โพสต์


รู้หรือไม่ ? มีรังสีจากโทรศัพท์มือถือ
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ไปเสียแล้ว
แต่คงไม่มีใครเคยบอกคุณว่าโทรศัพท์มือถือมีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานต่ำที่อยู่ในช่วงคลื่นเดียวกับคลื่นไมโครเวฟออกมาตลอดเวลาที่คุณใช้งาน
แม้ว่าโทรศัพท์มือถือจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานต่ำ ให้ความร้อนออกมาน้อย แต่เนื้อเยื่อของร่างกายเราก็มีอันตรายต่อรังสีอยู่ดี
เหตุนี้บริษัทที่ผลิตโทรศัพท์มือถือจึงต้องรายงานผลการทดสอบปริมาณการแผ่รังสี ที่เรียกว่า ค่า”SAR” โดยค่ามาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ต้องไม่เกิน 2 วัตต์ต่อกิโลกรัม
everythingrf.com
มาดูกันว่า...โทรศัพท์มือถือแต่ละรุ่นมีค่า SAR เท่าไหร่กันบ้าง
>>>โทรศัพท์มือถือที่มีค่า SAR น้อยที่สุด
digitalinformationworld.com
>>>โทรศัพท์มือถือที่มีค่า SAR มากที่สุด
digitalinformationworld.com
จะเห็นได้ว่า รุ่นที่มีการแผ่รังสีน้อยที่สุดคือ Samsung Galaxy Note8 = 0.17 วัตต์ต่อกิโลกรัม และรุ่นที่มีการแผ่รังสีมากที่สุดคือ Xiaomi Mi A1 =1.75 วัตต์ต่อกิโลกรัม
ถึงแม้โทรศัพท์มือถือแต่ละรุ่นที่กล่าวมานั้น จะมีการแผ่รังสีก็ตาม แต่คุณเห็นหรือไม่ว่าค่าของการแผ่รังสีนั้นไม่ได้เกินค่ามาตรฐานที่ 2 วัตต์ต่อกิโลกรัม แม้แต่น้อย
แล้วจะมีอันตรายหรือไม่ ?
นักวิจัยกล่าวเพียงแค่ว่า หากใช้มือถือบ่อยมาก และเป็นเวลานาน อาจมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งได้
แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีการศึกษายืนยันแน่ชัดไปในทางเดียวกันกันว่า มีโอกาสเกิดเนื้องอก/มะเร็งหรือโรคอื่นๆจากการใช้โทรศัพท์เป็นเวลานาน
เราจะป้องกันได้อย่างไร ?
คำแนะนำจากองค์กรต่างๆ สรุปได้ด้งนี้
1.
ให้ใช้โทรศัพท์มือถือเมื่อยามจำเป็นเท่านั้น
2.
ให้ใช้หูฟังแทนการนำโทรศัพท์มือถือมาแนบหู
3.
อย่าวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ศรีษะหรือลำตัวขณะนอน
4.
เลือกซื้อยี่ห้อที่ได้มาตรฐานการผลิตและมีค่า SAR ไม่เกินมาตรฐาน
ส่งท้ายด้วยเกร็ดความรู้เล็กๆ
แม้ว่าเราจะยังไม่เห็นผลกระทบที่แน่ชัดของรังสีจากโทรศัพท์มือถือ แต่หากเราใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานมากๆ จะทำให้ประสาทตาเกิดการเมื่อยล้า เวียนศรีษะ ปวดคอ และนิ้วล็อคได้
💛[ ชอบบทความ ] = กดไลค์
🧡[ บทความมีประโยชน์ ] = กดแชร์
❤️[ พูดคุย | แนะนำ | ติชม ] = คอมเมนต์
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Power plant.
ขอบคุณครับ^^
14 ธ.ค. 2019 เวลา 13:34
Happy Life 😊
ขอบคุณข้อมูลมากๆ ครับ
13 ธ.ค. 2019 เวลา 11:34
Stop and Smell The Rose by Sue
อ่านแล้วตกใจเลย อันตรายขนาดนั้น ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ😊
10 ธ.ค. 2019 เวลา 22:19
1
nirud_dhara
โนเกียอยู่หนายยย??
10 ธ.ค. 2019 เวลา 15:40
BooM KunG
ข้อ 3 แต่เปิดโหมดเครื่องบินด้วย จะยังอันตรายอยู่มั้ยครับ
10 ธ.ค. 2019 เวลา 02:26
2
NuclearTech
น่าจะช่วยได้ส่วนหนึ่งนะครับ หากโหมดเครื่องบินตัดทุกสัญญาณที่ส่งระหว่างมือถือ ไม่มั่นใจว่าจะ 100% หรือเปล่าครับ แต่ถ้าเราปิดเครื่องเลยจะช่วยได้ 100% แน่นอนครับ
10 ธ.ค. 2019 เวลา 04:57
2
นิติวัชร์ ธนจิรพิทักษ์
มันไม่ใช่แค่ คลื่นไมโครเวฟแผ่รังสี แต่มันมีสนาม แม่เหล็กไฟฟ้าในตัว มันเองเลย และปล่อยออกมา ปกติร่างกาย มนุษย์จะ ฟื้นฟู
9 ธ.ค. 2019 เวลา 18:45
1
NuclearTech
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ ดีมากเลยครับ🙏🏻😍
10 ธ.ค. 2019 เวลา 04:55
ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์
น่าสนใจครับ
9 ธ.ค. 2019 เวลา 17:47
1
NuclearTech
ขอบคุณที่สนใจบทความนี้นะครับ😍🙏🏻
10 ธ.ค. 2019 เวลา 04:54
1
Feel Good
จริงหรอเนี่ย
9 ธ.ค. 2019 เวลา 16:42
1
NuclearTech
จริงค้าบ ทำตามคำแนะนำเบื้องต้นก็จะลดความเสี่ยงลงได่เยอะเลยครับ😊 ขอบคุณที่ติดตามและแสดงความคิดเห็นนะครับ😍🙏🏻
10 ธ.ค. 2019 เวลา 04:54
ติดตาม
เฉพาะเวลาเปิดเครื่องใช่มั้ยครับ
9 ธ.ค. 2019 เวลา 16:30
1
NuclearTech
ใช่ครับเฉพาะเวลาเปิดเครื่องครับผม😊
10 ธ.ค. 2019 เวลา 04:53
หยาดเพชรสราญ'สร้างบุญ
ตั้งใจทำบทความนี้และทุกบทความได้ดีมากจ้า สุดยอดจ้า😆👍
9 ธ.ค. 2019 เวลา 16:22
1
NuclearTech
ขอบคุณที่ติชมนะครับ😍🙏🏻 มีกำลังในการเขียนบทความต่อๆไปขึ้นเยอะเลยครับ😊
10 ธ.ค. 2019 เวลา 04:53
1