สวัสดีค่ะทุกคน บทความนี้จะเขียนถึง 5 วิธีการหาเงินออนไลน์ ด้วยงบ 0 บาท ก็ทำได้ โดยจะเน้นเขียนจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเองนะคะ ด้วยความเป็นฟรีแลนซ์ แต่ก็ไม่ได้เก่งด้านใดด้านหนึ่ง แต่ก็สนุกไปกับการทำหลาย ๆ งานค่ะ ที่สำคัญคือ "ได้เงิน"
มีหลายอย่างนะคะงานออนไลน์ แต่จะแนะนำเท่าที่รู้ก่อน 5 อย่างนี้ สำหรับใครที่กำลังอยากจะหารายได้เสริมสักทาง แบบไม่ต้องมีงบสักบาทเลย เพราะผู้เขียนเองก็เริ่มมาจาก 0 บาท
ไม่รู้ว่าจะเขียนได้ออกมาดีไหมนะคะ แต่อยากให้ได้ลองอ่านกันดู เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง ป่ะ เริ่ม!!
💎5 วิธีหาเงินออนไลน์ ที่เริ่มต้นได้ด้วยงบ 0 บาท
1. ทำ Affiliate Program
Affiliate Program คือ การขายสินค้าให้กับแบรนด์ หรือบริษัท ต่าง ๆ โดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องลงทุนสต๊อกสินค้า ไม่ต้องเสียค่าสมัคร เป็นตัวแทนขาย จะขายอย่างไรก็ตามสะดวกและตามข้อกำหนดของบริษัทนั้น ๆ ค่าตอบแทนจะได้รับเป็นค่าส่วนแบ่งคอมมิชชั่น (Commission) กี่เปอร์เซ็นก็ตามเงื่อนไขที่ตกลง
ส่วนตัวเป็น Affiliate Program อยู่ให้หลายเจ้าค่ะ เผื่อใครอยากจะทำบ้างก็ลองหาสมัครได้เลยนะคะ จะมีของ
Lazada สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/2Ek9WPu
Accesstrade สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/2PnSzDH
Aliexpress สมัครที่นี่ >>http://bit.ly/2RW7eYz
Amazon สมัครที่นี่ >> https://amzn.to/2RZjxDo
Booking สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/38J2iw5
Agoda สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/35r5A55
Klook สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/35nf55c
ฯลฯ
วิธีการสมัคร Affiliate Program ของแต่ละเจ้านั้นขอข้ามนะคะ คิดว่าไม่น่าจะยากอะไรเท่าไหร่ ลองคลิกเข้าไปและสมัครได้เลยค่ะ
ส่วนแบ่งของแต่ละเจ้าก็ไม่เท่ากัน ลองเข้าดูค่ะ เช่น ของลาซาดาจะแบ่ง % ให้ตามหมวดหมู่ของสินค้า ของ Agoda แบ่งตามยอดขายห้องพัก ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีกำหนดจ่ายเงินระบุไว้ชัดเจน ส่วนมากจะโอนเข้าบัญชีธนาคารเราได้เลยค่ะ ถ้าเป็นของต่างประเทศอย่าง Aliexpress จะโอนเข้า Paypal ค่ะ
บอกเลยว่ามันไม่ง่ายค่ะ แต่มันก็ไม่ยาก
สำหรับผู้เริ่มต้นอาจจะงู ๆ ปลา ๆ ไปก่อน แนะนำให้หาข้อมูลเพิ่มเติมเยอะ ๆ ศึกษาเทคนิคการขายต่าง ๆ ยกตัวอย่างวิธีการขายว่าเราจะขายอะไรดี เช่น ในลาซาดามีสินค้าหลายล้านชิ้น เราก็เลือกสินค้าที่เราอยากจะขาย และคิดว่ามันจะขายได้ ถ้าจะให้ดีไปทำการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดมาก่อนว่าคนค้นหาสินค้านั้น ๆ มากน้อยแค่ไหน คู่เเข่งเป็นอย่างไร แล้วเราจะขายสู้เขาได้อย่างไร
สมมุติว่า เลือกขาย จักรยาน จะขายอย่างไร ? มีทางเลือกเยอะเลย เช่น เปิด Fanpage Facebook ทำ Blog หรือ Website ถ้าไม่อยากเสียเงินแนะนำ Blog นะคะ อย่าง Blogger ก็สมัครใช้งานได้ฟรี เป็นต้น
สมมุติเราจะขายห้องพักของ อโกดา หรือ บุ๊กกิ้ง ก็เลือกเลยว่าจะขายห้องพัก จังหวัดไหน ประเทศไหน ห้องกี่ดาว หรืออยากจะขายทุกห้องก็ได้ แน่นอนว่าก็โปรโมทลงเเฟนเพจ หรือทำลงบล็อก เขียนรีวิว ฯลฯ ก็ตามสะดวก ถ้ามีคนคลิกจองห้องพักผ่อนลิ้งของเรา คอมมิชชั่นจะไปไหนถ้าไม่เข้ากระเป๋าเรา
เอาแบบเข้าใจง่าย ๆ นะคะ Affiliate Program ก็คือ เราโปรโมทสินค้า/ขายสินค้าให้เขา แต่ละเจ้าจะมี ลิ้งค์ (Link) สินค้าของให้กับ Publisher แต่ละคน จะเอาลิ้งค์ไปแปะไว้ที่ไหนก็ได้ ถ้ามีคนสั่งสินค้า หรือบริการผ่านลิ้งของเรา เราก็ได้ค่าคอมมิชชั่น นั่นเอง งงมั้ยคะ ?
