12 พฤศจิกายน เวลา 00:50Philosophy

เพราะโลกไม่ได้มีมุมเดียว...บทหนังจึงมีหลายมุม

มาทำความรู้จักกับ " มุมมองพระเจ้าในภาพยนตร์ "

ภาพยนตร์คือหนึ่งในศิลปะการเล่าเรื่อง

กว่าจะผลิตหนังออกมาสักเรื่อง...ต้องอาศัยทีมงานหลายส่วนช่วยกัน

แต่ส่วนสำคัญลำดับแรกๆของการทำหนังคือบท

การเขียนบทภาพยนตร์นั้นไม่ง่าย...

ต้องอาศัยทักษะการเล่าเรื่องผูกเรื่องและลำดับเหตุการณ์ที่ดี

หากอยากรู้ว่ายากแค่ไหน...ก็ต้องลองเขียนนิยายให้จบสักเรื่องแล้วจะพบสัจธรรมข้อนี้

การเขียนนิยายและบทภาพยนตร์มีความคล้ายกันในส่วนนี้เพราะต่างก็เป็นการเล่าเรื่อง โดยนิยายเป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรในสำนวนของผู้เขียน ส่วนบทภาพยนตร์เป็นแบบร่างของภาพยนตร์ เป็นการเล่าเรื่องเพื่อนำไปขยายต่อให้เกิดภาพ

ซึ่งกลวิธีการเล่าเรื่องนั้นมีอยู่มากมายหลายวิธีสุดแล้วแต่ผู้เขียนจะออกแบบ

แต่โดยพื้นฐานแล้วเรามีวิธีการเล่าเรื่องผ่านมุมมองต่างๆได้ 3 แบบ

ภาษานักเขียนเรียกมุมมองเหล่านี้ว่า " point of view "

โดย point of view แต่ละแบบมีดังนี้

- มุมมองบุรุษที่หนึ่ง เป็นมุมมองที่เกิดจากตัวละครตัวใดตัวหนึ่งทำหน้าที่ในการเล่าเรื่อง

การรับรู้เรืองราวของบุรุษที่หนึ่งนั้น เราจะเข้าใจตัวละครอื่นๆผ่านการบอกเล่าในสายตาของตัวละครผู้เล่าเป็นหลัก

ตัวอย่างของหนังที่มีการเล่าเรื่องในมุมมองบุรุษที่หนึ่ง คือ "จัน ดารา"

โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังนั้น เรารับรู้ผ่านการเล่าของจัน ซึ่งเป็นตัวละครหลัก

“จันดารา…นั่นแหละชื่อผม ขอแนะนำตัวเองในฐานะที่เป็นเจ้าของเรื่องพิกลนี้ และเราคงจะได้มักคุ้นกันต่อไปอีกพักใหญ่

ถ้าผมไม่มีอันเป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่งเสียก่อน...คือไม่เป็นบ้าก็ตาย...

ชีวิตผมมันมากด้วยมุมหักเหตั้งแต่เกิด พูดก็พูดเถอะ ผมเกิดเมื่อแม่ผมตาย ฟังดูบ้าดีไหมล่ะ”

นี่คือบทเปิดเรื่อง " จันดารา (ปฐมบท) " ฉบับหม่อมน้อย

หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของจัน...ตั้งแต่เกิดจนแก่

(มุมมองของผู้เขียน : ความสนุกของหนังเรื่องจัน ดารา นั้น ต้องยกความดีงามให้กับนวนิยายต้นฉบับที่เขียนโดยคุณอุษณา เพลิงธรรม

มีการใส่ปมอิดิปุสเข้าไปในตัวละคร(จัน) บวกกับการผูกเรื่องที่น่าติดตาม ทำให้เมื่อนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จึงมีความน่าสนใจว่าผู้กำกับได้ตีความบทประพันธ์ออกมาเป็นแบบไหน แม้ว่าเวอร์ชั่นของหม่อมน้อยจะเน้นอีโรติคไปสักหน่อย แต่โดยส่วนตัวผมก็ชอบไม่แพ้ฉบับคุณอุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร)

-มุมมองบุรุษที่สอง เป็นมุมมองที่ใครสักคนกำลังเล่าเรื่องในมุมมองของคุณ (อย่า งง .... มันคือมุมมองของคุณ คนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่นั่นแหล่ะ)

การเล่าเรื่องแบบนี้เน้นให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมในภาพยนตร์ ซึ่งเป็นการยากอยู่เหมือนกันในการเล่าผ่านมุมมองนี้จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่ก็มีแทรกอยู่ในภาพยนตร์บ้าง เช่น การที่ตัวละครในหนังหันมาพุดคุยกับผู้ชม

( แบบที่ Deadpool ทำ) หรือ ในฉากจบของหนังเรื่อง Wanted(ขออนุญาตสปอยด์นิดหน่อย) ที่พระเอกกำลังจะบอกว่าเขานั้นคือผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเอง...

