23 พฤศจิกายน เวลา 13:20Entertainment

ตอนที่ 23 โจกับมิติปริศนา (3) จบภาค

จำประโยคที่ฉันบอกกับเธอได้ไหม

“ถ้าเธอมองโลก...” purple ทวนประโยคนั้น ผมนึกขึ้นได้และโพล่งออกมาพร้อม ๆ กับ purple

“อย่างเป็นธรรมชาติและพื้นฐานความจริง เธอจะตอบได้เอง”

ผมนิ่งคิดครู่หนึ่ง

“ผมรู้แล้ว!!!” ผมตะโกนอย่างตื่นเต้น

“ความร้อน! ถ้าเปิดไปสักพักหลอดไฟจะร้อน เราต้องรอคอย เวลาคือตัวแปร” คำพูดพรั่งพรูออกมาเท่าที่ผมคิดออก

“ใช่แล้ว อยากลองไหม”

ผมพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องที่ 1 กดสวิทช์ไฟปุ่มที่ 1

ผมกะเวลาว่าหลอดไฟดวงที่ติดน่าจะเริ่มอุ่น ๆ ผมก็กดสวิทช์ไฟปุ่มที่ 2 แล้ววิ่งไปห้องที่ 3

ในห้องนั้นมีหลอดไฟสว่าง 2 หลอด ผมค่อย ๆ เอามือจ่อไปใกล้ ๆ หลอดที่ไฟสว่างหลอดหนึ่ง รู้สึกว่าไม่ร้อน เพื่อความแน่ใจ ผมค่อย ๆ ทำเหมือนเดิมกับอีกหลอด ผมสัมผัสถึงไออุ่นได้ ใช่แล้ว หลอดนี้จับคู่กับสวิทช์ไฟปุ่มที่ 1 หลอดก่อนหน้าจับคู่กับสวิทช์ไฟปุ่มที่ 2 และหลอดที่ไม่สว่างจับคู่กับสวิทช์ไฟหลอดที่ 3

ผมยิ้มยิงฟันกว้าง เขกกระโหลกตัวเองเบา ๆ ที่ไม่นึกถึงคำพูดของ purple

“ไปกันต่อเถอะ” purple คงสังเกตเห็นว่าผมเข้าใจปริศนาข้อนี้แล้ว แต่ความรู้สึกที่ได้เข้าใจนั้นมันกระตุ้นให้ผมอยากรู้เพิ่ม

“ปริศนาข้อที่ 2 ที่พ่อผมเจอ ตอนนั้น purple ได้เฉลยคำตอบหรือเปล่าครับ”

“เฉลยสิ แต่เด็กเนิร์ดหัวฟูนั่นก็ยังไม่เข้าใจทันทีหรอกนะ มันยากจริง ๆ นั่นแหละ ฉันถึงขอ spirit of violet จัดระดับปริศนาใหม่”

“ถ้าเธออยากดึงความจริงออกมาจากแหล่งข้อมูลสองทางด้วยคำถามเดียว เธอจะต้องผูกมันไว้ด้วยกัน”

“ยักษ์ตนนั้นจะบอกว่าประตูสวรรค์คือบานนี้ ใช่หรือไม่ ถ้ายักษ์ตอบว่าไม่ใช่ นั่นคือประตูสวรรค์ และห้ามถามถึงข้อนี้อีก ฉันขี้เกียจอธิบาย เธอลองไปคิดเองหลังจากปริศนาข้อสุดท้ายแล้วกัน” purple บอกคำตอบด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัยจนผมรู้สึกเย็นวาบ

เราเดินมาจนถึงลานกว้าง มีถนนตัดผ่าน ถัดออกไปเป็นรั้วบ้านเตี้ย ๆ ซึ่งมีสนามหญ้าเขียวสดสวยงาม ดอกไม้ที่ปลูกไว้ล้วนเป็นสีเดียวกับตัวบ้าน ลักษณะของบ้านเป็นแบบที่ผมเคยเห็นในภาพยนต์ฝรั่ง