ปัจจุบันในประเทศไทย Affiliate Program ไม่เยอะ แต่ก็ไม่น้อย เเอบกระซิบเลยว่า คนที่โปรโมทเก่ง ๆ นั้นต่อเดือนหลัก 100,000 - 1,000,000 บาท หรือมากกว่านั้นเลยนะคะ แต่สำหรับมือใหม่ก็ให้ค่อย ๆ เรียนรู้ไป ฝึกขายไปเรื่อย ๆ นะคะ ผู้เขียนเองทำแรก ๆ ก็ถามคนอื่นบ้าง หาอ่านบทความบ้าง ลองทำ ลองขายดูค่ะ ขยัน ๆ หน่อยรายได้ต่อเดือนก็ตกหลักหมื่นได้แน่นอน
สำคัญคือ Affiliate Program แต่ละเจ้านั้นมีกฎนะคะ อย่าลืมอ่านกฎและข้อบังคับด้วยนะคะ ถ้าทำผิดกฎระวังจะโดนแบนเอาน้าาา
พอเริ่มทำคล่องแล้ว ขายเก่งแล้ว โปรโมทดีเจอแนวทางของตัวเอง ก็ทำโฆษณาได้ค่ะ แต่ระวังนะอย่ายิงโฆษณาโดยไม่วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย อย่าหว่านแหโดยสุ่มปลา จงรู้ว่าสิ่งที่เราขายนั้นกลุ่มเป้าหมายคือใคร แล้วค่อยยิงโฆษณาจะดีกว่า มิเช่นนั้นคงเปลืองเงินทิ้งแน่ ๆ
เสริมอีกนิด ยอดไลค์ ไม่ได้การันตียอดขายนะคะ ของผู้เขียนเองบางเพจ มีแค่ 900 Like ก็ยังขายได้ บางเพจเพิ่งเปิดมีไม่ถึง 5 Like แต่โพสโปรโมทสินค้าไป ก็มีคนทักมาซื้อ ฉะนั้นยอดไลค์ไม่ใช่สิ่งสำคัญขนาดนั้นเด้อ ยอดขายต่างหากที่จะทำให้เงินเข้ากระเป๋าเราค่าาา
พื้นที่ฟรี ๆ ช่วยในการโปรโมทและขายสินค้า
1.Fanpage Facebook
2.Youtube
3.Instagram
4.Blog / Website
มีคอร์สออนไลน์สอนทำมากมายเลย หรือบางเจ้าก็มีอบรมสัมนาให้ฟรี เช่น ของ Accesstrade จะมีจัดสัมนาให้กับคนที่เข้ามาใหม่บ่อย ๆ ค่ะ ส่วนใหญ่จัดในกรุงเทพ ฯ ยังไงก็ลองหาติดตามข่าวสารกันดูนะคะ
ถ้าใครสนใจจะเป็น Affiliate Program ก็ลองสมัครดูนะคะ สนใจเจ้าไหนลุยเลย !!
2.ขายภาพถ่าย / วิดิโอ ออนไลน์
รู้ไหมว่า ถ่ายภาพ ถ่ายวิดิโอ ก็เอามาขายได้นะ มีหลายเว็บเลยที่ให้เราไปเปิดพอร์ตภาพตัวเองเพื่อขาย เว็บยอดนิยมก็จะมี Shutterstock ค่ะ จ่ายเงินเข้า Paypal และก็ยังมีอีกหลาย ๆ เว็บเลย
เวลาสมัครนั้นส่วนมากจะให้ส่งภาพเข้าไปให้เว็บดู แต่ก่อน Shutterstock ก็จะต้องผ่านถึง 10 ภาพเลย แต่เหมือนว่าทุกวันนี้ ให้ส่ง 10 ภาพ แต่ถ้าผ่าน 1 ภาพ ก็ได้แล้ว ส่งภาพเพื่อขายได้เลย
แต่ถ้าจะขายกับเว็บ Shutterstock นั้นสิ่งที่จะต้องมีคือ พาสปอร์ส (Passport) นะคะ ใช้บัตรประชาชนไม่ได้เด้อ
นอกจากเว็บนี้ก็ยังมีเว็บขายภาพอื่น ๆ ด้วยนะคะ ใครสนใจเว็บไหนเลือกสมัครได้เลยค่ะ
1. เว็บ Shutterstock สมัครที่นี่ >> https://shutr.bz/2ElSeLt
2. เว็บ istockphoto สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/35t0JjF
3. เว็บ Dreamstime สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/2svqVf1
