รู้อะไรให้กระจ่างแต่อย่างเดียว ขอให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล
เชื่อเถอะครับ ว่าสำนวนคำพังเพยตั้งแต่ครั้งบุร่ำบุราณที่กล่าวขานจนกลายเป็นตำนานของโควตคำพูดอมตะนี้
มันจริงยิ่งกว่า
สถานะของแม่..
ซึ่งเป็นเมียของพ่อเสียอีก
มีตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จ
เพราะชีวิตเขาเจ๋งกับเรื่องที่เขาถนัดเพียงแค่เรื่องเดียวให้เห็นอยู่ทั่วไปในสังคมลับลวงพลาง
ผมรู้จักลุงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน
ในสมัยเด็กๆแกคือตำนานแห่งท้องทุ่งนาและฟ้ากว้าง เพราะวิถีชีวิตที่แกลิขิตตัวเองให้ไปฝังตัวอยู่กับกลิ่นโคลนสาปควาย
เพราะอาชีพหลักของแกคือการเลี้ยงควาย
กับวิถีชีวิต ที่ไม่มีโอกาสเลือกสรรชีวิตว่าจะพาตัวเองหันเหไปในทิศทางใดได้ เพราะขาดทุนรอนและความรู้ จึงทำให้ชีวิตและครอบครัวไม่สู้จะดีนัก
ตราบจนผมเติบใหญ่ขึ้น
ชีวิตของแกก็ไม่มีอะไรที่แทบจะเปลี่ยนแปลง
คือเคยลำบากต้องดิ้นรนอดมื้อกินมื้ออย่างไร กาลเวลาก็ไม่เคยพรากความลำบากให้ออกไปจากแกให้เลือนจางหายไปสักที
แต่ที่ยอมใจแกคือ แกก็ยืนหยัดอยู่มาได้ โดยไม่เคยรบกวนใครหรือเป็นภาระแก่สังคม
ซึ่งก็ต้องชื่นชมในความแข็งแกร่งที่ถูกหล่อหลวมขึ้นจากความลำบาก
ถึงทำให้ชีวิตคนจนๆคนหนึ่ง
แม้จะจนในด้านฐานะเงินตรา
แต่ไม่เคยจนในด้านศักดิ์ศรีของความเป็นคน
ผมจำไม่ได้แล้วว่าเจอแกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
รู้แต่ว่าในครั้งไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสกลับบ้าน ก็ไปเจอแกอีกครั้ง
แต่การเจอกันครั้งนี้ไม่ใช่เจอแกที่ทุ่งนาฟ้ากว้าง ณ สถานที่เป็นตำนานแห่งทุ่งกลิ่นโคลนสาปควายเหมือนเคยๆ
แต่ผมเจอแกที่ข้างถนนกับรถซาเล้งเก่าๆ
โดยมีสังขารแก่ๆของชายชราที่วันเวลาได้พาพรากจากสถานะความเป็นลุงไปอย่างไม่ใยดี
ซึ่งชั่วระยะเวลาสั้นๆแต่เต็มไปด้วยคุณค่าและความหมาย..
ของการได้ยกมือไหว้และถามไถ่ถึงสาระทุกข์สุขดิบ คละเคล้ากลุ่นกลิ่นไอมิตรภาพเก่าๆ ที่โชยขึ้นมายิ่งกว่าห่าฝนหล่นกระทุ้งกลุ่นกลิ่นดินให้หอมระเหย
เพราะเวลาที่มีอยู่จำกัด
ทำให้การสนทนากับลุงมีไม่มาก
ผมก็ถามลุงไปอย่างไม่มีอะไรต้องเกรงใจ เพราะความคุ้นเคยที่เคยมีเป็นทุนทางมิตรภาพไปว่า
" ควายหายไปไหนแล้วล่ะลุง ไม่เลี้ยงควายแล้วเหรอครับ ? "
ได้คำตอบแบบกำปั้นทุบดินกลับมาว่า " กูขายแดกหมดแล้ว ไม่มีเงินให้หลานไปโรงเรียน "
คำตอบดิบๆ แต่ทำเอาผมถึงกับจุก
จุกเพราะความคิดมันเตลิดทันที ที่ได้ยินคำตอบตามประสาซื่อแบบไม่ต้องคิดของลุงพลางเหลือบสายตาไปมองเด็กชายตัวน้อยๆที่นั่งอยู่ในรถซาเล้งนั่น !