“ปริศนาข้อที่ 3 ไม่จำกัดเวลา เธอจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ แต่ถ้าเธอตอบผิดเธอจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดกาล”

“มีบ้าน 5 หลัง สีต่างกัน แต่ละบ้านมีคนอยู่ 1 คน ต่างกัน 5 ชนชาติ ดื่มน้ำแตกต่างกัน สูบบุหรี่ยี่ห้อแตกต่างกัน และเลี้ยงสัตว์ต่างชนิดกัน ดังนี้

1. คนที่เป็นชาวอังกฤษอยู่บ้านสีแดง

2. คนที่เป็นชาวสวีเดนเลี้ยงหมา

3. คนที่เป็นชาวเดนมาร์กดื่มชา

4. บ้านสีเขียวอยู่ทางซ้ายของบ้านสีขาว

5. เจ้าของบ้านสีเขียวดื่มกาแฟ

6. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Camel เป็นคนเลี้ยงนก

7. เจ้าของบ้านสีเหลืองสูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill

8. คนที่อยู่บ้านหลังกลางดื่มนม

9. คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่บ้านหลังแรก

10. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro อยู่ติดกับคนเลี้ยงแมว

11. คนที่เลี้ยงหนูแฮมเตอร์อยู่ติดกับของที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill

12. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Kent ดื่มเบียร์

13. คนที่เป็นชาวเยอรมัน สูบบุหรี่ยี่ห้อ Vogue

14. คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่ติดกับบ้านสีฟ้า

15. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro เป็นเพื่อนกับคนดื่มน้ำส้ม

ใครเป็นคนเลี้ยงปลา”

“ฉันไม่คิดว่าเธอจะจำได้ เอ้า นี่”

purple ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผม ในนั้นมีข้อความตามที่ purple บอกไว้ ผมอ่าน 2-3 รอบ แล้วเดินไปที่บ้านแต่ละหลัง เป็นบ้านที่ว่างเปล่า ไม่มีคน สัตว์ กระทั่งสิ่งของ ผมคิดว่าผมน่าจะทำได้นะ

ผมเดินกลับไปหา purple และขอดินสอ 1 แท่ง วาดตารางและใส่ข้อมูลที่ได้รับ

ผมหันไปมอง purple แล้วยิ้ม เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกเย็นวาบเมื่อเห็น purple ยิ้มตอบ

“ผมขอตอบครับ ชาวเยอรมันเป็นคนเลี้ยงปลา”

ทันทีที่สิ้นเสียง ภายในหัวผมเริ่มปั่นป่วน จนผมต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นยกสองมือขึ้นมากุม มีบางสิ่งไหลเข้ามาจนล้นทะลัก มือผม ร่างกายผม ค่อย ๆ จางลงและกลับมาเป็นปกติ

ผมรู้สึกดีขึ้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ผมรู้ทุกสิ่ง รู้กระทั่งกำเนิดเอกภพ ปริศนาข้างหลังหลุมดำ ไปจนถึงสิ่งเล็ก ๆ อย่างอวัยวะภายในของปรสิต

ผมค่อย ๆ หันหน้าไปยังที่ที่ purple ยืนอยู่ มองจากเท้า กวาดสายตาสูงขึ้น จนต้องแหงนคอ หัวใจผมเต้นระส่ำ นั่นคือตัวผม

ผมวิ่งไปยังบ้านหลังสีเหลืองที่ใกล้ที่สุดเพื่อมองเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่าง นัยน์ตาสีม่วงอมแดงจ้องมาที่ผม! ผมกลายเป็น purple!

“เธอตอบผิด และเธอจะต้องอยู่ที่นี่ตลอดกาล ขอให้สนุกนะ” เสียงของผมดังออกมาจากร่างนั้น น้ำเสียงที่ปลอดโปร่งเจือเยาะเย้ยในที ทำให้ผมรู้สึกแย่ ผมกำลังจะถูกทิ้งให้อยู่ที่นี่ลำพัง

แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ

.

.

