โพสต์

ดราม่าประเด็นร้อนของประเทศไทย เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของคืนวันเสาร์ที่ 4 มกราคม กับ แฮชแท็ก #ช่วยยกกระเป๋า ที่เกี่ยวพันกับ "เจ้าหญิงไอที" คนดัง ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ ซึ่งเธอไปทวีตข้อความ เชิงตำหนิพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ไม่ยอมช่วยเธอยกกระเป๋าเอาไว้บนช่องเหนือศีรษะ
เรื่องราวเป็นอย่างไร และเป็นหน้าที่ของแอร์โฮสเตสหรือไม่ ที่ต้องยกกระเป๋าให้ผู้โดยสาร เราสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดแบบเข้าใจง่ายใน 9 ข้อ
1) เวลา 1.36 น. ของวันที่ 4 มกราคม ซี-ฉัตรปวีณ์ พิธีกรคนดัง ทวีตข้อความว่า "เพิ่งเคยเจอแอร์ที่เรายกของแล้วขอให้ช่วยกันยกนิดนึงของหนัก แอร์ไม่ออกแรงยกเลยจ้า ใจดีกับบีซีจุงเลย"
บีซี ในความหมายของซี คือ Business Class หรือที่นั่งชั้นธุรกิจที่มีราคาแพงกว่าที่นั่งแบบประหยัด ดังนั้นประโยคของซีจึงตีความได้ว่าเป็นการประชด พนักงานต้อนรับบนเครื่อง ที่เธอจ่ายเงินซื้อตั๋วชั้น Business Class มาแล้วแท้ๆ แต่ กลับได้รับการบริการในลักษณะนี้
2) การทวีตข้อความแบบนี้ ทำให้เธอโดนถล่มทันที จากชาวเน็ต โดยมีการอธิบายว่า ตามปกติแล้วไม่ใช่หน้าที่ของแอร์โฮสเตสอยู่แล้ว ที่ต้องยกกระเป๋าให้ผู้โดยสาร
โดยข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ระบุไว้ว่า "ผู้โดยสารมีหน้าที่จัดเก็บสัมภาระติดตัวในห้องโดยสารอากาศยาน" กล่าวคือเมื่อผู้โดยสารเลือกจะ Carry หรือนำสัมภาระส่วนตัวขึ้นเครื่อง ก็จำเป็นต้องเป็นคนจัดเก็บสัมภาระไว้ในที่จัดเก็บด้วยตัวเอง
3) นอกจากเรื่องประเด็นการจัดเก็บแล้ว ยังมีการตำหนิ ซี-ฉัตรปวีณ์อีกด้วยว่า ไม่ควรเอาการซื้อตัว Business Class มาอวดอ้างว่าต้องได้สิทธิช่วยเหลือในการยกกระเป๋าให้
ความเห็นหนึ่งในทวิตเตอร์ระบุว่า "จ่าย BC จ่าย First เพื่อรับบริการในส่วนที่ระบุไว้ครับ หากไม่ได้รับ จะ Complaint ได้ก็ไม่ผิด แต่เรื่องการยกกระเป๋า ไม่ได้มีระบุไว้ว่าถ้าเป็น BC หรือ First ต้องช่วย นั่นหมายถึงผู้โดยสารต้องรับผิดชอบสัมภาระที่ถือขึ้นมาเองครับ"
4) หลังจากโดนถล่มอย่างหนัก ซี ได้ลบทวีตทิ้งไป และพิมพ์ออกมาชี้แจงทั้งใน Facebook ส่วนตัว โดยระบุเหตุผลเป็น 3 ซึ่งก็ยังไม่วายโดนถล่มอยู่ดี
โดยในโพสต์ของซี ระบุเรื่องดังนี้ "ซี ขอยอมรับความผิดพลาด ที๋โพสต์ด้วยอารมณ์ไม่ได้กลั่นกรองคำพูดที่ดีในการโพสต์ ทำให้คนตีความลบ และมีดราม่าครั้งนี้ แต่ด้วยความเคารพค่ะ ขออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น ต่างมุมมอง"
โดยคำอธิบายของ ซี มีประเด็นสำคัญโดยสรุปคือ
- ทราบดีว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีหน้าที่ยกของให้เรา ไม่ได้เคยเรียกร้องให้ช่วย
- ไม่เกี่ยวกับคลาสไหน ชนชั้นไหนนั่งได้หมดค่ะ ไม่ใช่นิสัยติดคลาส ไม่มีการเหยียดแน่
- แต่ แอร์ที่มากับคลาสพิเศษมักจะ ช่วยเหลือผู้โดยสารจำนวนไม่มาก จึงมีเวลายื่นมือช่วยเหลือได้ตามน้ำใจ ที่สมควร
- ซีไม่ได้ยืนเฉยๆแล้วให้เค้ายกค่ะ ซียกสูงขึ้นมาแล้ว เค้าเดินมาเหมือนเรายืนกันทาง เลยพยักหน้ายิ้มแย้มตามปกติ คาดหวังไปว่า เค้าจะ "ช่วยดันขึ้น"
- ผลปรากฎว่า เค้าเดินมาแตะกระเป๋าเราเฉยๆ เราตกใจงง หันมองหน้าว่า คือไม่ช่วยไม่เป็นไร ทำไมมาแตะเหมือนไม่ช่วยแต่โชว์ว่าช่วย
- แค่ช็อคกับการแตะกระเป๋า คือไม่ช่วยน่าจะดีกว่าจริงๆ เราไม่เคยเห็นกิริยาแบบนี้ จากเจ้าหน้าที่สายการบินมาก่อนค่ะ
