15 พฤศจิกายน เวลา 10:36Education

"ประเทศไทยจะเป็นประเทศพัฒนา (Developed) แล้วหรือยัง" และ "เมื่อไหร่จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว" ตอนที่ 4

ณ โรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร นาย "ขอนไม้" หนุ่มวัย 29 ปีมาโรงเเรมล่วงหน้าเพื่อมาช่วยงานแต่งงานเพื่อนสนิทที่สุดของเขาที่คบกันมาตั้งแต่ ป. 4 นั่นคือ "นายตุ๊กแก" ซึ่งเป็นลูกเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์

ตุ๊กแกกำลังจะเเต่งงานกับ "สาวแป้ง" สาวอ๊อฟฟิศที่ตุ๊กแกตามจีบและเป็นแฟนกันมา 5 ปี

จะเป็นความบังเอิญหรือโคตรซวยของนายขอนไม้อย่างไรก็ไม่ทราบได้ แต่นายขอนไม้ดันมาได้ยินสาวแป้งกำลังคุยกับ "นายนัท" ซึ่งเป็นเพื่อนชายของแป้งที่ขอนไม้พอรู้จักผิวเผิน

และก็ได้ยินนัทกำลังพูดกับสาวแป้งว่า "แป้งเราคบและรักกันมาตั้ง 10 ปีและเราก็เป็นของกันและกันมานานแล้ว...แป้งไม่รักนัทแล้วเหรอ"

"เรายังรักนัทแต่เราจำเป็นต้องทำแบบนี้" สาวแป้งตอบ

นั่นคือสิ่งที่นายขอนไม้ได้ยินและภาพที่นายขอนไม้ได้แอบเห็นมันก็ชัดเจนว่าสาวแป้งมีผู้ชายคนอื่น..

ในขณะเดียวกันสาวแป้งกำลังจะแต่งงานกับเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขาอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้และนายขอนไม้ก็รู้ว่า "นายตุ๊กแกก็รักแป้งมาก"

ถ้าคุณเป็น "นายขอนไม้" คุณจะทำอย่างไร?? และคุณรู้สึกอย่างไรที่จะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง??

ในความเห็นส่วนตัวของผมมองว่า "การศึกษาของไทยในด้านคุณธรรมและจริยธรรมพื้นฐาน (Moral and Ethic)" ถือว่าดีมากอยู่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆที่ผมได้ไปมา

และนั่นคือจุดแข็งของบ้านเราและควรรักษาไว้เพราะนี่ทำให้ประเทศไทยถึงไม่รวยมาก แต่ก็น่าอยู่ ผู้คนน่ารักรวมถึงประเทศปลอดภัยในระดับที่ใช้ได้เลยทีเดียว

ตัวอย่างเช่น กรุงเทพซึ่งกรุงเทพเองก็มีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำกว่าลอนดอน (London) และนิวยอร์ก (New York) เสียอีก และภาพรวมอัตราการเกิดอาชญกรรมของประเทศไทยก็อยู่ในระดับเท่าๆกับประเทศพัฒนาแล้วและอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไปทั้งๆที่ประเทศเราจนกว่า..

นอกจากนี้ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศก็พยายามสอนให้คนมี "คุณธรรมในที่ทำงาน (Work Moral)" เพราะคนของเขามีความเป็นปัจเจกสูงเลยทำให้นิสัยการทำงานค่อนข้าง "Self Interest (เห็นแก่ตัว)" และถ้าได้มีโอกาสไปทำงานด้วยก็จะรู้ว่าที่ทำงานของเมืองฝรั่ง คนส่วนใหญ่จะค่อนข้างไม่ช่วยเหลือกันและอาจถึงขั้นเห็นแก่ตัวเลยทีเดียว

รวมถึงทึ่ญี่ปุ่นที่จริยธรรมในการทำงานค่อนข้างโหดมากพอควรเพราะญี่ปุ่นยังมีระบบลำดับขั้น ระบบแบ่งเพศ และระบบชาตินิยมในที่ทำงานอย่างเข้มข้นและซับซ้อนมากอยู่พอสมควร..

และนี่อาจจะเป็นโชคดีของสังคมไทยเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์เรื่องอาหารผู้คนไม่เคยอดอยาก และสภาพอากาศไม่แปรปรวนมากรวมถึงมีการปรับใช้ปรัชญาทางศาสนาพุทธมาอย่างยาวนาน

นั่นก็อาจทำให้พื้นฐานนิสัยของคนไทยโดยทั่วไปมีจิตใจที่โอบอ้อมอารีและช่วยเหลือผู้อื่น ....

อย่างไรก็ตามปัญหาของไทยในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมก็คือเราไม่ค่อยถูกสอนให้รับมือกับ "คุณธรรมขัดเเย้ง (Moral dilemma)" หรือบางครั้งเรียกว่า "คุณธรรมขึ้นเขียง"

ตัวอย่างเรื่อง "นายขอนไม้" กับ "ตุ๊กแกรักแป้งมาก"

อะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่นายขอนไม้ต้องตัดสินใจทำเพราะจะเห็นได้ว่าไม่ว่านายขอนไม้จะตัดสินใจอย่างไรในเวลานั้นจะต้องมีคนเดือดร้อนอยู่ดี...

ถ้านายขอนไม้ตัดสินใจบอก...งานแต่งงานก็อาจต้องล่มลงได้และตุ๊กแกอาจจะเสียใจมาก หรือบอกแล้วตุ๊กแกไม่เชื่อ

แต่ถ้าไม่บอก...แป้งก็อาจจะสวมเขาเพื่อนไปตลอดและตุ๊กแกอาจจะต้องมาเสียใจในภายหลัง...

แล้วแป้งเป็นคนไม่ดีหรือ??

แป้งเองก็อาจกำลังมีปัญหาเช่นพ่อป่วยเป็นโรคที่ต้องใช้เงินหรือมีภาระอื่นๆที่จำเป็นที่ต้องการเงินจากตุ๊กแก???

หรือแป้งอาจจะเห็นความดีของตุ๊กแกที่คอยช่วยเหลือตอนที่พ่อเริ่มป่วยมาตลอดและแป้งอาจกำลังตัดใจจากนัทได้และรักตุ๊กแกขึ้นจริงๆก็ได้?? ......

ตอบยากเพราะเราคงไม่สามารถรู้ปัญหาในรายละเอียดของแต่ละคนได้

เหตุผลมากมายยากหาผิดหรือถูกเพราะขึ้นอยู่กับเบื้องหลัง ที่มา และประสบการณ์ของแต่ละคนแต่ละกลุ่ม..

และนี่เองก็เหมือนเรื่องราวของ "โรบินฮูด" โจรปล้นทรัพย์คนรวยไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านยากจน...

ถูกหรือผิด?? เพราะปล้นก็ผิดคุณธรรมและกฎหมายและถ้าปล่อยคนให้ลำบากยากจนจนหิวตายก็ใจร้ายไร้คุณธรรม

แล้วเรารู้มั๊ยว่าทรัพย์สินเท่าไหร่ที่ "โรบินฮูด" เก็บไว้เอง?? หรือเขาไม่เก็บไว้เองเลย??

นี่ก็เลยกลายเป็นปัญหาของสังคมไทยเพราะคนไทยมักเผลอเรอที่จะสรุปเรื่องคุณธรรมในสังคมแบบง่ายเกินไปและลืมนึกไปว่ามุมมองด้านคุณธรรมนั้นมีโอกาสเกิดการขัดเเย้งได้และไม่สามารถสรุปว่าอะไรถูกหรือผิดได้เลยซะทีเดียว...

และเราก็มักเห็นตัวอย่างมากมายของความขัดเเย้งแบบนี้ตามข่าวทั่วไปโดยเฉพาะข่าวใน Social..

ดังนั้นนอกจากคุณธรรมแล้วสังคมจึงมีการสร้างกฎหมาย (Law) กฎเกณฑ์ (Rules) และจรรยาบรรณ (Code of Conduct) ต่างๆขึ้นมาใช้เพื่อควบคุมการออกนอกคุณธรรมและออกนอกระเบียบของสังคมส่วนรวม

ซึ่งกฎหมาย กฎเกณฑ์ และจรรยบรรณก็จะช่วยให้คนกลุ่มใหญ่มีหลักการพื้นฐานร่วมกันและดึงให้คนคิดถึงเรื่องส่วนรวมให้มากขึ้น..

อันนี้ต้องยอมรับว่าสังคมไทยยังคงต้องปรับปรุงอย่างมากเลยทีเดียวเพราะสังคมเรายังไม่ค่อยมองเรื่องกฎส่วนรวมเท่าไหร่นัก

แต่ว่า....ระบบกฎหมาย กฎเกณฑ์ และจรรยาบรรณ มันถูกต้องเสมอไปจริงหรือ???