“เธอจะตอบหรือยัง” เสียงที่คุ้นเคยอยู่ข้างหลังผม ผมค่อย ๆ หันหน้ากลับไป

purple!

ผมรีบวิ่งไปที่บ้านสีเหลืองเพื่อมองเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่าง

“โจ ใช่ แกคือโจ” ผมพูดเสียงดังกับเงานั้น มือทั้งสองข้างเกาะขอบหน้าต่าง

purple คงให้โอกาสผม คำตอบอาจอยู่ในคำพูดของ purple

“ถ้าเธอมองโลกอย่างเป็นธรรมชาติและพื้นฐานความจริง เธอจะตอบได้เอง” ผมพูดซ้ำ ๆ จนขึ้นใจ

ผมล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาดูอีกครั้ง

ความจริง ผมพยายามมองหาความจริง

ผมเห็นแล้ว ผมมั่นใจว่านั่นคือคำตอบที่ถูกต้อง ถึงแม้มันจะไม่ใช่ ผมก็ไม่เสียใจ

ผมเดินไปหา purple ด้วยใจเต้นระทึก

“ผมขอตอบครับ ไม่รู้ครับ”

purple ยิ้มกว้าง กระโดดโลดเต้นไปมารอบตัวผม พลางส่งเสียงร้องเป็นทำนอง

“นั่นไง นั่นไง ฉันรู้เธอทำได้ เห็นไหมท่าน violet เขาผ่าน เขามองเห็นธรรมชาติ เขามองเห็นความเป็นจริง”

“ข้าเห็นแล้ว เจ้านี่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง รีบ ๆ จบเสียที” เสียงของ spirit of violet ดังขึ้นหลังจาก purple ร้องครบ 3 รอบ

“ถึงจะตอบได้แค่ข้อเดียว แต่ก็ถือว่าเธอผ่านแล้ว จงจำให้ดี ถ้าเธอมองโลก...”

“อย่างเป็นธรรมชาติและพื้นฐานความจริง เธอจะตอบได้เอง” ผมพูดพร้อมกับ purple อย่างร่าเริงและมีความสุข

“ผมจะไม่ลืมครับ”

“ลองดูที่นิ้วมือข้างซ้ายสิ”

ผมยกมือข้างซ้ายขึ้นมา ปลายนิ้วชี้มีปานสีม่วงอมแดง นัยน์ตาของ purple

“เมื่อใดที่เธออยู่ในสถานการณ์คับขัน จ้องมองมัน อาจช่วยได้ โชคดีนะ”

“ขอบคุณครับ purple”

.

.

คุยกัน

จะหาตรรกะได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก

” พันธนาการของความเคยชิน “

หลบเลี่ยงจาก

” กับดักทางความคิด “

หลีกหนีจาก

” สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง “

ขจัด

” ทิฐิแห่งกมลสันดาน “

จะหา ตรรกะ ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้

ข้อความข้างต้นถูกอ้างอิงไว้ว่าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ สอนนักศึกษาในห้องเรียนโดยยกตัวอย่างคนทำความสะอาดปล่องไฟ 2 คน ซึ่งผมหาต้นทางที่น่าเชื่อถือไม่ได้น่ะครับ

ปริศนาข้อที่ 3 นี้ค่อนข้างตรง เพราะข้อเท็จจริงที่ได้รับทั้งหมด

ถูกทำให้เชื่อว่า คนเยอรมันเป็นคนเลี้ยงปลา

ใครเป็นคนเลี้ยงปลา เป็นคำถามลอย ๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

ไม่มีข้อเท็จจริงระบุว่าคนที่เหลือเป็นคนเลี้ยงปลา คนเยอรมันอาจเลี้ยงเต่าหรือกระต่ายก็ได้ซึ่งยังตรงเงื่อนไขเลี้ยงสัตว์ต่างชนิดกัน