4. เว็บ 123rf สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/38FAusq
5. เว็บ Adobe Stock สมัครที่นี่ >> https://shutr.bz/38KDILp
ฯลฯ
มีอีกหลายเว็บเลยค่ะ ค้นหาใน Google ว่า "เว็บขายภาพออนไลน์" ก็จะเจอเว็บไซส์ให้เลือกสมัครเพียบ
ข้อดีของการขายภาพถ่ายหรือวิดิโอคือ 1 ภาพ หรือ 1 วิดิโอ นั้นเราสามารถขายได้หลาย ๆ ครั้ง ขายได้ตลอดชีพ
ใครสนใจอยากได้ภาพเราก็สั่งซื้อไป ไม่ได้ขายขาด ภาพยังคงเป็นลิขสิทธิ์ของเราเหมือนเดิม ใครอยากใช้ต้องซื้อ ประมาณนั้น
การขายภาพ บางคนคิดว่าจะต้องใช้กล้องใหญ่ DSLR เท่านั้น ไม่ใช่นะคะ
กล้องมือถือ ก็ถ่ายภาพขายได้ แต่เวลาถ่ายให้ปรับขนาดภาพเป็นใหญ่สุด โฟกัสอย่าหลุด ภาพนั้นสื่อสารได้ว่าคือภาพอะไร ถ้าคนที่ไม่เก่งเรื่องถ่ายภาพแต่อยากทำ ก็ให้ฝึกถ่ายไปเรื่อย ๆ ค่ะ ภาพที่สวยไม่ได้แปลว่าขายได้ ภาพไม่สวยแต่มีความหมายจะใช้ได้ก็มีเยอะแยะ
เพราะว่าลูกค้าที่ซื้อภาพหรือวิดิโอเราไปนั่น เขาจะมองว่านำไปใช้ประโยชน์ต่องานของเขาได้มากแค่ไหน ส่วนมากก็คนที่ทำเว็บไซต์ ทำนิตยสาร งานตัดต่อภาพ เป็นต้น
ขออนุญาติโชว์พอร์ตของผู้เขียนนะคะ เป็นพอร์ตภาพเล็ก ๆ ถึงเล็กมากแต่ก็มียอดขายเรื่อย ๆ ค่ะ มีทั้งถ่ายภาพกล้อง DSLR และ ถ่ายจากมือถือค่ะ
(เข้าชมพอร์ตเค้าได้ที่นี่นะคะ >> https://www.shutterstock.com/th/g/konpentapang?studio=1) มีภาพไม่เยอะค่ะ ไม่ค่อยได้ลง แฮร่
คนขายภาพทั้งมีทั่วโลก คู่แข่งก็ทั่วโลกนั่นแหละ แต่ว่าทำยังไงเราถึงจะขายภาพได้ล่ะ มันก็ไม่มีอะไรการันตีหรอก เพราะก็ไม่รู้ว่าลูกค้าแต่ละคนกำลังหาภาพอะไรอยู่
แต่คนที่เป็นช่างภาพและทำอาชีพขายภาพ ขายวิดิโอออนไลน์แบบจริง ๆ จัง ๆ นั้นเขา ถ่ายภาพเพื่อขายโดยเฉพาะเลยนะคะ เช่น ภาพที่ฉากหลังขาว จะถ่ายง่ายและเป็นประโยชน์ สะดวกเวลาลูกค้าเอาไปตัดต่อและใช้งาน หรือจะเป็นภาพเฉพาะ ๆ เช่น ภาพอะไรต่าง ๆ ในโรงงาน ภาพสิ่งของ ภาพสัตว์ ได้หมดเลย
สิ่งที่จะต้องระวังเวลาส่งภาพถ่ายคือ ห้ามติดแบรนด์ Logo เครื่องหมายการค้าต่าง ๆ บนภาพ แม้แต่น้อยนิดก็ไม่ได้ค่ะ ระวังการถ่ายติดคน ถ้าจะส่งภาพคนต้องมีใบอนุญาตจากเจ้าตัว หรือมีหนังสือยินยอมของบุคคลในภาพ หรือหนังสือยินยอมของตัวแบบ (Model Release) ภาษาช่างภาพเขาจะเรียกเอกสารนี้ว่า MR ค่ะ
แต่ในบางกรณีใบ MR ก็ไม่ต้องใช้ คือภาพที่ดูไม่รู้ว่าเป็นใคร จะด้วยองค์ประกอบแบบไหนก็ตาม ภาพแบบไหนก็ตาม ถ้าดูส่วนไหนแล้วรู้ว่าเป็นใคร จะต้องมีใบ MR ดูตัวอย่างภาพที่ต้องใช้และไม่ต้องใช้ใบ MR ได้ในนี้นะคะ >> http://bit.ly/2tod5eY เห็นเขียนไว้ละเอียดพอสมควร
ภาพมือถือขายได้ไหม ?
