรุงอีกครั้ง
โดยยังโครงเรื่องเดิมไว้ หากแต่มีการปรับเปลี่ยนบางส่วนตามวันเวลา
ประสบการณ์ และวิธีคิดของผมที่เปลี่ยนไปจาก 26 ปีก่อน
หวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเพลิดเพลินจากนิยายเรื่องนี้ครับ
ตัวละครสำคัญใน “เงาวายุ”
อี่ทงฮวง องครักษ์ 'เงาวายุ"
ตัวละครเอก ‘อี่ทงฮวง’ ที่มีตำแหน่งเป็นองครักษ์เงาประจำกายฮ่องเต้ มีฉายา
‘เงาวายุ’ จากเวอร์ชั่นต้นฉบับปี 2536 ผมเขียนโดยมีภาพของเฮียหลิวเตอะหัวในหนังกำลังภายในที่เฮียชอบแสดง เป็นต้นแบบตัวละครนี้ ที่ให้มีอายุในเวลานั้นน่าจะอายุประมาณ 30 ปีกว่า ๆ แต่ในเวอร์ชั่นปัจจุบัน ผมได้ปรับเปลี่ยนให้ตัวละครนี้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม โดยมีอายุประมาณ 40 ต้น ๆ เพื่อให้ผู้อ่านสร้างจินตนาการร่วมไปด้วยกัน ขอให้นึกถึงเฮียหลิวที่แสดงในบทตี๋เหรินเจี๋ยครับ
กลุ่มสังหาร 'เกียอุ้งนึ้ง'
ฝ่ายคู่ปรับคือ กลุ่มมือสังหาร ‘เกียอุ้ยนึ้ง’ ที่สมาชิกแต่ละคนมีชื่อเรียกตามอวัยวะบนร่างกายมนุษย์ เมื่อนำมารวมกันเท่ากับประกอบเป็นร่างกายมนุษย์หนึ่งคน โดยมือสังหารแต่ละคนจะมีวิทยายุทธพิศดารพันลึกแตกต่างกัน แต่เป็นวิชาฆ่าคนโดยเฉพาะ
สุดท้ายคือ ตำหนักมังกรฟ้า ซึ่งเปรียบเสมือนอีกหนึ่งตัวละคร ประกอบไปด้วย เจดีย์เจ็ดชั้นกลางทะเลสาบใหญ่ และแต่ละด้านของทะเลสาบจะมีตำหนักจุตรทิศ บูรพา, อุดร, ทักษิณ, ประจิม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดำเนินเรื่อง
อารัมภบทกันมาพอแล้ว เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลา ขอให้เชิญทุกท่านติดตามอ่านได้ ณ บัดนี้
ปฐมบท...ภัยซ่อนเร้น
สถานที่หนึ่งไม่อาจจำแนก ตั้งอยู่ ณ แห่งใด
ห้องมืดหนึ่ง ไม่อาจจำแนก มีขนาดใหญ่เล็กเท่าใด
เมื่อเป็นห้องมืด ย่อมมีความมืด แต่กลางห้องมืดกลับมีเทียนไขหนึ่งเล่มจุดอยู่กึ่งกลางห้อง
คล้ายไม่ใช่ห้องมืด...
แต่..เทียนไขเล่มเล็กหนึ่งเล่ม เปลวไฟเหนือไส้เทียนเปล่งประกายเท่าใด ไม่สามารถทำให้ห้องมืดสว่างไสวตลอดทั่วห้อง
ในห้องมืดยังมีเงาดำ...
เงาแห่งความมืด
ในเงามืดกลับมีเงาคนกลุ่มหนึ่ง!
เงาคนที่พอจำแนกบุรุษ และอิสตรีได้เพียงเงาลาง คนกลุ่มนี้กลับนั่งนิ่งสงบ นิ่งประดุจรูปปั้น ดุจไร้ตัวตนในห้องนั้น
คล้ายเป็นส่วนหนึ่งของความมืด ความมืดที่ลึกลับ และสะพรึงกลัว!
เสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบ
“รายงานตัว” เสียงราบเรียบ คล้ายเบาบางห่างไกล และคล้ายทรงอำนาจ ณ เบื้องหน้า
จนมิอาจขัดขืนคำสั่งนี้
“อิ่วชิ่ว (มือขวา) มาแล้ว” เสียงหนึ่งขานรับ
“จ๋อชิ่ว (มือซ้าย) มาแล้ว”
“อิ่วคา (ขาขวา) และ จ๋อคา (ขาซ้าย) มาแล้ว” สองเสียงดังพร้อมเพรียงกัน
พลัน เสียงอิสตรีเสนาะโสตดังขึ้น “งั่งเจง (ดวงตา) มาแล้ว”
ทันใดเสียงหัวร่อเคี๊ยก ๆ ดังขึ้น “ยื่อต๊อ (หู) มาแล้ว เคี๊ยก ๆ”
“เป็นเรา ฉุ่ย (ปาก) ก็มาแล้ว” เสียงกระโชกโฮกฮากตามมาเป็นลำดับต่อไป
“เฉ่า (จมูก) มา” คำตอบรวบรัดยิ่ง
เสียงหัวร่อคิกคักของอิสตรีดังขึ้น “ซิงโท่ย (ลำตัว) มาแล้ว...” น้ำเสียงแกมเชื้อเชิญแกมยั่วยวนชวนเคลิบเคลิ้ม
“อื้อ...อื้อ...” เสียงบุรุษใบ้ร้องอุทานขึ้น
เจ้าของเสียงแรกกล่าวว่า “เอี้ย (เงา) แม้เจ้าไม่เอ่ย เราก็ทราบว่าเจ้านั่งอยู่ตรงนั้น”
“แผนการครั้งนี้มีแต่ต้องสำเร็จ หากสำเร็จ พวกเราจะครอบครอง ‘ผลึกตะวัน’ ศาสตราวุธทรงอำนาจที่ใครได้ครอบครองจะไม่มีกองทัพใดเอาชนะได้ นั่นจะทำให้กลุ่มสังหารเกียอุ้ยนึ้งทรงอิทธิพลที่สุดในยุทธจักร ทอดตาทั่วแผ่นดินล้วนศิโรราบต่อพวกเรา”
ทุกเสียงเปล่งขึ้นพร้อมกัน
“เกียอุ้ยนึ้งเป็นหนึ่งในปฐพี”
สุ้มเสียงแรกของกลุ่มออกคำสั่งเน้นทีละคำ
“เกีย...อุ้ย...นึ้ง...ออก...เดิน...ทาง”
สายลมพัดปลิว เต็มไปด้วยแรงลม
เพราะที่อยู่ในเวลานี้คือยอดเจดีย์ ชั้นบนสุดของเจดีย์