5) ซีสรุปว่าตอนท้ายว่า ขอกรุณาอย่าตัดสิน หรือรุมประณามจากสิ่งที่คุณไม่ได้เห็น ส่วนประสบการณ์ที่เธอได้รับครั้งนี้ จากพนักงานต้อนรับคนนี้ ด้วยสีหน้า และแววตา ทำเอาอึ้งไปเหมือนกัน
6) จากที่ตอนแรกพอซีลบทวีต เรื่องเหมือนจะเงียบไป แต่พอมีการโพสต์ชี้แจง ทำให้ประเด็นดราม่าถูกจุดชนวนขึ้นมาอีกครั้ง โดยชาวเน็ตตำหนิซี เป็นจำนวนมาก
ตัวอย่างเช่น
-ไม่ช่วยออกแรงยกเลย? ก็ยกเองได้นี่คะ แล้วจะให้เขาช่วยยกทำไม
- ทำไมคิดว่าการมาแตะกระเป๋าคือการไม่ช่วย แต่โชว์ว่าช่วย เขาอาจจะมาแตะเพื่อช่วยรั้งกระเป๋าของคุณไม่ให้หล่นก็ได้นะ
- "เหมือนไม่ช่วยแต่โชว์ว่าช่วย" ประโยคนี้ซี judge แอร์คนนั้นจากการกระทำนี้เลย
7) สำหรับดราม่าในเรื่องนี้ ซี ฉัตรปวีณ์ ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรอีกแล้ว ขณะที่แฮชแท็กในทวิตเตอร์ ที่ขึ้นเทรนด์ในช่วงหนึ่ง แต่เมื่อเธอลบทวีตไปแล้ว ก็ลดความแรงลงไป และหลุดเทรนด์ในที่สุด
8) ขณะที่ประเด็นเรื่องการที่แอร์โฮสเตส หรือสจ๊วร์ต มีหน้าที่ในการช่วยยกกระเป๋าหรือไม่ ทางสมาคมลูกเรือไทย ได้อธิบายว่า "ทำไมถึงต้องยกกระเป๋าเอง? เพราะสัมภาระติดตัวถือเป็นความรับผิดชอบของผู้โดยสารทุกคน ซึ่งถ้าหากผู้โดยสารไม่สะดวกในการจัดเก็บด้วยตนเอง ก็สามารถฝากสัมภาระไว้ที่ใต้ท้องเครื่องได้ก่อนขึ้นเครื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตัวท่านเองได้"
โดยในการยกของ หากมีเจ้าหน้าที่ช่วยยก นั่นคือการช่วยเหลือส่วนตัวของพนักงานต้อนรับคนดังกล่าว แต่ถ้าโดยตามหน้าที่แล้ว ลูกเรือจะไม่ได้มีหน้าที่ ช่วยยกกระเป๋าให้ผู้โดยสาร
9) ขณะที่ในต่างประเทศก็มีกฎที่ชัดเจนเช่นกัน เรื่องการที่ลูกเรือไม่จำเป็นต้องช่วยยกกระเป๋าบนชั้นวางเหนือศีรษะให้ผู้โดยสาร โดยสมาคมลูกเรือสหรัฐฯ ได้อธิบายสาเหตุว่า ทำไมผู้โดยสารควรจัดการเรื่องกระเป๋าด้วยตัวเองดังนี้
- การช่วยผู้โดยสาร ยกกระเป๋า 1 ใบ ถ้าแอร์โฮสเตสหนึ่งคนต้องรับผิดชอบผู้โดยสาร 50 คน เท่ากับว่าเธอต้องยกกระเป๋า 50 ใบต่อ 1 ไฟลท์ ซึ่งการยกของหนักขึ้นลงตลอดเวลา อาจส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บได้
- ที่สหรัฐฯ เคยมีหลายเคสที่กระเป๋าร่วงลงมา จนแอร์โฮสเตสมีอาการบาดเจ็บ ซึ่งทำให้สายการบิน ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการดูแลรักษาพนักงาน เพราะเป็นอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการทำงาน ดังนั้น สายการบินจึงเห็นด้วยว่า ควรให้ลูกเรือหลีกเลี่ยงการยกกระเป๋าที่มีน้ำหนักมาก เพื่อลดอาการบาดเจ็บจะดีกว่า
- การที่ผู้โดยสารต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ทำให้การจัดการทำได้ง่ายกว่า คือยกคนละใบ รับผิดชอบ สัมภาระของตัวเอง ทำให้ทุกอย่างสะดวกและรวดเร็ว
- แอร์โฮสเตส มีเรื่องต้องทำเป็นจำนวนมาก ในช่วงก่อนเครื่องจะขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการตรวจเช็กความปลอดภัยในจุดต่างๆ ดังนั้นการมาช่วยผู้โดยสารยกกระเป๋า จึงเป็นการไปเบียดบังเวลา ในการเช็กความปลอดภัย
ความคิดเห็น

สัพเพเหระbyประสบการณ์ล้วนๆ

ว่าแต่หน้าเปลี่ยนไปนะครับ ไปทำอะไรมา
5 ม.ค. เวลา 06:35
1

Siwat Surattanawanich

ใครจะไปอะไรบนตัวเค้าก็สิทธของเค้านะ เราไม่ควรเอาเรื่องนี้มาเหมารวมกับดราม่านะ
5 ม.ค. เวลา 07:13
6

ธีร มนตรี

น้ำใจเพียงเล็กน้อย ก็ถือว่าเป็นน้ำทิพย์ชะโลมใจ
5 ม.ค. เวลา 06:12
1

สัพเพเหระbyประสบการณ์ล้วนๆ

เดี๋ยวนี้รวยแล้วนี่ ยกไม่ไหวแดกเซปเป้ำปอีกขวดละกัน
5 ม.ค. เวลา 06:04
3