27 พฤศจิกายน เวลา 00:19Science & Tech

Starlink ดาวรุ่ง หรือดาวร่วง ตอน1 (Disruptive Technology EP6)

นักวิเคราะห์ มักพูดถูกเสมอ เพราะพวกเขานำเหตุผลและทฤษฎีต่างๆนาๆ มาอธิบายถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นไปแล้ว อย่างมีความสัมพันธ์ และน่าเชื่อถือ

ตัวผมเอง ไม่ใช่นักวิเคราะห์ และยังมีไบแอส Bias จากการที่ปี 1997 เคยทำงานที่ Iridium โทรศัพท์ดาวเทียมวงโคจรต่ำ LEO เริ่มงานตั้งแต่ติดตั้งสถานีฐาน เปิดบริการ และแล้วทุกคนในบริษัท ต้องถูกเลิกจ้างพร้อมกัน เพราะบริษัทไปไม่รอด (ถูกโทรศัพท์มือ 2G Disrupt)

ย้ำเข้าไปอีก ยังไม่เข็ด ผมยังมีโอกาสทำงานที่ ACeS โทรศัพท์ดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า GEO และแล้วสุดท้าย ธุรกิจก็ไปไม่รอดเช่นกัน

ซึ่งผมไม่ได้รอจนถูกเลิกจ้าง เหมือน Iridium จึงเปลี่ยนงานออกมาก่อน

วันนี้ขอเขียนบทความนี้ไว้ แล้วมาคอยดูผลงานของ Starlink จะเป็นอย่างไร

ก่อนผมจะพูดถึงเหตุผลในรายละเอียด ข้อดีและข้อเสีย (Pros&Cons) ของ Starlink ว่ามีอะไรบ้าง รวมทั้งคู่แข่ง และลูกค้าของ Starlink คือใคร?

ผมขออธิบายเบื้องต้นว่า โครงการ Starlink คืออะไร

คุณสมชาย เลิศสุทธิวงศ์ CEO ของ AIS กล่าวว่า:

ต่อไปผู้ให้บริการโครงข่ายมือถือภาคพื้นดิน Terrestrial Mobile Network จะมีคู่แข่งใหม่ เป็นอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม

ดังนั้น AIS ต้องปรับตัว หารายได้แหล่งใหม่ เช่น Digital Platform

ไม่ใช่แค่ Starlink ของ Elon Musk ที่ออกแบบใช้ดาวเทียมจำนวนถึง 12,000 ดวง Starlink กำลังขอใบอนุญาตจาก ITU เพื่อใช้ดาวเทียมเพิ่มอีก 30,000 ดวง รวมเป็น 42,000 จำนวน (คนรวยจะทำอะไรเวอร์วัง... เสมอ)

ยังมีโครงการไคเปอร์ (Kuiper Project) ของเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon คนที่รวยที่สุดในโลก ออกแบบใช้ดาวเทียมจำนวน 3,236 ดวง

และโครงการวันเว็บ (OneWeb Project) ของกลุ่ม SoftBank ออกแบบใช้ดาวเทียมจำนวน 900 ดวง หรือมากกว่านั้น

โครงการบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในปัจจุบัน ของคนที่รวยที่สุดในโลก รวยจาก Disruptive Technology หรือรวยจากธุรกิจ Mobile Internet

ทุกโครงการออกแบบใช้ดาวเทียมจำนวนมาก

เมื่อเทียบกับ Iridium เมื่อ 20 ปีก่อน ตอนเริ่มโครงการออกแบบไว้ว่า จะใช้ดาวเทียม 77 ดวง ตามจำนวน เลขอะตอมของธาตุ Iridium จึงเป็นที่มาของชื่อโครงการ แต่สุดท้ายใช้จริงเพียง 66 ดวง ก็สามารถครอบคุมได้ทั่วโลก

จะเห็นว่า โครงการต่างๆ เพิ่มจำนวนดาวเทียมประมาณ 200 เท่า (เทียบกับ Iridium) ก็เพื่อเพิ่มความเร็วบริการอินเทอร์เน็ต ตามความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน นั้นเป็นเหตุผลสำคัญ

ก่อนหน้านั้น เคยมีโครงการ Internet.org ของ Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook ก็คิดจะทำอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม เช่นกัน แต่พับโครงการไป เพราะไม่ถนัด เรื่องจรวดส่งดาวเทียม เหมือนกับ Elon Musk

อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมมีอยู่หลายโครงการ ทำไมผมจึงมุ่งไปที่ Starlink

ก็เพราะว่า Starlink มีความคืบหน้ามากที่สุด และใช้ดาวเทียมมากที่สุด

ในขั้นตอนแรก (First Stage)

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Starlink ได้ส่งดาวเทียมจำนวน 60 ดวงขึ้นไป บนวงโคจรแล้ว ที่ระดับความสูง 550km จากพื้นโลก และมีทดสอบใช้งาน