ผมก็คิดในใจไปอีกว่า คงเด็กคนนี้สินะ ที่ลุงยอมแลกกับการต้องเสียฝูงควายที่เปรียบเหมือนจิตวิญญาณเพื่อแลกให้ได้มาซึ่งอุดมการณ์บางอย่าง
เป็นอุดมการณ์เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ แม้ตัวเองอาจไม่มีโอกาสได้อยู่ดูความสำเร็จของอุดมการณ์นั้น
แต่กับการศึกษาอันเป็นพื้นฐาน ที่จะกรุยไปสู่ทางแห่งความสำเร็จของสายเลือดที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น..แม้ในที่สุด..มันจะตกมาอยู่ในภาระความรับผิดชอบของปู่ย่าตายายอยู่ดี
แต่สำหรับคนแก่ที่มีหัวจิตหัวใจแห่งความรับผิดชอบกอรปกับสำนึกแห่งความเป็นคน ก็ไม่อาจปฏิเสธบทบาทวิถีที่ลูกแท้ๆทิ้งให้รับผิดชอบได้
ภายใต้ความหดหู่ระคนปนดีใจที่อย่างน้อยก็ยังเห็นลุงสู้ทนยืนหยัดอยู่ แม้จะรู้คำตอบสำหรับคำถามต่อไปที่ตั้งใจจะถามแกว่า..
แล้วตอนนี้ล่ะ ลุงทำอะไร จะเข็ญรถซาเล้งไปไหน ชีวิตพออยู่ได้ไหม ?
แต่คำตอบที่ได้มา..
ก็ทำเอาผมแทบหงายหลัง เพราะคำตอบนั้นหาใช่คำพูด แต่เป็นการที่ลุงยกย่ามสะพายโกโรโกโสออกมาโชว์ให้เห็นว่ามีเศษซากอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น
ภายใต้ความยุ่งเหยิงกับความคิด ว่าลุงกำลังเล่นอะไรกัน จากนั้นลุงก็ล้วงเข้าไปในย่ามพร้อมกำทั้งเงินเหรียญและเงินใบเป็นปึกๆติดมือดำๆออกมา
แล้วลุงก็คลายความสงสัยให้ผมได้ตาสว่างว่า..
หลังจากลุงขายควาย ลุงก็นำเงินส่วนหนึ่งที่เหลือจากเป็นทุนค่าเรียนหนังสือแก่หลาน
ลุงก็ได้เอาเงินไปให้เขาต่อซากเศษเหล็กให้กลายร่างเป็นรถซาเล้งขึ้น
ลุงขยายความไปว่า มึงเคยสังเกตุไหม
 
เวลาที่ไล่ต้อนควายออกไปเลี้ยง หรือไล่ต้อนให้กลับคืนคอก มันต้องไล่ต้อนไปตามถนนลาดยางที่มึงกับควายย่างทุกวัน ( ย่าง ภาษาอิสานหมายถึง เดิน )
ลุงก็ชี้มือไปพลางพร้อมทอดสายตาที่เต็มไปด้วยประกายของความเป็นนักดิ้นรนและความหวัง
แล้วคำตอบที่หล่นออกมาจากปากลุงว่า ..ถ้ามึงสังเกตุดีๆในทุกๆวันที่ไล่ต้อนควายออกมาเลี้ยง
มึงจะเห็นว่ามีเศษซากของสันดานคนมักง่ายและไร้จิตสำนึกทิ้งอยู่ข้างทางอยู่อย่างเกลื่อนกลาด
ไม่ว่าจะเป็นขวด ไม่ว่าจะเป็นกระป๋อง หรือขยะอื่นๆ ที่ยังพอมีราคาจะนำไปรีไซเคิ้ล ให้ลุงได้มีอาชีพเก็บขยะขายสร้างรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
คำตอบของลุง
ทำเอาผมแย้งไม่ได้สักคำ เพราะเศษซากขยะในกำมือลุง ซึ่งเมื่อลุงได้นำไปย่อยและถลุงมันออกมาจนกลายเป็นเงินตรา
ก็พบว่ามันมีมูลค่าเป็นปึกสีเขียวสีแดงสลับม่วงเท่าอยู่หลายปึก จนทำเอาใครบางคนที่อยู่ตรงหน้านึกอิจฉาอาเสี่ยเก็บขยะขายในท้วงที
และเมื่อมีโอกาสถามไถ่เรื่องราวของลุงจากปากคนอื่นๆ ก็ได้ความกระจ่างชัดเจนว่าหลังจากที่ลุงขายควาย แกก็มาทำอาชีพเก็บขยะขายได้ ๒ - ๓ ปีแล้ว