ผมขอจบภาคไว้ตรงนี้ครับ บางทีจบแบบนี้ไปเลยก็น่าจะดีเหมือนกัน

ยังมีเรื่องหนึ่งที่ผมติดค้างไว้คือพลังของโจ

สมมตินาย A ขึ้นรถบัสไปเที่ยวกับแฟน ระหว่างทางเห็นทิวทัศน์สวยงามจึงขอลง หลังจากที่รถบัสออกตัวไปไม่กี่เมตร ก้อนหินขนาดใหญ่กลิ้งลงมาทับรถบัสตายทั้งคัน นาย A ถึงกับอุทานด้วยความตกใจ "เราน่าจะอยู่บนรถบัสคันนั้น"

ทำไมกัน นาย A อยากตายหรือไง

หากลองคิดดู ถ้านาย A กับแฟนไม่ขอลง ยังอยู่บนรถบัส รถจะวิ่งผ่านไปก่อนที่ก้อนหินจะหล่นลงมาทับ ทุกคนจะไม่ตาย การตัดสินใจของนาย A ทำให้เกิดโลกคู่ขนาน 2 เหตุการณ์แล้ว

ทุก ๆ การตัดสินใจของเราทำให้เกิดโลกคู่ขนาน ซึ่งอาจส่งผลยิ่งใหญ่หรือไม่ส่งผลอะไรเลยกับอนาคต คน 1 คนทำให้เกิดโลกคู่ขนานได้นับไม่ถ้วน และคนทั้งโลกทำให้เกิดโลกคู่ขนานได้เป็นอนันต์ โดยที่โลกคู่ขนานแต่ละโลกต่างก็มีเวลาของมันเอง เช้ามืดของโลกเราอาจเป็นหัวค่ำของโลกคู่ขนานทั้งที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน

พลังของโจไม่ใช่การย้อนอดีต แต่เป็นการรวม (merge) 2 โลกคู่ขนานที่ใกล้เคียงกันที่สุด

ในเรื่องคือโลกที่โจอยู่ เวลาเที่ยงคืนของสิ้นวัน รวมกับโลกคู่ขนานที่ใกล้เคียงที่สุด เวลาเที่ยงคืนของเริ่มวัน ซึ่งเป็นวันเดียวกัน

แต่มีข้อจำกัดคือ

ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งทางร่างกายหรือทางจิตใจจากการกระทำของโจ จะเกิดการจำได้คลับคล้ายคลับคลาหรือที่เรียกว่า เดจาวู ตัวละครอย่างเคน ลุง และโก้ จึงนึกถึงเหตุการณ์บางส่วนขึ้นมาได้

พลังของพ่อโจที่ปรากฎตัวในตอน ‘ก่อน’ คือ สามารถเรียกดูโลกคู่ขนานในมิติต่าง ๆ ได้ แต่ในตอนท้ายที่เป็นความฝัน พ่อโจไม่อาจเห็นได้

พลังของปู่โจที่ยังไม่ปรากฎตัว คือ สามารถเดินทางข้ามโลกคู่ขนานในมิติและห้วงเวลาต่าง ๆ ได้ สามารถพาคนไปด้วยได้อีกหนึ่งคน ตอนนี้อาศัยอยู่ในโลกคู่ขนานมิติหนึ่งที่ตัวเองในมิตินั้นยังอยู่ในวัยหนุ่ม

กร ผ่านการทดสอบของจิตวิญญาณสีแดงด้วยใจที่เมตตาและเสียสละยิ่ง

โก้ เผชิญกับจิตวิญญาณแห่งสีที่จะเปลี่ยนให้กลายเป็นสุดยอดวายร้าย “พวกคนทุกมันจะต้องชดใช้” แล้ววันหนึ่งฝนก็ตกลงมาเป็นจิ้งจก ตุ๊กแก

ส่วนพี่เสริฐ หากจำตอน ‘พันธนาการ (3)’ ได้ พี่เสริฐไม่ได้มองพี่พยาบาลเซีย แต่มองจิตวิญญาณสีแดงที่อยู่ข้างหลังกร ทำไมพี่เสริฐถึงมองเห็น ยังคงเป็นปริศนา