ทำแท้ง การมีชู้ ค้าประเวณี การดื่มสุรา การเสพยาเสพติด การเปิดบ่อนการพนัน การช่วยการฆ่าตัวตายในภาวะป่วยขั้นสุดท้าย การรักเพศเดียวกัน และการขายของข้างทาง อาจมีทั้งถูกกฎหมายและก็ผิดกฎหมายในหลายประเทศ ....

แล้วอะไรถูกอะไรผิด?? อันนี้คงขึ้นกับความรู้สึกคุณธรรมในแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มคนครับ นั่นก็จะเห็นว่าในหลายๆครั้งทั้งกฎหมายและคุณธรรมก็ขัดเเย้งกันเองอีกเช่นกัน...

และบางครั้งคนในสังคมรวมถึงสื่อก็ต่างว่าหรือด่ากันไปมาอย่างเมามันในเรื่องที่หาถูกหรือผิดยากเพราะมุมมองของคุณธรรมและกฎหมายนั้นไม่เหมือนกันในแต่ละคน (Moral dilemma)

อีกตัวอย่างใกล้ตัวขึ้นเช่น รัฐบาลได้การบังคับใช้กฎหมายจัดระเบียบห้ามขายของบนทางเดิน

ปรากฎว่า "เจ๊บุญ" ร้านรถเข็นขายสมตำที่ขายอยู่หน้าร้านโชห่วยของ "เจ็กโซ่ย" หน้าปากซอยแห่งหนึ่งของ กทม ก็โดนไปด้วย..

และวันสุดท้ายที่ร้านเจ๊บุญจะได้ขายที่ปากซอยแห่งนี้ ก็มี "สาวจ๋า" ลูกค้าขาประจำของเจ๊บุญถามว่า "เจ๊ได้ที่ขายใหม่หรือยังคะ"

"ยังไม่ได้เลยและสถานที่ที่รัฐบาลจัดหาให้ก็ไม่ใช่แหล่งชุมชนไม่น่าขายได้ เนี่ยะเครียดอยู่เลยจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเล่าเรียนลูก 3 คน" เจ๊บุญตอบ

"โหย!!ทำไมรัฐบาลใจร้ายจัง เรื่องแบบนี้ควรจะหยวนๆเนี่ยะฝรั่งมาเที่ยวบ้านเราเขาก็ชอบกันไอ้ Street Food เนี่ยะ" สาวจ๋าพูด

"พรุ่งนี้เห็นเขานัดเเนะกันไปประท้วงที่ทำเนียบจ่ะ" เจ๊บุญพูดต่อ..

ในเวลาเดียวกัน "นายหมง" นักศึกษาเทคนิคซึ่งบ้านอยู่ในซอยกำลังเเวะซื้อของร้าน "เจ็กโซ่ย"

"เจ็กร้านรถเข็นยังไม่เลิกขายไปอีกหรอผมได้ยินว่ารัฐบาลห้ามแล้วนี่....โคตรเห็นด้วยกับรัฐบาลเลยเนี่ยะฟุตบาทเราแทบไม่มีที่เดินเลย" นายหมงพูด

"มันก็มีดีมีเสียหน่า.... ถึงจะเกะกะหน้าร้านอั๊วแต่หลายครั้งลูกค้าที่มารอส้มตำก็มาแวะซื้อของร้านอั๊ว.. อั๊วว่ามันก็ win-win ว่ะ อาหมง แล้วอาบุญไม่ขายของที่นี่จะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงลูกอี.." เจ็กโซ่ยตอบ

ก็จะเห็นว่าแม้เรื่องเดียวกันแต่มุมมองไม่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล เจ๊บุญ สาวจ๋า นายหมง และเจ็กโซ่ย แต่ละคนก็มีมุมมองของตัวเองและก็คงตอบได้ยากว่าใครถูกใครผิด...