ทุกวันนี้แกไม่ลำบากเหมือนเดิมแล้ว แกหันมาทำธุรกิจเก็บกวาดของไร้ค่าในสายตาคนอื่น แต่มีค่าเป็นหลักหมื่นหลักแสนในสายตาแหลมคมของแก
มีคนบอกว่า พอแกทำอาชีพนี้ แกก็ทุ่มทั้งตัวและหัวใจอย่างไม่สนวัวหรือควายตัวไหนจะมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
และผลของการทุ่มทั้งตัวและหัวใจใส่เข้าไปในกองขยะใครจะเชื่อว่ามาวันนี้มันจะกลายเป็นเพชรเม็ดงามขึ้นมาได้
แกจะรู้ว่า ขยะชนิดไหนขายได้และได้ราคาดี
 
ขยะชนิดนั้นชนิดนี้ ควรไปหาที่ตรงไหน ในช่วงเวลาใด และควรไปนำไปขายในสภาพแบบไหน
จะใช้กลยุทธแบบใดถึงจะเอาชนะใจของเถ้าแก่ร้านรับซื้อขี้งก แกจะรู้ยิ่งกว่าอ่านตำราซุนวูอันเป็นหัวใจพิชัยสงครามเสียอีก
จน ณ ปัจจุบันนี้นอกจากเปลี่ยนสายตาของคนที่เคยดูถูกเหยียดหยามจนกลายมาเป็นความเคารพนับถือ
และผลที่ลุงรู้ลึกรู้จริงจากการได้สัมผัสจับต้องมันทุกวันในเรื่องเดียว
จึงส่งผลให้ลุงที่มีอดีตต่ำเตี้ยเรี่ยดินทางการศึกษาและเงินตรา
ได้กลายมาเป็นลุงผู้รู้อะไรกระจ่างแต่อย่างเดียว แต่เมื่อลุงเชี่ยวชาญแล้ว ก็เกิดผลสำเร็จเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่เพราะมีความสุขตามอัติภาพและความพอเพียงได้
ผมยังมีคนรู้จักที่ต่ำเตี้ยทางการศึกษาและเงินตราอีกหลายคน ที่มีวิถีเป็นกรณีศึกษาจนสำเร็จได้คล้ายๆกับลุง
เพื่อนคนหนึ่ง
หลังจากจบ ม.๖ มา ไปสอบอะไรที่ไหนก็ไม่ติด เพราะเรียนไม่เก่งและเกิดมาจน
สุดท้ายมุ่งหน้าดิ้นรนไปทำงาน ขับรถตุ๊กๆ ในเมืองศิวิไลซ์ จากแรกเริ่มเข้าสู่วงการต้องเช่ารถเถ้าแก่ขับ เมื่อนับเวลาผ่านไป ๑๐ กว่าปี
ทุกวันนี้เพื่อนได้ยกฐานะตัวเองและผันตัวเองไปเป็นเถ้าแก่ให้เช่ารถตุ๊กๆเองเสียแล้ว
ผมยังมีเพื่อนคนหนึ่ง
หลังจากจบ ม.๖ มา ไปสอบอะไรที่ไหนก็ไม่ติดเพราะเรียนไม่เก่งและเกิดมาจน
สุดท้ายดิ้นรนไปทำงานไปทำงานขายตัวในเมืองศิวิไลซ์ ทุกวันนี้มีทรัพย์สินเงินทองล้นมือเหลือๆพอจะเลี้ยงดูครอบครัวและพอแม่
แต่กรณีเพื่อนคนนี้ไม่ได้ผันตัวไปเป็นแม่เล้าหรือผันตัวไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเหมือนเพื่อนคนแรก
ผมยังมีน้องคนหนึ่ง
หลังจากจบ ม.๖ มา ไปสอบอะไรที่ไหนก็ไม่ติดเพราะเรียนไม่เก่งและเกิดมาจน
สุดท้ายดิ้นรนไปทำงานเป็นเด็กร้านซ่อมรถในเมืองศิวิไลซ์ จากแรกเริ่มเป็นเด็กฝึกหัด ทุกวันนี้ผันตัวมาเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองเลี้ยงดูพ่อแม่และครอบครัวได้อย่างสบาย
ผมยังมีหลานแท้ๆคนหนึ่ง
หลังจากจบ ม.๖ มา ไปสอบอะไรที่ไหนก็ไม่ติดเพราะเรียนไม่เก่งและเกิดมาจน