คำตอบคือ ส่งภาพขายได้ค่ะ ส่วนจะขายได้ไหม ก็ต้องลองค่ะ เพราะก็ต้องดูว่าคุณถ่ายภาพอะไร ถ้ามีคนอยากได้ภาพของคุณพอดีก็ขายได้อยู่แล้ว แต่ก็อย่าลืมดูรายละเอียดของไฟล์ภาพในแต่ละเว็บด้วยนะคะ ว่ารับขั้นต่ำขนาดเท่าไหร่
มีหนังสือหลายเล่มที่สอนถ่ายภาพขาย หรือหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมใน Google ก็มีเพียบเลย ฟรีก็เพียบค่ะ ถ้าคิดจะเริ่มสายนี้ เริ่มเลย จาก 0 ก็เป็น 1 2 3 . . . + ได้เหมือนกัน ลงมือทำเลยค่ะ
เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ภาพในพอร์ตเรามีโอกาสขายได้
1.ขยันลงภาพบ่อย ๆ ค่ะ อาจจะลงซักวันละ 1 - 3 ภาพ ก็ยังดี
2.ใส่คีย์เวิร์ดสำคัญให้ตรงกับภาพ ในภาพนั้นแสดงถึงอะไรได้บ้าง เอาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องใส่ลงไปให้หมดเลย เพราะเวลาที่ลูกค้าค้นหาภาพจะใช้คีย์เวิร์ดค่ะ
3.ดูเทรนด์ ว่าช่วงนี้คนนิยมค้นหาภาพอะไร ถ้าคิดไม่ออกว่าจะถ่ายภาพอะไรขายลองดูเทรนด์ภาพค่ะ เช่น ใกล้จะเทศกาลปีใหม่ คริสมาสแล้ว คนอาจจะค้นหาภาพที่เกี่ยวข้อง เช่น กล่องของขวัญ หิมะ ตุ๊กตาหิมะ คำว่า Happy New Year ในรูปแบบต่าง ๆ เป็นต้น
4.ฝึกถ่ายภาพบ่อย ๆ ศึกษาเรียนรู้องค์ประกอบภาพ หลักการถ่ายภาพ ในรูปแบบต่าง ๆ การทำบ่อย ขายบ่อย หาความรู้อยู่เสมอจะทำให้เราเก่งขึ้นได้แน่นอน
3. เป็น Youtuber คนทำยูทูป
ส่วนตัวผู้เขียนชอบงาน Youtuber มากค่ะ เป็นงานที่ง่ายสุดแล้ว ถ้าจะมองแบบง่าย ๆ เลยคือ เราเปิดช่องยูทูปมา แล้วลงคลิปวิดิโอให้มีคนดู ก็ได้เงิน
แต่
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการรับเงินนั้น อย่าลืมว่ามันมีเงื่อนไขอยู่เหมือนกัน สำหรับในหลายปีก่อน การเป็น Youtuber นั้นง่ายมาก ไม่ต้องมีกฎอะไรเยอะแยะเลย เพราะสมัยนั้นยังไม่บูม แต่มาตอนนี้ 2019 กฎเริ่มเปลี่ยน ไม่รู้ว่าปี 2020 จะมีกฎอะไรมาเพิ่มไหม
แต่ที่แน่ ๆ คนทำยูทูปสายเด็ก อาจจะเงินไม่ดีเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ ถ้าใครจะทำแนะนำว่าทำสายอื่น ๆ ที่วัยผู้ใหญ่ดูดีกว่าค่ะ
กฎก็คือ
1.ต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1,000 คน ขึ้นไป
2.มีชั่วโมงการรับชมครบ 4,000 ชั่วโมง
3.จะต้องเป็นคลิปไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
พอทำผ่านเงื่อนไขเบื้องต้นแล้วรอทางเจ้าหน้าที่ยูทูปตรวจสอบช่องค่ะ ถ้าเป็นคลิปที่ทำเองทั้งหมด ไม่ไปเอาคลิปคนอื่นมา ไม่ใส่เพลงที่มีลิขสิทธิ์ ภาพปกไม่ล่อแหลม ไม่ผิดลิขสิทธิ์ใด ๆ ก็มีโอกาสผ่านเร็ว ช่องของผู้เขียนเอง ใช้เวลาตรวจสอบแค่ 5 วันเองก็ผ่านแล้วค่ะ บางคนรอมาหลายเดือนยังไม่ผ่านเลย ต่อให้มีผู้ติดตามเป็นหมื่น เป็นแสน แต่ถ้าช่องทำมาแบบไม่ขาวสะอาดก็หมดสิทธิ์นะ
ผู้เขียนใช้เวลาในการลงคลิป สะสมยอดผู้ติดตามให้ครบ 1,000 คน และ ครบ 4,000 ชั่วโมงการรับชมนั้น ประมาณ 1 ปี นิด ๆ ซึ่งหมายความว่า ไม่ได้เงินสักบาทเลยภายในระยะเวลานั้น แต่พอหลังจากผ่านการอนุมัติแล้ว ลงคลิปไป มีคนดูคลิปเรื่อย ๆ รายได้ก็เข้ามาทุกเดือนค่ะ
ทาง Youtube จะจ่ายเงินให้ผ่าน Google Adsense สำหรับยูทูป ซึ่งมันมี Google Adsense For web ด้วยนะ ถ้าคุณทำยูทูปก็ใช้ E-Mail ที่เปิดช่องนั้นสมัครกูเกิ้ลแอดเซนได้เลยค่ะ
จ่ายขั้นต่ำที่ 100$ หรือประมาณ 3,000 บาทไทย ขึ้นไป ถ้าเดือนไหนยอดไม่ถึง 100$ ก็จะนำไปคิดรวมกับเดือนถัดไปจนกว่าจะครบค่ะ ถ่ายเงินเข้าบัญชีธนาคารของเราเลย ใช้ธนาคารอะไรรับเงินก็ได้ แต่ว่ากันว่า ค่าธรรมเนียมถูกสุดจะเป็น ธ.กรุงเทพ ฯ นะคะ ผู้เขียนเองก็ใช้ธนาคารนี้รับเงินเช่นกัน
มีคลิปสอนทำ Youtube มากมาย ค้นหาได้เลย หรือจะหาอ่านบทความก็ได้ มีคนทำไว้เยอะเลยค่ะ อย่ามัวแต่ตั้งคำถาม จงใช้ Google และ Youtube ให้เป็นประโยชน์ แนะนำช่องหนึ่งที่เขาทำสอนเกี่ยวกับการทำยูทูปโดยตรงเลยค่ะ ดังมากช่องนี้ ชื่อว่า เสกสรร ปั้นยูทูป ค่ะ สโกแกนที่เขาชอบพูดบ่อย ๆ ในแต่ละคลิปค่ะ อยากเป็นทูยูป ต้อง ลง มือ เฮ้ด เเปลเป็นไทยก็คือ "ต้องลงมือทำ" นั่นเอง
ในเมืองไทยมี YouTuber ดัง ๆ เยอะมากค่ะ แน่นอนรายได้ก็ไม่ธรรมดาด้วยเหมือนกัน และคนที่ไม่ดังรายได้ไม่ธรรมดาก็เยอะ ถ้าตั้งใจจะทำอาชีพนี้รายได้อย่างน้อย ๆ เดือนละ 30,000 บาท ไม่ไปไหนแน่ ๆ แต่ว่าเริ่มต้นก็พยายามไปให้มันถึง 100$ ให้ได้นะ ห้ามท้อ!!