เป็นเจดีย์สูงแปดชั้น ที่ล้อมรอบเจดีย์คือทะเลสาบ
เป็นเจดีย์ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ
ถัดจากทะเลสาบออกไปเป็นตำหนักสี่หลัง ตั้งตระหง่านสี่ทิศ
ตำหนักจตุรทิศ
อุดร-ทักษิณ-ประจิม-บูรพา
สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกขาน “ตำหนักมังกรฟ้า”
ตำหนักของอ๋องเอี้ยะ รัชทายาทหนึ่งเดียวของฮ่องเต้ ผู้กุมอำนาจรองจากฮ่องเต้
ชั้นบนสุดของเจดีย์แปดชั้น
อ๋องเอี๊ยะยืนตระหง่าน สายตาเพ่งมองไปไกลสุดสายตา ท่าทางดูทรงอำนาจ หนวดเคราถูกตกแต่งอย่างสวยงาม จากเค้าหน้าคาดว่าน่าจะอายุสี่สิบห้า...สี่สิบหกปี
ข้างกายมีบุรุษหนุ่มวัยสี่สิบ ใบหน้าคมคาย จมูกได้รูป ยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างกาย
“อี่ทงฮวง...เจ้าทราบหรือไม่ เจดีย์แห่งนี้มีความสำคัญอย่างไร?” อ๋องเอี๊ยะเอ่ยถาม
อี่ทงฮวงประสานมือพลางตอบ “ผู้น้อยมิอาจทราบได้”
“นั่นก็มิแปลก มีเพียงเรา กับพระบิดาเท่านั้นที่ทราบ เรื่องนี้น้อยคนนักที่จะล่วงรู้ความลับ มีเพียงสถานที่นี้เท่านั้นที่เก็บซ่อนหนึ่งในสองศาสตราวุธสะเทือนฟ้าดิน”
“ท่านอ๋องหมายถึง...ผลึกตะวัน และ หยกจันทรา ใช่หรือไม่?”
อ๋องเอี๊ยะผงกศรีษะ “สถานที่แห่งนี้ซุกซ่อนผลึกตะวันไว้จริง ๆ พระบิดาต้องการให้เก็บไว้พ้นจากพระราชวังหลวง เพื่อความปลอดภัย”
อ๋องเอี๊ยะหันกลับมาเพ่งมองหน้าของอี่ทงฮวง
“ทงฮวง เจ้าทราบหรือไม่ พระบิดาส่งมาเจ้ามาที่นี่เพราะเหตุใด”
“เพื่ออารักขาท่านอ๋อง” อี่ทงฮวงตอบรับแข็งขัน
อ๋องเอี๊ยะหัวเราะขึ้น
“ฮา...เจ้ากล่าวถูกส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือ เราอยากให้เจ้ามาเพื่อร่ำสุรากันสักครา
มิได้พบพานกันเนิ่นนาน ไม่เมาไม่เลิกรา”
“กระหม่อมมิบังอาจ กระหม่อมมีหน้าที่ถวายอารักขาท่านอ๋องในระหว่างงานเฉลิมฉลองที่มีขึ้นในอีกสามราตรีข้างหน้า”
“ทงฮวง เจ้าทราบหรือไม่ว่า เจ้าเคร่งครัดหน้าที่เกินไป บางครั้งชีวิตต้องการผ่อนคลาย หรือเจ้าไม่เข้าใจ ชื่อของเจ้าเองก็แฝงความหมาย
จิตใจดังสายลม ไม่อาจจับต้อง
มีแต่อิสระที่จะล่องลอยไปทุกแห่งหน”
“ถึงเป็นสายลมก็ต้องตระหนักในหน้าที่” อี่ทงฮวงตอบอย่างจริงจัง
“เอาเถอะ...เอาเถอะ...” อ๋องเอี๊ยะโบกมือ พลางส่งม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งให้
“รับไป”
อี่ทงฮวงรับมา พลางคลี่ม้วนกระดาษนั้นออก เป็นภาพวาดแผนที่ ภายในภาพคือแผนที่เส้นทางอุโมงค์ลับใต้เจดีย์แปดชั้นที่นำไปสู่ตำหนักจตุรทิศ
“ทงฮวง เมื่อเจ้าศึกษาเส้นทางลับเหล่านี้จนขึ้นใจแล้ว จงเผาแผนที่นี้ทิ้งเสีย”
“กระหม่อมรับทราบ” อี่ทงฮวงประสานมือก้มหัวรับคำสั่งอีกครั้ง
อ๋องเอี๊ยะหันกลับไปเพ่งมองทัศนียภาพไกลสุดสายตา ในใจคล้ายครุ่นคิดสิ่งใด
อี่ทงฮวงยืนสงบนิ่งข้างกายอ๋องเอี๊ยะ ร่างกายคล้ายผนึกเป็นส่วนหนึ่งของสายลม
สายลมบางครั้งเป็นเพียงลมเย็นเอื่อยให้คลายร้อน
แต่บางครั้งสายลมเป็นเช่นพายุ พร้อมทำลายทุกสรรพสิ่ง
ไม่มีสิ่งใด หรือผู้ใด ผูกมัดสายลมนั้นไว้ได้
นั่นเพราะสายลมคือความไม่แน่นอน
แต่...
ความไม่แน่นอนกลับเป็นความแน่นอนของชีวิต
ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนั้น
เป็นความไม่แน่นอน...
เป็นความแน่นอน....
....
จบลงไปแล้วสำหรับปฐมบท ในตอนต่อไปจะเดินหน้าเข้าสู่เนื้อเรื่องจริง ๆ แล้ว
ชอบ, ไม่ชอบ, ถูกใจ, ไม่ถูกใจ แวะมาแสดงความเห็นกันได้ครับ
แล้วพบกันในตอนต่อไป เร็ว ๆ นี้
ขอบคุณที่มาภาพประกอบ: IMDb, Eatandtrip.teenee.com, Xinhuathai, Travel Mthai, AirMosphere.net, travel.thaiza.com, Expedia, Grandtourismo, pantip.com, avenue.co.th
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความคิดเห็น
Schoko’s sharing 💐
ว้าวววว ชอบค่ะ สำนวนการเขียน อ่านง่ายดีค่ะ แต่ชื่อจีนนี่สิ ค่อนข้างจะจำยากหน่อยค่ะ
16 มี.ค. เวลา 08:47
1