แต่ความที่เป็นคนมีนิสัยใฝ่ดีมากตั้งแต่เด็ก
เป็นเด็กที่มองเห็นข้อด้อยของตัวเองที่เรียนไม่เก่ง
เป็นเด็กที่เข้าใจถึงสถานะความเป็นอยู่ของครอบครัวว่าลำบาก
เด็กคนนี้พากเพียรออกกำลังกายให้แข็งแกร่งเพราะมีเป้าหมายอยากเป็นทหารบางหน่วย ที่ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นบททดสอบเพื่อเข้ารับราชการ
จากที่เคยมีแต่คนดูถูกเหยียดหยามว่าไอ้โง่เพราะเรียนไม่เก่ง แล้วยังบ้าเพราะไม่รู้จะขยันหมั่นออกกำลังกายไปเพื่ออะไร
1
ณ ปัจจุบันนี้หลานคนนี้ กำลังเข้าฝึกหลักสูตรนักเรียนทำลายใต้น้ำหรือ SEAL หน่วยทหารที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย
และต่อกรณีเส้นทางชีวิตของหลานคนนี้
ผมจะนำมาเขียนเป็นซีรีย์ที่ดีที่สุดในการเขียนงานของผมได้อ่านและศึกษา เพราะมีชีวิตที่น่าสนใจจริงๆ
นอกจากนี้ผมยังมีกรณีศึกษาเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจของใครอีกหลายๆคน
เป็นต้นว่าของคนๆหนึ่ง
ซึ่งมีชีวิตโดยมีความสามารถทุกศาสตร์-ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน หรือดนตรี หรือกีฬาหรืออื่นๆ
แต่แทนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตกลับกลายเป็นประสบแต่ความสำลักสะบักสะบอม
คือทำอะไรก็ได้แค่ใกล้เคียงความสำเร็จจนต้องมาเขียนงานสร้างรายได้เล็กๆน้อยๆให้พอได้ประทังตัวไปวันๆในสังคม Blockdit นี้
หรือก็ยังมีกรณีชีวิตที่สุดแสนรันทดของลุงคนหนึ่ง กับลุงผู้ซึ่งแรกเริ่มเป็นระดับที่หนึ่งของรุ่น
แล้วกับสุดท้ายบั้นปลายชีวิตต้องถูกลิขิตให้มีทั้งผู้สรรเสริญและสาปแช่งกันทั้งประเทศ
สุดท้ายปลายทางของบทความนี้ บางคนอาจตั้งข้อสงสัยว่าตัวอย่างของบุคคลที่ประสบความสำเร็จที่ผมยกมา ใช้หลักเกณฑ์ใดมาชี้วัดหรือตัดสิน
ทั้งที่ในบ้านนี้เมืองนี้ยังมีผู้ประสบความสำเร็จจนเป็นเศรษฐีร่ำรวยร้อยล้านพันล้าน หรือเป็นระดับเจ้าสัวรวยด้วยทั้งบารมีและทรัพย์สินเงินทองหลักหมื่นล้านแสนล้าน
แต่จะให้ผมยกเอาอภิมหาบุคคลที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้มาเป็นกรณีศึกษาได้อย่างไร..เพราะถึงแม้พระเดชพระคุณท่านจะร่ำรวยด้วยบารมีชื่อเสียงและเงินตราจริง..
แต่ท่านเหล่านี้..ไม่เคยพอ
ความคิดเห็น
108Things
ผมเคยเป็นแบบเด็กคนนี้เลยครับโดนดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท สุดท้ายผมก็พิสูจน์ตัวเองได้...
4 ธ.ค. 2020 เวลา 08:15
memo
ขอบคุณมากค่ะ เขียนสนุกได้แง่คิดในหลายๆเรื่องค่ะ
7 ธ.ค. 2019 เวลา 05:09
ครูศิลป์อยากเล่าเรื่อง
พี่แมวเขียนได้ดีมากค่ะ
24 พ.ย. 2019 เวลา 09:54
ครูศิลป์อยากเล่าเรื่อง
ขอบคุณมากเลยค่ะพี่แมว
24 พ.ย. 2019 เวลา 10:42