อยากเป็น Youtuber เริ่มอย่างไร ?
1.วางแผนว่าจะทำช่องเกี่ยวกับอะไรดี ? ถ้าคิดไม่ออกก็จับฉ่ายไปก่อนได้ เปิดช่องก่อนก็ได้
2.สมัครอีเมลล์ (E-Mail) ของ Gmail จะสะดวกสุด
3.เปิดช่อง ตั้งชื่อช่อง ทำภาพปก ภาพโปรไฟล์ช่องให้เรียบร้อย
4.อย่าลืมยืนยันช่องด้วยเบอร์มือถือ ถ้าไม่ยืนยันจะลงคลิปยาวเกิน 15 นาทีไม่ได้ และจะใส่ภาพหน้าปกไม่ได้ค่ะ
5.ลงคลิปค่ะ หาคลิปมาลง
6.รอผู้ติดตามครบ 1,000 คน รอชั่วโมงการรับชมครบ 4,000 ชั่วโมง อยากครบเร็ว ๆ ก็แปลว่าเราต้องลงคลิปบ่อย ๆ อาจจะวันละ 1 - 2 คลิปก็ยังดี อย่าลงถี่มากเพราะคนดู คนติดตามจะรำคาญเอา
7.เชื่อม/สมัคร Google Adsense หลังบ้านของยูทูปจะมีให้ทำค่ะ
8.ผ่านการอนุมัติแล้วรอครบ 10$ แล้วยื่นขอรับ PIN เป็นรหัสที่ทางยูทูปจะส่งมาให้ทุกช่องที่สมัครใหม่ทำการยืนยัน Google Adsense ค่ะ รอประมาณ 3 เดือน ในระหว่างนั้นก็ลงคลิปสะสมยอดวิว สะสมเงินไปได้เรื่อย ๆ
4. พอยืนยันรหัส PIN แล้ว ก็รอครบ 100$ ขึ้นไปก็รับเงินเข้าบัญชีค่ะ
ทำอย่างไรให้ผ่านเงื่อนไขเร็ว
1.คิดเนื้อหาคลิปที่จะลงให้ดี ลงไปแล้วผู้ชมจะได้ประโยชน์อะไรในนั้น ทำไมเขาต้องคลิกเขาดู ลองคิด ๆ ดู
2.ตั้งชื่อคลิปให้มีคีย์เวิร์ดสำคัญ เช่น คลิปรีวิวไอโฟน ก็ให้มีคำว่า Iphone ชื่อรุ่นอะไรก็ว่าไป ก็คือ เป็นคำที่คนจะค้นหานั่นเอง
3.ลงคลิปบ่อย ๆ
4.พูดให้น่าฟัง เข้าใจง่าย ไม่ใช้คำหยาบ (ใช้คำหยาบระวังช่องปลิว)
5.แชร์คลิปไปตามโซเชียลออนไลน์ต่าง ๆ
6. มีวินัย เช่น ตั้งใจแล้วว่าจะทำยูทูป วางแผนเลยว่าจะลงอาทิตย์ละกี่คลิป คิดเลยว่าจะทำคลิปเกี่ยวกับอะไร แล้วลืมลงตามที่วางแผน
7.ใจเย็น ๆ ห้ามท้อเด็ดขาด มือใหม่ชอบท้อใจเร็ว อยากให้ผ่านเกณฑ์เร็ว ๆ แล้วไปปั๊มผู้ติดตาม (ระวังช่องปลิว นะจ๊ะ)
หลักเกณฑ์การจ่ายเงินของ Youtube คิดอย่างไร ?
ข้อนี้ต้องบอกเลยว่า ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ รู้แต่ว่า รายได้มาจากโฆษณาที่ขึ้นบนคลิปวิดิในช่องเรา ถ้ามีคนกดดูคลิปเราแล้วมีโฆษณาขึ้น เจ้าของช่องก็ได้เงิน แต่คิดยังไงนั่นไม่รู้เลย ยอดวิวไม่ได้เป็นตัวการันตีรายได้นะคะ ยอดซับก็เช่นกัน
แต่ว่าถ้ามียอดผู้ติดตาม (subscribe) เยอะ ๆ ก็เหมือนเรามีแฟนคลับเยอะ เราลงคลิปอะไรไปเขาก็เข้ามาดู เข้ามาสนับสนุนเราค่ะ แม้ว่าโฆษณาส่วนมากจะมีปุ่มให้กดข้าม (Skip) แต่เราก็ยังได้เงินอยู่ดี เราจึงเห็นว่าบางคลิปจะแปะโฆษณาในคลิปถี่มาก ๆ บางคลิปก็ถี่มากไปจนน่ารำคาญ ระวังคนดูจะกดปิดเอา กดปิดไม่พอนะ กดยกเลิกติดตามอีกต่างหาก แย่เลย
ทำช่องเกี่ยวกับอะไรดี ?