ในขั้นตอนที่ 2 (Second Stage)

มีแผนใช้จรวด Falcon 9 ส่งดาวเทียม Starlink เพิ่มอีก ด้วยการยิงจรวด ขึ้นไปครั้งเดียว ส่งได้ถึง 60 ดวง

จากภาพข้างบน จะเห็นแผงดาวเทียมจำนวน 60 ดวง เรียงต่อกัน เป็นชั้นๆ ซึ่งจะติดตั้งไว้ที่หัว ของจรวด Falcon 9 เพื่อเตรียมจัดส่งขึ้นวงโคจร Starlink ก็จะมีดาวเทียมเพิ่มเป็น 120 ดวง ในขั้นตอนนี้

Falcon 9 By SpaceX เป็นสุดยอดเทคโนโลยีขนส่งอวกาศ ในขณะนี้

ไม่ใช่แค่ส่งดาวเทียม ครั้งละจำนวนหลายดวง ยังสามารถนำจรวดขับดันกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย ทำให้ต้นทุนในการส่งสิ่งต่างๆขึ้นบนอวกาศถูกลง

เทียบกับจรวด Long March ของจีน ยังส่งดาวเทียมได้ครั้งละ 5 ดวง เท่านั้น

สนใจการเปรียบเทียบวงโครจรของ Starlink เทียบกับ Iridium

โปรดติดตาม Disruptive Technology ** ทุกวันพุธ **

ได้ที่ Blockdit: www.blockdit.com/worklifewinwin

171
Netflix 100B
ติดตามครับ
3 ธันวาคม เวลา 13:46
2
Healthy Diary By B
แวะมาติดตาม่ะ
3 ธันวาคม เวลา 00:32
3
3 ธันวาคม เวลา 00:31
1
Fatboy Slim
จรวดพวกนี้ มันปล่อยดาวเทียม ยังไงครับ ใช้แขนกลหยิบออก ไปวางทีละตัวหรือปล่าวครับ
3 ธันวาคม เวลา 00:28
1
Work Life Win Win
อยากให้ติดตามโพสต์ต่อไป มีทุกวันพุธ หรือพรุ่งนี้ครับ
3 ธันวาคม เวลา 00:49
4
2 ธันวาคม เวลา 19:22
1
ยุคใหม่การตลาดของไทย
ต้องบอกว่าข้อมูลน่าสนใจมากๆ เข้าใจการเป็นมาเป็นไปและสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไปได้ด้วยในคราวเดียวเลย
2 ธันวาคม เวลา 17:08
1
ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์
น่าสนใจครับ
2 ธันวาคม เวลา 16:35
2
kjorn
สอบถามครับ วงโคจรของน่านฟ้าแต่ละประเทศ เป็นของใครครับ แล้วปล่อยทั่วโลก ประเทศต่างๆเค้าไม่ว่าอะไรเหรอครับ
27 พฤศจิกายน เวลา 15:17
2
Work Life Win Win
วงโคจรค้างฟ้า ITU เป็นผู้จัดสรรให้แต่ละประเทศที่ขอใช้สิทธิ์ ปรกติได้ประเทศละ 1 ตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งห่างกัน 4 องศา หนึ่งตำแหน่งปล่อยดาวเทียมได้หลายๆ ดวง เช่น ประเทศไทย มี 1 ลาวมี 1 เป็นต้น ตำแหน่งดาวเทียม ก็เหมือนทำเลที่ดิน จุดตรงกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ก็ไม่ค่อยมีประเทศไหนอยากใช้สิทธิ์ตรงนั้น มีเล่าเรื่องการปล่อยดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร และเปรียบวงโคจรต่างๆใน EP ต่อไป ผมตั้งเวลาโพสท์พุธหน้า (Disruptive Technology ทุกวันพุธ) โปรดติดตามครับ
28 พฤศจิกายน เวลา 00:31
8
Pranisa Israsena
แล้วดาวเทียมต้องยิงใหม่ทุก 5 ปี หรือเปล่าคะ
27 พฤศจิกายน เวลา 09:40
2
Work Life Win Win
คงต่างจาก Iridium ถ้าระบบต่างๆทดสอบแล้ว ใช้ได้ ต้องปล่อยปีละหลายครั้ง
27 พฤศจิกายน เวลา 10:00
2
krich
ต้องออกไปใช้งานกลางแจ้งเหมือนกันกับ Iridium หรือเปล่าหนอ..... แต่ถ้าใช้สำหรับติดบนรถจะ work มากเลย
27 พฤศจิกายน เวลา 04:13
2
Work Life Win Win
ติดตาม EP ต่อไปครับ ตอนนี้ปูพื้นลักษณะทางกายภาพ ก่อนครับ
27 พฤศจิกายน เวลา 04:30
2