กล้องซูมหาเขาใกล้เข้าไปเรื่อยๆ ก่อนที่เขาจะหันมาหาผู้ชมแล้วพูดว่า

" พวกคุณล่ะ ... ทำห่าอะไรมั่ง ? " เป็นการจบที่เท่มาก

ตัวอย่างด้านบนเป็นเพียงตัวอย่างที่ใกล้เคียง เพราะเท่าที่ผมดูมายังไม่มีหนังเรื่องไหนที่จะยกมาเป็นตัวอย่างของมุมมองแบบนี้ได้อย่างสมบูรณ์

ผมจึงขออธิบายมุมมองนี้เพิ่มเติมในรูปแบบงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น

ตัวอย่างการบรรยายในมุมมองบุรุษที่สอง

" ลมหนาวยามเช้าของเดือนธันวาคมได้มาถึงแล้ว และตอนนี้คุณกำลังยืนท้าทายแสงแรกอยู่บนยอดเขาที่ขึ้นชื่อว่าสูงที่สุดของประเทศไทย

ดอกไม้ยามเช้าชูช่อล้อเล่นกับแม่คะนิ้งพร้อมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่ผลิบานอยู่บนหน้าคุณ

เป็นความสุขอันเกิดจากการสังเคราะห์กันของสองสิ่ง คือ สายลมที่โอบกอดเราผ่านกายสัมผัส กับ แสงแรกของวันที่ร้องขอให้คุณเสพสมกับความงามของมันผ่านดวงตา

ภาพเบื้องหน้าในเช้าวันนี้คงเปรียบได้กับของขวัญล้ำค่าที่ธรรมชาติส่งมากำนัลแก่เรา "

- มุมมองแบบสุดท้ายคือ มุมมองบุรุษที่สาม เปรียบได้กับมุมมองของพระเจ้า ซึ่งแบ่งย่อยออกไปได้อีกสองแบบคือ มุมมองอย่างกว้างและมุมมองอย่างแคบ

มุมมองอย่างกว้างคือ ผู้ชมจะสามารถรับรู้เหตุการณ์ได้ทุกเรื่อง รวมถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวละครแต่ละตัว (ราวกับพระเจ้าในโลกภาพยนตร์)

ตัวอย่างของหนังที่มีการเล่าเรื่องในมุมมองแบบนี้คือ เดธโน้ต ( เราสามารถรู้ความคิดของตัวละครหลักๆรวมถึงเรื่องราวที่ถูกปิดบังในเรื่อง)

ส่วนมุมมองอย่างแคบคือ ผู้ชมเป็นผู้สังเกตตัวละคร (ตัวใดตัวหนึ่ง)ซึ่งไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง และการรับรู้นี้ข้ามไปยังตัวละครตัวอื่นในเรื่องได้อีกด้วย

เช่นเรื่อง wonder หรือ 11:14

บ่อยครั้งที่ผู้ชมอย่างเราได้รับมุมมองพระเจ้า ทำให้เราสามารถเข้าใจความคิดของตัวละครรวมถึงที่มาของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในเรื่อง

และเราก็มักจะพลาดไปตัดสินตัวละครบางตัวด้วยสายตาที่คับแคบ ...

เพราะเราลืมนึกไปว่าตัวละครนั้นๆเขาไม่ได้รู้เหมือนเรา

เขาถูกจำกัดให้รับรู้แบบปุถุชนธรรมดา รู้เพียงส่วนหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ ให้เรื่องดำเนินต่อไปและมีจุดหักเหเกิดขึ้น

จงจำเอาไว้ว่า....เมื่อใดก็ตามที่เราตกหลุมพรางของมุมมองพระเจ้าเราอาจเผลอไปตัดสินใคร

บ่อยครั้งคนทำหนังก็หลอกเราด้วยมุมมองนี้

( Wonder คือ ตัวอย่างที่ดีของการหลอกให้เราตัดสินตัวละครไปก่อนที่จะเฉลยภายหลังว่าเราคิดผิด )สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับการดูหนัง

ในชีวิตจริงเราต่างก็มีประสบการณ์ของการตัดสินใครก่อนที่จะรู้จักตัวตนจริงๆของเขา นั่นเพราะเรามีมุมมองแบบบุรุษที่หนึ่ง...