ก็เป็นคำถามที่ตอบยากเหมือนกันนะคะ เนื่องจากความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ใครถนัดอะไรก็ทำช่องเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้เลย เดี๋ยวจะขอยกแนวทางมาสักนิด เผื่อเป็นไอเดียให้ทุกท่านเอาไปคิดต่อยอดได้ค่ะ ก็จะมีแนว
1.เกม
2.ท่องเที่ยว
3.อาหาร
4.รีวิว
5.รถยนต์
7.ความรู้
8.สัตว์เลี้ยง
9.ตลก
10.เรื่องเล่า
11.พอตแคส
12.DIY
13.เพลง (ต้องทำเพลงเองนะ)
14.เกษตร
ฯลฯ
โดยในแต่ละแนวสามารถแตกยิบย่อยออกมาได้อีกเยอะเลย เช่น ถ้าทำเกี่ยวกับอาหาร อาจจะเป็นช่องของหวานทั้งช่องเลย หรือจะทำอาหารทุกอย่าง หรือช่อง DIY อาจจะสอนพับกระดาษ สอนจัดดอกไม้ สอนประดิษฐ์อะไรที่เราถนัด ฯลฯ เป็นต้น
ถ้ายังคิดไม่ออกอีก ทางเลือกสุดท้ายคือ จับฉ่ายค่ะ อยากลงคลิปอะไรก็ลงไปก่อน เพราะอย่าลืมว่าเราต้องเก็บชั่วโมงการรับชมให้ครบ 4,000 ชั่วโมงด้วยนะ เพียงแต่คลิปที่ลงนั้นห้ามผิดลิขลิทธิ์หรือผิดกฎของทางยูทูป
หาไอเดียการทำคลิปโดยการดูช่องคนอื่น จะช่องคนไทยหรือต่างประเทศก็ได้ดูเยอะ ๆ เลย แล้วลองทำตามค่ะ แต่ไม่ใช่เลียนแบบเขาทั้งคลิปนะ อาจจะทำคล้าย ๆ หรือเอามาประยุกต์เป็นตามสไตล์ของเรา
ท่านใดสนใจอาชีพนี้ "ลุย ลงมือทำเลยค่ะ" อย่ารอ เปิดช่อง ณ วินาที นี้เลย จงใส่ใจลงไปกับมันให้เต็มที่นะคะ ความพยายามไม่เคยทรยศใคร
4. Facebook creator
Facebook creator นั้นจะคล้ายกับ Youtube เลยค่ะ คือเราจะต้องผลิตเนื้อหาเป็นคลิป Video ออกมาความยาวตั้งแต่ 3 นาทีขึ้นไปลงไป Page Facebook ค่ะ แน่นอนว่ารายได้ก็มาจากโฆษณาที่ขึ้นบนคลิปเรานั่นเอง
ใครที่ทำช่อง Youtube อยู่แล้ว มีคลิปเยอะอยู่แล้ว ก็เอาคลิปนั้นมาลงในช่องทางของ Facebook ได้เหมือนกันค่ะ
เงื่อนไขของ Fan Page Facebook ที่จะสมัครสร้างรายได้กับ Facebook creator ได้มีดังนี้
1.จะต้องเปิดเพจในประเทศที่อนุญาติ แน่นอนว่า ไทย ก็ทำได้ค่ะ
2.จะต้องมีผู้ติดตามครบ 10,000 คน ย้ำว่า ผู้ติดตามนะคะ ไม่ใช่คนที่กด Like เพจ ดูนะคะว่ามันจะมี 2 อย่างในเพจเรา เราต้องดูที่ยอดผู้ติดตามค่ะ
2. Facebook ไม่ติดปัญหาอะไร เปิดสร้างรายได้ได้ เป็น Facebook ของจริง ไม่เคยทำอะไรผิดมาก่อน
3. จำนวนในการจำชมวิดิโอนานกว่า 1 นาที ในวิดิโอ ยาว 3 นาทีขึ้นไป จำนวน 30,000 ครั้ง ภายใน 60 วันค่ะ
4.เปิด Page มาอย่างน้อย 3 เดือน แต่ถ้าใครเปิดใหม่ ๆ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ค่อย ๆ ลงเนื้อหาเรียกคนเข้ามาเรื่อย ๆ 3 เดือนมันไม่นานเลย ถ้าเพจเราน่าติดตามจริงการเปิดสร้างรายได้ไม่น่ามีปัญหาอะไร
สมัครสร้างรายได้ Facebook creator ที่นี่ >> https://www.facebook.com/creators/tools/in-stream-ads
อ่านบทความต่าง ๆ เกี่ยวกับ Facebook creator ที่ทาง Facebook มีให้ได้ที่นี่ >> https://www.facebook.com/creators/blog?q=tips-and-tricks มีบทความเป็นประโยชน์และน่าสนใจเยอะเลยค่ะ
กฎของ Facebook creator แบบคร่าว ๆ นะคะ
1.ห้ามลงคลิปละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น แม้ตอนนี้ทาง Facebook จะยังไม่มีระบบตรวจจับที่จริงจังเท่า Youtube แต่ในระยะยาวไม่แน่ Fan Page อาจจะปลิวได้เหมือนกัน ฉะนั้นไม่คุ้มนะคะ
2.ห้ามลงเนื้อหาเกี่ยวกับ ลามก อนาจาร ผิดกฎหมาย คำหยาบ ต่าง ๆ