ดังนั้นผมว่าเราควรสอนเด็กๆและคนสังคมให้เข้าใจคุณธรรมและที่สำคัญต้องสอนให้รู้ว่า "คุณธรรมของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันเสมอไปและคุณธรรมขัดแย้งก็เกิดขึ้นได้" และก็ทำให้หลายๆเรื่อง "ไม่สามารถสรุปถูกหรือผิดได้"

และหลายครั้งเราไม่ต้องหาถูกหรือผิดแต่ที่เราต้องทำคือ "ฟังและเข้าใจ" และหา "จุดลงตัวหรือจุดสมดุล" ของสังคม และสร้างจุดสมดุลนั้นในสังคม

นอกจากนี้ต้องสอนให้คนเคารพกฎหมาย กฎเกณฑ์ และจรรยาบรรณ รวมถึงต้องหาสมดุลของ "คุณธรรมกับกฎสำหรับคนหมู่มาก" ด้วย

โดยหน้าที่นี้ควรเป็นของเราทุกคน.....สื่อ... พ่อแม่ ...ครู... และรัฐบาล... อย่างไรก็ตามผมว่าสื่อต้องรีบทำก่อนเพราะได้ผลในวงกว้างโดยภาครัฐต้องสนับสนุน... ซึ่งยังหวังนะครับ😊😊😊

ถ้าประเทศไทยสามารถปรับการศึกษาด้านคุณธรรมบวกกับการเคารพกฎหมายนั่นได้

ก็จะทำให้ประเทศไทยมีสภาพทางสังคมที่ดีขึ้นไปอีกและผมว่าก็ทำไม่ยากอย่างที่คิด😊😊

มาถึงการศึกษาเรื่องเชิงวิชาการและสติปัญญาอย่างคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาศาตร์ และอื่นๆ อันนี้ผมว่าคนไทยเก่งอยู่แล้วนะครับ เพราะเมื่อมาดูค่าเฉลี่ยของ IQ คนไทยก็ไม่แตกต่างชาติพัฒนาแล้วเท่าไหร่..

แต่ที่เราน่าจะต้องปรับก็คือการคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความคิดสร้างสรรค์และต่อยอด (Crearive and Application)

เรามักถูกสอนให้ฟังและทำตามขั้นตอนแต่เราไม่สอนให้คนมีวิธีวิเคราะห์ เเจกแจง ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอแบบมีทักษะ และสร้างแนวคิดใหม่

ระบบการเรียนรู้คือเราเน้นสอนให้ "รู้"แต่เราไม่เน้นสอนให้ "เรียนรู้"... เพราะ "การเรียนรู้" นอกจากถูกสอนให้รู้เเล้วยังต้องหาความรู้เพิ่มเติม ได้ลองทำหรือปฏิบัติ และที่สำคัญได้ถกเถียงและโต้เเย้งกับความคิดผู้อื่น..

แต่เราไม่ถูกสอนให้โต้เถียงแบบสร้างสรรค์ (Constructive Debate) เพราะเรายังมีระบบกลัวเสียหน้า ที่สูงมากๆ และ ระบบไม่ชอบความขัดแย้ง

ดังนั้นการศึกษาไทยต้องสอนให้คนโต้เถียงแบบไม่ต้องทะเลาะกันและเมื่อมีข้อขัดเเย้งต้องมีน้ำใจนักกีฬาเพราะความคิดที่ต่างจะสร้างแนวคิดใหม่..

และเป็นที่มาของวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆนั่นเอง

อันนี้ต้องชมประเทศเจริญแล้วนะครับเพราะสังคมมักจะโต้เเย้งกันแต่มีน้ำใจนักกีฬาคือไม่เคืองกัน อันนี้เราคงต้องเรียนรู้และเอาแบบอย่าง

และก็จะไม่ยากเลยที่เราจะสร้างเทคโนโลยีเองเพราะคนในชาติเราค่อนข้างเก่งพอตัว

นอกจานี้ควรมีการนำภูมิปัญาและทรัพยากรที่มีของประเทศมาปรับปรุง พัฒนาและใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น

-การพัฒนาการแพทย์แผนไทย

-ผลิตอุตสาหกรรมยาสมุนไพร

-พัฒนาระบบการเกษตรและการเพิ่มผลผลิต

-การพัฒนาเปลี่ยนผลิตผลการเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม

-พัฒนาอุตสาหกรรเกษตรและอาหาร

-การนำความรู้การผลิตอุปกรณ์รถยนต์และไฟฟ้ามาสานต่อให้ได้

-พัฒนาระบบหัตถกรรมและศิลปกรรมให้ทันสมัยและนำมาซึ่งธุรกิจ

-พัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวแบบวัฒนธรรม

-พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีมูลค่า

และอีกมากมาย

การสร้างเทคโนโลยีด้วยตัวเองจากพื้นฐานด้านบนก็จะทำให้เราไปได้ไกลด้วยตัวเองโดยไม่ต้องคอยซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

เทคโนโลยีของกองทัพเป็นอีกเรื่องที่สำคัญของประเทศเพราะนอกจากจะใช้ในการปกป้องประเทศแล้ว เทคโนโลยีของกองทัพยังมีความสำคัญในการสร้างอำนาจต่อรองทั้งทางการเมือง การค้าและการต่อรองระหว่างประเทศ...