ช่วงแรก ๆ ที่เราเล่น BD เราเข้ามาด้วยความเศร้า หดหู่ เม้นแบบซีเรียส

จนกระทั่งได้เจอกับ ฟะฟา ทำให้เราทิ้งความเป็นผู้ใหญ่ไว้ข้างนอก เข้ามาด้วยความร่าเริง ตีซี้ ป่วนเพจอื่นไปทั่ว คิดแบบเด็ก ๆ ทำแบบเด็ก ๆ ซึ่งมันอาจเป็นความซับซ้อนในสายตาผู้ใหญ่ว่าไอ้นี่มันแกล้งทำบ้าอะไรของมันวะ

ขอบคุณฟะฟา เพื่อนที่เจ๋งที่สุด 3 คน และอีกหนึ่งคนที่ภูมิต้านทานการหยอด การเต๊าะ สูงมาก เปิดพื้นที่ให้เด็กตัวป่วนวิ่งเล่นอย่างสนุก

รักเธอนะกู๊ด อย่างที่บอกกับเธอ ตัดจบแล้ว สบายใจละ

โวะ เดี๋ยวคนก็คิดว่าจีบกันอีก ทำไมการบอกรักแบบเด็ก ๆ ทำเรื่องงี่เง่าแบบเด็ก ๆ ถึงต้องตีความไปแบบนั้นนะ

อาจเป็นเพราะเราเป็นผู้ใหญ่และเป็นมนุษย์ที่เข้าใจยากเนอะน้องศิ

พี่ ๆ น้อง ๆ คนอื่นที่ผมไม่ได้เอ่ยถึง ผมก็รักทุกคนน้า

(*˘︶˘*).。*♡

20
MovieTalk มูฟวี่ชวนคุย
แฮปปี้เป็นไรรึเปล่าครับ?
วันนี้ เวลา 08:17
🐦แอดนกไดโน่💙
พี่แฮปปปป หายย ❤❤
8 ธันวาคม เวลา 06:17
1
MovieTalk มูฟวี่ชวนคุย
ใช่ ๆ หายไปเลย
วันนี้ เวลา 08:17
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยาก
ฮัลโหลลลลลล มีใครอยู่ไหม พี่แฮปปี้หายไปไหนคะ เป็นยังไงบ้างสบายดีรึเปล่าเอ่ย
7 ธันวาคม เวลา 12:37
Good Stories | ทุกอย่างมีเวลาของมัน
เรื่องสั้นมีความตัดจบเร็วแท้ 😱 หายไปนานละ กลับมาป่วน ๆ ต่อได้แล้วม้างงงง 🥰😁 ขอบคุณในมิตรไมตรีนะคะ นายแฮปปี้ กลับมาแฮปปี้ต่อให้สมกับชื่อเสียงเรียงนามเร็วววววววเร็ว!!!
7 ธันวาคม เวลา 02:41
MovieTalk มูฟวี่ชวนคุย
แฮปปี้เป็นไงบ้างครับ ช่วงนี้หายไปเลย
6 ธันวาคม เวลา 00:56
🐦แอดนกไดโน่💙
พี่แฮปปี้ ฝีมือเทพ 👍👍👍ชั่วโมงบินสูงจริงๆ ❤❤❤
3 ธันวาคม เวลา 10:18
วันนี้สีชมพู
เฮลโล้ กลับมาแล้วค่า
29 พฤศจิกายน เวลา 17:29
1
STYLE NK
ชอบค่ะ❤️❤️: เป็นกำลังใจให้คะ ติดตามนะคะ
27 พฤศจิกายน เวลา 16:54
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยาก
แสดงว่าตอนนี้แฮปปี้ๆ แล้วใช่ไหมคะพี่แฮปปี้. เพราะมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยากจริงๆ. คนเราเปลี่ยนได้จากคนที่เครียดๆ ซีเรียสๆ ก็มาทำอะไรแบบเด็กๆมันก็ทำให้เร็วผ่อนคลาย มีรอยยิ้ม มีความสุขได้😊
24 พฤศจิกายน เวลา 09:58
Wornstory
ชอบๆๆ เพจฟะฟาคือใครอ่ะครับ😁😁😁
24 พฤศจิกายน เวลา 06:07