3.ห้ามทำเนื้อหาบิดเบือน หรือ ข่าวปลอม ห้ามลง
ส่วนตัวยังไม่ได้รับเงินจากการทำ Facebook creator นะคะ เพราะกำลังอยู่ในขั้นตอนการริเริ่มเหมือนกัน แต่เห็นว่าน่าสนใจดีและเริ่มทำได้ทุกคนเลยอยากจะมาแนะนำค่ะ
5.เป็น Freelance เป็นฟรีแลนซ์ หรือ รับจ้างอิสระ
การเป็นฟรีแลนซ์ (Freelance) นั้นหลายคนฝันอยากจะทำ อยากจะเป็นเพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มีอิสระ ซึ่งมันก็ถูก แต่ไม่ทั้งหมดนะคะ
จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ทำงานเป็นฟรีแลนซ์มาทั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย เคยทำงานประจำค่ะ แต่ทำได้ไม่นานเลยไม่นับแล้วกัน ออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวเลย เพราะเป็นคนไม่ชอบตื่นเช้า และ หายใจไม่ออกเวลาขึ้นรถไฟฟ้า และ รถเมล์ตอนคนเยอะ ๆ ค่ะ
เป็นฟรีแลนซ์ (Freelance) ทำอะไรบ้าง ?
คนที่ทำงานฟรีแลนซ์ก็มีหลากหลายนะคะ ตามความถนัดของแต่ละคนเลย ถ้าเก่งออกแบบ กราฟฟิก ก็รับจ้างทำกราฟฟิก ค่ะ ถ้าถนัดด้านการสร้างเนื้อหาแบบตัวหนังสือก็ รับจ้างเขียนบทความ หรือรับจ้างตัดต่อวิดิโอ รับจ้างออกแบบ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพ ฯ รับโฆษณา เป็น influencer รีวิวสินค้า ถ่ายภาพ ถ่ายวิดิโอ ฯลฯ มีสารพัดงานเลยค่ะ
เอาง่าย ๆ คือ เรามีความสามารถอะไร แล้วมันทำเงินได้ มีคนต้องการจ้าง เราทำได้ ก็ประกาศรับงานไปเลยช่องทางในการประกาศรับงานมีเยอะมาก แต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะต้องทำงานออกมาได้ดีจริง ๆ เป็นที่น่าพึงพอใจของลูกค้า ในราคาที่สมเหตุสมผล แน่นอนว่าราคานั้นเราตกลงกับลูกค้าได้เองเลย ทำเยอะก็ได้เยอะค่ะ
รายได้ของฟรีแลนซ์เป็นอย่างไร ?
รายได้หาความแน่นอนไม่ได้นะคะ นี่อาจจะเป็นข้อเสียคือ ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงินค่ะ ต่างจากงานประจำ ต่อให้ทำงานน้อย ทำงานมาก ยังไงสิ้นเดือนมาก็มีเงินเข้าบัญชีแน่นอน แต่กับฟรีแลนซ์มันไม่ใช่
รายได้ขึ้นอยู่กับผลงาน ความสามารถในการทำงาน ค่ะ ยิ่งถ้าใครที่ทำงานดียังไงลูกค้าก็ติด แถมยังบอกต่อบริการของเราอีกด้วย แต่มันดีตรงที่เงินทุกบาทที่รับจากการทำงาน หลังหักภาษี 3 % หรือบางที่ก็ไม่หัก เป็นของเราเต็ม ๆ เช่น ทำงานรับเขียนบทความ รับตัดต่อวิดิโอ ถ่ายภาพ หรือทำงานอะไรก็ตาม พองานเสร็จแล้วลูกค้าจ่ายเงินมาตามตกลงที่ 50,000 บาท เงินก้อนนี้เป็นของเราทันที
เปรียบเทียบกับงานประจำ ต่อให้เราทำกำไรให้บริษัทแม้จะกี่แสน กี่ล้าน แต่เงินนั้นไม่ใช่ของเรา เป็นของบริษัทและแต่ละเดือนเราก็จะได้แต่เงินเดือนเท่าเดิม บางทีอาจจะมีคอมมิชชั่นบ้าง มีโบนัสบ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราทำมากแล้วเราจะได้มากตาม
บางงานก็อาจจะหลักร้อย หลักพัน ก็แล้วแต่ว่าฟรีแลนซ์แต่ละคนรับงานอะไร เรตราคางานนั้น ๆ อยู่ที่เท่าไหร่ ทุกวันนี้ที่นิยมคือ การเป็น influencer ให้แบรนด์ต่าง ๆ มาจ้างรีวิวหรือโฆษณาสินค้าให้ แต่ว่าเราก็ต้องสร้างตัวตนให้ดังจริง ๆ ให้มีฐานแฟนคลับแน่นมาก ๆ
งานฟรีแลนซ์นั้นไม่จำกัด มีทั้งแบบออนไลน์ ออฟไลน์ ใครถนัดอะไรก็เลือกทางนั้น เดี๋ยวจะแนะนำงานประเภทออนไลน์ แบบคร่าว ๆ นะคะ