อย่าลืมว่าประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ทุกวันนี้เขาพัฒนาศักยภาพของกองทัพได้ระดับหนึ่งก่อนที่ประเทศพวกเขาจะกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว...

และประเทศจีนก็กำลังทำเช่นนั้น...

โดยสรุปถ้าเราพัฒนาการศึกษาในเรื่องดังนี้

ด้านสังคม (Social Capital)

-การเพิ่มความเข้าใจเรื่องคุณธรรม

-การสอนให้เข้าใจและยอมรับเรื่องความต่างของคุณธรรมของแต่ละคน และต่อยอดจากความคิดต่างนั้นมาปรับปรุงสังคม

-รณรงค์ให้คนเคารพกฎหมายให้มากขึ้น

-สอนให้ยอมรับความคิดต่าง และลดระบบการกลัวการเสียหน้ารวมถึงระบบกลัวความขัดเเย้ง

ด้านเทคโนโลยี (Technology Capital)

-สร้างการศึกษาแบบวิเคราะห์

-สร้างการศึกษาแบบเรียนรู้ คือหาความรู้เพิ่มตลอดแลกเปลี่ยน โต้แย้ง พัฒนาให้ดีขึ้น และสร้างความรู้ใหม่

- พัฒนาภูมิปัญญาที่มีและดีมาพัฒนาสานต่อ

- พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมาเอง

- พัฒนาเทคโนโลยีการทหาร

แต่เหล่านี้จะเกิดได้ต้องร่วมมือกันทั้งสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สภาพแวดล้อมทางสังคม สื่อสารมวลชน ภาครัฐ และตัวบุคคล

แต่สื่อกับรัฐต้องนำร่องก่อนเพราะสามารถผลักดันในระดับมหภาคได้โดยเฉพาะสื่อซึ่งไม่ใช่เฉพาะข่าว แต่รวมถึงรายการบันเทิงต่างๆ ละคร และสารคดี ก็ควรมีแฝงการศึกษาพวกนี้มากกว่านี้โดยเฉพาะละครหรือบันเทิง

ซึ่งสื่อบ้านเราเน้นการบอกเล่ากับบันเทิงมากไป สื่อควรหันมาเน้นการสะท้อนปัญหาและเสริมการเรียนรู้ให้มากขึ้นครับ..

แต่การจะทำได้สำเร็จคงต้องมีเงินและงบประมาณสนับสนุน

ดังนั้นถ้ายังมี "คอรัปชั่น" เรื่องนี้ก็คงเกิดช้า.

3. ความเหลื่อมล้ำ

อันนี้เรื่องยากอีกเรื่องเลยครับ...

ความเหลื่อมล้ำในไทยไว้ต่อตอนหน้านะครับ...

ตอนหน้าเป็นตอนจบนะครับเรื่องความเหลื่อมล้ำปัญหาภายนอก และเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศที่พึ่งกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วครับ..

#wornstory...