MovieTalk มูฟวี่ชวนคุย

ขอบคุณครับที่ตามมาอ่าน
16 มี.ค. เวลา 08:49
พื้นฐานการลงทุนหมูน้อยออมเงิน
โอ้โห เพิ่งรู้ว่าพี่แต่งเอง ผมจะทยอยอ่านนะครับพี่มูฟ
2 มี.ค. เวลา 23:29
1

MovieTalk มูฟวี่ชวนคุย

ยินดีครับ แต่งตั้งแต่ยุค 90 แต่ที่ลงมีการปรับสำนวนและบางฉากบางตอนด้วยครับ
2 มี.ค. เวลา 23:52
🐦 นกไดโนสคูล
นกกลับมาทวนฟังซ้ำให้ครบ ตามสัญญาค่ะพี่มูฟ วันนี้ดูข่าวเรือพระราชพิธี ดูรูป นึกถึงเพจพี่มูฟเลย พี่ต้องภูมิใจและทำเพจดีๆต่อไปนานๆนะ นกฟังซ้ำแบบไม่รีบ ยังได้คติแฝงที่พี่ใส่ในเรื่องอีก ขอบคุณค่ะ
12 ธ.ค. 2019 เวลา 12:18
1

🐦 นกไดโนสคูล

ยาวสุดในอำเภอ 5555
12 ธ.ค. 2019 เวลา 12:56
1