1.รับจ้างเขียนบทความ ส่วนมากลูกค้าที่ทำเว็บจะจ้าง เพราะต้องทำ SEO เรตราคาก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความยาวของบทความค่ะ
2.รับถอดเทป
3.รับแปลภาษา
4.รับทำเว็บไซต์
5.เปิดคอร์สออนไลน์
6.รับตัดต่อวิดิโอ
7.รับออกแบบกราฟฟิกต่าง ๆ
8.รับออกแบบโลโก้
9.รับสอนออนไลน์ผ่าน Live สด หรือ Video Call
10.รับจ้างถ่ายภาพ / ถ่ายวิดีโอ
11.นักเขียน
ฯลฯ
มีทักษะอะไรที่เอามาทำเงินได้ งัดออกมาให้หมดค่ะ อะไรที่ทำเงินได้และไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม เอามาทำเป็นอาชีพได้หมดเลย ถ้าคุณอยากจะเป็นฟรีแลนซ์ลองถามตัวเองดูว่ามีความสามารถอะไรบ้าง แต่ถ้าไม่มีอยากเป็นอะไร มันฝึกได้ มีที่เรียนอยู่แล้วล่ะ เช่น อย่างเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ก็ไปเรียนถ่ายภาพมาให้มันโปรเลย
ช่องทางในการประกาศรับงานฟรีแลนซ์
1. เว็บ Fastwork สมัครที่นี่ >> https://fastwork.co/start-selling เว็บนี้เป็นแหล่งรวมเหล่าฟรีแลนซ์เลยค่ะ เราอยากรับจ้างทำอะไรก็ไปประกาศไว้เลย
2. เว็บ Thaifreelanceagency สมัครที่นี่ >> https://www.thaifreelanceagency.com/register/freelance-account/ เป็นเว็บเอาไว้ประกาศรับเงินเหมือนกันค่ะ แต่ก็ไม่ได้ดังเท่า Fastwork นะ ส่วนตัวคิดว่าอย่างนั้นค่ะ
3. เว็บ thaiseoboard สมัครที่นี่ >> http://www.thaiseoboard.com/index.php?PHPSESSID=0d2849a148ba1cf3801c027ae0171de8&action=register เป็นเว็บบอร์ดในตำนานสำหรับชาวทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต (IM) เลยค่ะ บางทีอาจจะสมัครผ่านยากนิดนึงนะคะ แต่ว่ามีเหล่าเทพ ๆ อยู่ในบอร์ดนี้เยอะเลยค่ะ
4. เว็บ fiverr.com สมัครที่นี่ >> http://bit.ly/2RT5W0q เป็นเว็บประกาศรับงานฟรีแลนซ์ของต่างประเทศค่ะ เผื่อใครอยากจะหาลูกค้าต่างประเทศ
5. แฟนเพจชื่อ FriendlyFreelance.com หา-รับงาน Freelance (https://www.facebook.com/Friendlyfreelancethailand/) เพจนี้ประกาศงานฟรีแลนซ์หลายอย่างค่ะ งานเพียบเลยลองเข้าไปส่องดูนะคะ
สำหรับท่านใดที่กำลังอยากจะลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์ ใจเย็น ๆ นะคะ ไม่ใช่ทุกคนที่ออกมาทำแล้วจะรอด อันนี้ไม่ได้ขู่นะ แต่อยากให้มองภาพความเป็นจริงเข้าไว้ ถ้าอยากจะออกมาจริง ๆ อยากให้ลองทำเป็นอาชีพเสริมดูก่อน ถ้าคิดว่ามันเวิร์ค มันโอเค มันดี แต่ละเดือนรอดแน่ ๆ ก็ลุยค่ะ แล้วคุณจะมีเวลาไปปลูกต้นไม้ เล่นกับแมว ไปเที่ยว ไปเดินห้างตามใจแน่นอน
แน่นอนว่าทั้งหมดที่กล่าวมาคือ แม้มี 0 บาท คุณก็เริ่มได้
จบแล้วนะคะ สำหรับ 5 วิธีการหาเงินออนไลน์ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับหลาย ๆ ท่านนะคะ ถ้าผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี่ ด้วยนะคะ ยังมีงานออนไลน์อีกเยอะมากที่อยากจะแนะนำ แต่กลัวว่ามันจะยาวเกินไปเลยเอาแค่ 5 อย่างก่อน
ต้องขอบคุณทุกท่านที่เเวะเข้ามาอ่านนะคะ
จาก ไดอารี่ความฝัน
ความคิดเห็น
บ้านนี้มีสัตว์
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ ติดตามครับ ฝากติดตามเพจผมด้วยน่ะครับ
22 ก.ย. เวลา 06:17
laddawan
ดีมากๆเลยค่า ว่าจะลองทำดูค่า ว่างๆยุ
15 ก.ย. เวลา 09:12
Pattrawee
ขอบคุณค่ะ♥️
5 ส.ค. เวลา 10:09