19 พ.ย. 2019 เวลา 15:42 • ไลฟ์สไตล์
MovieTalk มูฟวี่ชวนคุย: เพราะวันนั้น ทำให้เป็นเช่นวันนี้
บทความชิ้นนี้ค่อนข้างจะมีความเป็น (เรื่อง) ส่วนตัวของผมนะครับ เนื่องจากเป็นบทความที่ผมตั้งใจเขียนถึงบุคคลที่มีความสำคัญกับชีวิตของผมเป็นอย่างมาก
ดังนั้นทุกท่านสามารถกดข้ามผ่านได้นะครับ
เพราะผมไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นเพจที่ต้องติดอันดับ ติดดาว หรือยอดนิยมแต่อย่างใด
เป็นความตั้งใจส่วนตัวของผมที่จะขออนุญาตเขียนถึงในวันนี้ครับ
สองคนแรกคือ พ่อและแม่ของผมเองครับ
แม่เป็นลูกสาวคนโตของครอบครัว มีน้องสาวและน้องชายอีก 5 คน เท่าที่ผมจำความได้ คุณยายขายขนมไทย หรือขนมถาดทั้งหลายนั่นล่ะครับ พอหน้าหนาวก็จะเปลี่ยนมาขายบัวลอยไข่หวาน แต่ก็เห็นคุณยายขายหอยทอดด้วย เป็นหอยทอดแบบสมัยก่อนที่ทอดแบบแป้งนิ่มไม่กรอบอย่างทุกวันนี้ คล้าย ๆ ออส่วนนั่นล่ะครับ
ส่วนแม่ไม่ได้ค้าขาย ถ้าเทียบสมัยนี้แม่ก็จบประมาณ ม.6 และก็ออกมาทำงานส่งน้อง ๆ เรียนจนจบปริญญาตรีเกือบทุกคน ยกเว้นน้องสาวคนหนึ่งที่ป่วย ไม่สมประกอบตั้งแต่เกิด และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ที่แม่ต้องทำหน้าที่ดูแลมาตลอดชีวิตของแม่
แม่ทำงานที่กรมที่ดิน สิ่งที่แม่ภาคภูมิใจคือ เมื่อครั้งที่กรมที่ดินมีการประกวดคัดลายมือจากเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ แม่เป็นผู้ชนะเลิศ และได้ทำหน้าที่เป็นผู้เขียนโฉนดที่ดินให้แก่สำนักพระราชวัง แม่บอกว่า แม่เป็นข้าราชการ ได้ทำหน้าที่นี้ถือเกียรติสูงสุดที่ได้รับใช้ในหลวงรัชกาลที่ 9
แม่เป็นคนที่ทำผัดหมี่กรอบทรงเครื่องอร่อยมาก ชนิดที่มีคนมาจ้างไปออกร้านเป็นประจำ แม่จะมีสูตรลับ แต่น่าเสียดายที่ความไม่เอาไหนของผม ทำให้ผมไม่ทันได้ขอสูตรลับจากแม่
แม่ชอบดูหนัง หนังโปรดของแม่ที่พูดถึงบ่อย ๆ คือ Gone with the Wind, Roman Holiday, The Sound of Music, Ben-Hur ความที่แม่ชอบดูหนัง โรงหนังประจำก็คือ ศาลาเฉลิมกรุง พอผมปิดเทอม แม่มักจะให้ผมไปนั่งดูหนังที่โรงนี้ระหว่างรอแม่ โดยฝากให้อยู่กับลุงเป็นพนักงานฉีกตั๋วหนัง อ่านถึงตรงนี้คงพอรู้แล้วใช่ไหม ทำไมผมถึงชอบดูหนัง ทำไมหนังจึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม
แม่ชอบอ่านหนังสือ นวนิยายไทยดัง ๆ แม่อ่านมาแล้วทุกเรื่อง เพชรพระอุมา, บ้านทรายทอง, คู่กรรม ฯลฯ นิยายฆาตกรรมก็อ่าน สมัยนั้นก็ต้องเป็นของ อกาธา คริสตี้ แม่มักอ่านไปครึ่งเรื่องแล้วแอบอ่านเฉลยเพื่อจะดูว่าตัวเองทายถูกไหม ซึ่งส่วนใหญ่แม่จะทายถูก นิยายกำลังภายในแม่ก็ชอบ ที่ชอบสุดคือสำนวนแปลของ น.นพรัตน์ แม่บอกว่า นิยายกำลังภายในของกิมย้งอ่านแล้วเหนื่อย ตัวละครเยอะ เรื่องแยะ ส่วนนิยายของโก้วเล้ง ภาษาสวย คล้ายอ่านวรรณกรรม นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้รับมาจากแม่
แม่จะมีวิธีสอนให้ลูกชายตัวเอง ถ้าผมอยากได้ของเล่น ผมต้องเก็บเงินค่าขนมส่วนหนึ่งมาหยอดกระปุกจนกว่าจะได้เงินครี่งหนึ่งแม่จึงจะออกที่เหลือให้อีกครึ่งหนึ่ง แม่บอกจะได้รู้คุณค่าของเล่นชิ้นนั้น และไม่ทิ้งขว้าง หลายท่านคงเคยเห็นของเล่นของผมตั้งแต่เด็กยังเหมือนใหม่เสมอ ก็เพราะเหตุนี้
แม่ต้องขอเกษียณเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ ถูกรถเมล์เฉี่ยว จนเดินทางไปทำงานไม่สะดวก ต้องออกมาอยู่บ้านอย่างเดียว ภาระทางบ้านทั้งหมดจึงมีแค่พ่อที่ต้องรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว
พ่อของผมก็เป็นลูกคนโตมีน้อง ๆ อีก 5 คนเหมือนกัน พ่อหนีการแต่งงานที่ปู่กับย่าจัดให้ หนีมาอยู่กรุงเทพ เพราะไม่ต้องการแต่งงานกับคนที่ไม่รัก พ่อมาอาศัยอยู่ที่วัดระฆัง และก็ทำงานและเรียนจนนายเป็นนายช่างรังวัดของกรมที่ดิน กระทั่งเจอกับแม่และแต่งงานกัน
พ่อเก่งในสายงงานของพ่อชนิดที่ว่า ถ้าต้องรังวัดที่ดิน พ่อสามารถกะด้วยสายตา เดินนับก้าวแล้วบอกได้ว่ามันมีระยะทาง พื้นที่เท่าไร พ่อเป็นคนรักความยุติธรรมถึงขั้นขัดใจผู้บังคับบัญชาเพราะไม่ยอมรับสินบน พ่อเลยต้องออกจากกรมที่ดิน มาทำงานส่วนหลักประกันของธนาคารแห่งหนึ่ง พ่อมีโอกาสได้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นระดับผู้บริหารในสายงานหลักประกัน แต่พ่อมาจากไปอย่างกะทันหันด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลันระหว่างเดินทางกลับบ้าน โดยไม่ทันแม้กระทั่งจะได้สั่งเสียแม่หรือผมเลยด้วยซ้ำไป
ความที่พ่อจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้ผมที่ในเวลานั้นกำลังเรียนในระดับมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบครอบครัวแทน ผมต้องดูแลทั้งแม่ และน้าที่ไม่สมประกอบ จากที่ไม่เคยต้องรับผิดชอบสิ่งใดต้องเปลี่ยนมารับผิดชอบชีวิตทุกคนในบ้าน ผมจึงต้องทำงานรับจ้างรายวันไปพร้อม ๆ กับเรียนให้จบโดยเร็ว จำได้ว่าตอนนั้นไปทำงานยืนแจกขนมตัวอย่างหน้าโรงเรียนตอนเช้าและตอนเย็น ต้องตื่นแต่เช้ามืดไปรับของกับเสื้อยืด ไปเป็นพนักงานขนสินค้าในห้าง เพื่อหาเงินมาเลี้ยงแม่กับน้า จนวันที่เรียนจบก็ดันตกงานต่ออีก ไปสมัครงานทั้งแกรมมี่, อาร์เอส หลายบริษัท จนต้องไปเป็นตัวประกอบรายวัน บางวันต้องรอคิวถ่ายตั้งแต่บ่ายยันดึก กระทั่งได้งานประจำ และเป็นงานที่ทำมาจนทุกวันนี้
พ่อกับแม่จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ผมระลึกถึงเสมอ ไม่ว่าจะยามเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ก็ตาม
อีกคนที่ผมอยากพูดถึงก็คือ อดีตคนรักของผม ที่อยู่เคียงข้างกับผมมาโดยตลอด แม้กระทั่งในช่วงที่ผมตกต่ำที่สุด ถูกเพื่อนรักโกงจนเงินสะสมจากการทำงานแทบจะหมด เกือบต้องล้มละลาย เกือบแค้นจนจะไปกอดคอกันตายกับไอ้หมอนั่น แต่เธอก็คอยเตือนสติผม ให้กำลังใจกับผมมาโดยตลอด
ความที่เธอเป็นคนจิตใจดี คิดบวกกับเรื่องราวต่าง ๆ และเธอก็คือคนที่สอนให้ผมคิดบวกกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต เธอมักจะมีวิธีมองปัญหาในแบบที่ทำให้ตัวเองไม่ท้อ และที่ผมได้วิธีคิดบวกกับทุกปัญหาในชีวิต ก็มาจากเธอนั่นล่ะครับ
แม้วันนี้เราสองคนจะไม่ได้อยู่ร่วมกันอีกต่อไป แต่ระหว่างเราก็ยังมีความปรารถนาดีต่อกันเสมอ และหวังว่าอีกฝ่ายจะมีชีวิตที่ดีมีความสุขตามวิถีทางของตนเอง
ที่ผมเล่ามาทั้งหมด ก็เพื่อจะบอกว่า ความคิด ชีวิต และมุมมองทั้งหลาย มันเกิดจากการเพาะบ่ม และหล่อหลอมจากบุคคลทั้งสามคน ที่ทำให้ผมเป็นเช่นที่เป็นในทุกวันนี้
แม้ในวันนี้ ทั้งหมดจะไม่ได้อยู่ในชีวิตของผมอีกต่อไปแล้ว แต่ทั้งหมดยังคงอยู่ในความรัก และความทรงจำของผมเสมอ
นั่นเพราะวันนี้ คือวันเกิดของผม และผมอยากบอกเล่าเรื่องราวของคนสำคัญ
พ่อ แม่ และ เธอ ผู้เป็นที่รัก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ทนอ่านจนจบครับ
เรื่อง: มูฟวี่
Photo by Movie
โฆษณา