ทางเดียวที่เราจะไม่เผลอไปตัดสินใคร เราต้องเปิดมุมมองของเราให้กว้างขึ้น ขยายขอบเขตมุมมองแบบพระเจ้าให้เกิดขึ้นในชีวิตจริง หมายรวมถึงความเมตตาในแบบที่พระเจ้ามอบให้กับมนุษย์

หากเรามองผู้อื่นด้วยความเมตตา เราคงพยายามเข้าใจเขา

และพยายามมองให้รอบด้านก่อนจะตัดสินใคร

เมือเห็นได้รอบด้าน คิดในมุมเรา มองในมุมเขา มนุษย์คงมีความเข้าใจกันมากขึ้น เพราะโลกนี้มีมากมายหลายมุมเกินกว่าจะมองเพียงด้านเดียว

เช่นเดียวกัน...เมื่อมีใครตัดสินคุณในเรื่องที่คุณไม่ได้เป็นแบบนั้น

อย่าคิดมาก...เขาอาจเพียงแค่ยังไม่รู้จักคุณดีพอ

นี่ล่ะบทภาพยนตร์ในชีวิตจริงที่มีคุณเป็นผู้แสดงนำ

เป็นตัวละครหลัก...เป็นผู้กำกับ และผู้เขียนบทชีวิตตนเอง

สามารถติดตามบทความเของหนังหลายมิติเพิ่มเติมได้ที่ :

Fanpage : facebook.com/nunglaimiti

Website : www.movie8d.com

ภาพประกอบจาก :

https://pixabay.com/th

https://www.imdb.com

45
ชตระกูล​ ศรีสวัสดิ์​
ไม่ง่ายเลยนะครับ
15 พฤศจิกายน เวลา 14:28
1
Marvel Man
อือ น่าสนใจมากครับ ต่อไปเวลาดูหนังคงได้สังเกตมากขึ้นครับ
13 พฤศจิกายน เวลา 14:38
1
หนังหลายมิติ
ขอบคุณครับ
13 พฤศจิกายน เวลา 16:03
SaraUpdate
ได้รู้อะไรใหม่ๆเยอะเลย
13 พฤศจิกายน เวลา 08:24
1
หนังหลายมิติ
ขอบคุณครับ
13 พฤศจิกายน เวลา 16:04
เก็บฝัน..🕰
ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้วค่ะ
13 พฤศจิกายน เวลา 01:59
1
หนังหลายมิติ
ขอบคุณครับ
13 พฤศจิกายน เวลา 16:04
12 พฤศจิกายน เวลา 17:46
1
Wornstory
ชอบ wonder มากครับ
12 พฤศจิกายน เวลา 15:39
1
หนังหลายมิติ
เป็นหนึ่งในหนังโปรดของผมเลยครับ
13 พฤศจิกายน เวลา 16:04
Sloth Holmes
11:14 นี่ผมดูหลายรอบเลย... ปะติดปะต่อเรื่องนานไปหน่อย 😁
12 พฤศจิกายน เวลา 15:39
1
หนังหลายมิติ
ผมชอบพล็อตเรื่องครับ
13 พฤศจิกายน เวลา 16:04
1
Lavia DelCielo 😊😊
แล้วอย่างใน Gone Girl ล่ะครับ เป็นมุมมองแบบไหน? 🤔🤔🤔
12 พฤศจิกายน เวลา 14:28
หนังหลายมิติ
น่าจะเป็นแบบมุมมองบุคคลที่สาม(มุมมองพระเจ้า) แต่เป็นแบบที่พระเจ้าในหนังไม่ใช่ผู้รู้ทุกเรื่อง เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ เป็นแบบบุคคลที่สามอย่างแคบครับ ถ้าชอบ gone girl แนะนำเรื่อง the invisible guest หาดูได้ใน netflix ครับ สนุกและหักมุมตลอดแบบ gone girl เลยครับ
12 พฤศจิกายน เวลา 14:37
1
and the review goes to
คนที่คิดด้วยมุมมองพระเจ้าก่อนจะตัดสินใครนั้นดีมาก ๆ ครับ ผมก็จะทำให้ได้ ❤️
12 พฤศจิกายน เวลา 11:34
1
หนังหลายมิติ
ขอบคุณครับ
12 พฤศจิกายน เวลา 12:12
1
Plan To Perfect/พี่เจี๊ยบเอง
ดู wonder แล้วเหมือนเตือนสติเราว่าอย่าตัดสินคนอื่นจากแค่มุมมองของเราฝ่ายเดียว👍👍👍
12 พฤศจิกายน เวลา 09:31
2
หนังหลายมิติ
เป็นหนังที่ดีมากๆครับ
12 พฤศจิกายน เวลา 12:13
1