ขอโทษทีที่เขียนยาวครับ😊😊😊

179
The ILLusiON
สุดยอดครับ ขอบคุณบทความดีๆนะครับ😊
2 ธันวาคม เวลา 14:43
1
Wornstory
ขอบคุณครับผม🙏🙏🙏
3 ธันวาคม เวลา 01:51
1
I'm happy.
เรื่องทางเท้านี่ผมก็เห็นใจทั้งสองฝ่ายนะ ตรงจุดไหนขายได้รัฐก็ประกาศเป็นจุดผ่อนผันให้แล้ว ส่วนจุดที่ขายไม่ได้ก็ไม่ควรขายเพราะทางเท้าตรงนั้นอาจจะแคบหรือเป็นอันตรายกับผู้ใช้ทาง แถวบ้านผมนี่สิ เอาเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญมาตั้งบนทางเท้าเต็มพื้นที่แล้วติดกรงกันขโมยอีก ที่สุดอ่ะ .·´¯`(>▂<)´¯`·.
20 พฤศจิกายน เวลา 13:48
1
Wornstory
ช่ายครับ น่าเห็นใจ แต่ก็ใช่ อีก บางที่เอาฟุตบาทตั้งเป็นร้านอาหารเลย🤣🤣🤣
20 พฤศจิกายน เวลา 14:02
1
Si nin
ยอดเยี่ยมมากค่ะพี่วร
19 พฤศจิกายน เวลา 08:53
1
Wornstory
🙏🙏🙏🙏
20 พฤศจิกายน เวลา 05:56
ศักดิ์สกุล คลังชะนัง
นี่คือบทความที่ผมอยากจะอ่าน ตามหามาเป็นสิบปี
17 พฤศจิกายน เวลา 16:15
2
Wornstory
ขอบคุณมากๆๆครับผม
18 พฤศจิกายน เวลา 00:45
เกษตรเอส
อ่านรวดเดียว 4 ตอนเลย สนุกยังกะอ่านนิยาย รอตอนจบครับ
16 พฤศจิกายน เวลา 23:20
1
Wornstory
ขอบคุณครับผม😊😊😊
17 พฤศจิกายน เวลา 04:49
1
นำเข้าส่งออกสุดขอบฟ้า
วันนี้มาฟังสัมมนา ได้ข้อคิดอันหนึ่งว่า หลายๆครั้งเวลาคนไทยจะพัฒนาอะไร ชอบเริ่มต้นใหม่เอง ไม่ทำอะไรต่อยอด พออ่านของพี่วร เรื่องประเทศเราต้องพัฒนาเทคโนโลยี เป็นของตัวเอง อันนี้เห็นด้วยอย่างที่สุด แต่จะเริ่มพัฒนาอย่างไรดี ทำอย่างไรถึงจะเรียนรู้ต่อยอดได้ ไปดูตัวอย่างพี่จีน สายนั้น copy and development แต่สหรัฐ ต้องยอม เพราะอยากเจาะตลาดจีน แต่สำหรับเรา จะพัฒนาอะไรอย่างไรดี ยังคิดวิธีไม่ออกครับ
16 พฤศจิกายน เวลา 16:23
3
Wornstory
ขอบคุณครับ เราต้องลดึอรัปชั่น พัฒนาทรัพกรมนุษย์ครับผมว่า😁😁
16 พฤศจิกายน เวลา 16:31
1
TRIZ.Innovation
เคยไป เดินดู Red LINEAmsterdam.
16 พฤศจิกายน เวลา 14:18
1
Wornstory
ช่ายครัย หลายประเทศ โสเภณีจะถูกกฎหมาย
16 พฤศจิกายน เวลา 16:30
Dream School ⭐️
ได้อะไรเยอะเลยค่ะพี่วร ขอบคุณมากๆค่าา ^^
16 พฤศจิกายน เวลา 14:01
1
Wornstory
ขอบคุณมากๆนะครับ
16 พฤศจิกายน เวลา 14:06
ยุคใหม่การตลาดของไทย
ผมเองเขื่อมั่นมั่นในศักยภาพคนไทยที่สามารถผงาดเป็นประเทศที่ทั้งพัฒนาและประเทศที่คุณภาพชีวิตที่ดีทั้งกายและใจได้ ไม่ใช่เชื่อลอยๆ แต่เรามีพื้นฐานตามที่คุณ Worn กล่าวมาที่ขยายผลได้ เรามีวัฒนธรรมอันดีเกื้อกูลเห็นใจกัน และอีกหลายอย่าง แน่นอนว่าบางส่วนเราต้องเปลี่ยนแปลงแต่คงสิ่งที่ดีๆไว้ ผมเองก็ได้คลุกคลีทำงานกับคนหลายประเทศ เท่าที่สัมผัสมานอกจากเราไม่ด้อยกว่าเรายังมีดีของเราอีกเยอะด้วยครับ ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองเราเชื่อมั่นในคนไทยด้วยกัน
16 พฤศจิกายน เวลา 13:51
3
Wornstory
เห็นด้วยเลยครับผม ไทยเรามีดีเยอะครับ
16 พฤศจิกายน เวลา 14:05
1
รหัสจิต ปริศนาธรรม
แน่นมาก สุดยอดแห่งการเปิดโลก
16 พฤศจิกายน เวลา 13:25
3
Wornstory
ขอบคุณครับผม..
16 พฤศจิกายน เวลา 14:05