24 ม.ค. เวลา 03:10Business

IQAir เจ้าของแอปพลิเคชัน AirVisual คือใคร?

หากพูดถึงแอปพลิเคชันที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดในเวลานี้

หลายคนอาจไม่เชื่อว่ามันคือแอปพลิเคชันเช็กมลพิษทางอากาศอย่าง AirVisual

ซึ่งตอนนี้ก็ติดอันดับหนึ่งทั้ง App Store และ Google Play ของประเทศไทย

แล้วแอปพลิเคชันนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร

เป็นของคนไทยหรือต่างชาติ?

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..

หลายคนอาจจะคิดว่าแอปพลิเคชันนี้เป็นเพียงแอปพลิเคชันรายงานอากาศทั่วไป

แต่ความจริงแล้ว AirVisual นั้น เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทผู้ผลิตเครื่องกรองอากาศชื่อดังของโลก

จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ชื่อว่า IQAir

และก็แน่นอนว่า ธุรกิจหลักๆ ของบริษัทนี้ก็คือ ขายเครื่องกรองอากาศนั่นเอง

ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล

และถูกนำไปติด ตามสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาลต่างๆ

ในขณะที่เครื่องกรองอากาศที่ใช้ตามบ้านทั่วไป ก็มีจำหน่ายเช่นกัน

แต่ก็ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ

ถึงแม้ว่าจะมีประสบการณ์ และมีชื่อเสียงในแวดวงนี้มานานกว่า 50 ปี

แต่เรื่องที่ทำให้ IQAir นั้นประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากขึ้น คงเป็นเรื่องของโรค SARS ที่ระบาดในฮ่องกงอย่างหนัก ในช่วงปี 2003

ซึ่งเวลานั้น เครื่องกรองอากาศทั่วไป ยังไม่สามารถกรองอนุภาคที่มีขนาด 0.3 ไมครอนหรือใหญ่กว่า ได้เกิน 99.97% ตามมาตรฐานกำหนด

มีเพียง IQAir ที่ผ่านการทดสอบ และถูกนำมาพัฒนาเป็นเครื่องกรองอากาศ เพื่อใช้ลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส SARS

จนในที่สุด IQAir ก็ได้พัฒนาไส้กรอง ที่ชื่อว่า HyperHEPA ที่สามารถกรองได้แม้กระทั่งเชื้อไวรัส SARS นั่นเอง

แล้วเชื้อไวรัส เล็กแค่ไหน?

อย่าง ฝุ่น PM2.5 จะมีขนาดเท่ากับ 2.5 ไมครอน ซึ่งก็สามารถใช้ไส้กรอง HEPA ทั่วไปที่มีขนาด 0.3 ไมครอนกรองได้ แต่สำหรับเชื้อไวรัสนั้นจะมีขนาดเล็กมาก อยู่ที่ 0.004 - 0.1 ไมครอน ซึ่งต้องใช้แผ่นกรองที่ละเอียดมากๆ โดย HyperHEPA นั้นมีขนาดเพียง 0.003 ไมครอนเท่านั้น

หลังจากที่พัฒนาสำเร็จ HyperHEPA ก็ได้ถูกติดตั้งตามโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพในฮ่องกงกว่า 150 แห่ง เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของโรค SARS

และปัจจุบัน ไส้กรอง HyperHEPA นี้ก็ยังถูกติดตั้งในเครื่องกรองอากาศที่จำหน่ายให้คนทั่วไปอีกด้วย

ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในข้อแตกต่าง ทำให้เครื่องกรองของ IQAir นั้นมีราคาค่อนข้างสูงนั่นเอง

นอกจากเครื่องกรองอากาศแล้ว

IQAir ก็ได้เริ่มผลิต เครื่องวัดมลพิษในอากาศ อย่าง AirVisual Pro

ทำให้สามารถตรวจสอบสภาพอากาศในบริเวณที่ตัวเองอยู่ได้ทันที

โดยผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่อง AirVisual Pro นั้น จะสามารถเป็นหนึ่งในผู้ร่วมรายงานปริมาณฝุ่นในบริเวณนั้นได้

และนี่ก็คือที่มาของแอปพลิเคชัน AirVisual นั่นเอง

แอปพลิเคชัน AirVisual แสดงปริมาณฝุ่นทั่วโลก โดยแสดงผลรูปหน้าคน ที่เปลี่ยนไปตามความรุนแรงของมลพิษทางอากาศที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

ซึ่งข้อมูลจะรายงานตามค่ามาตรฐาน Air Quality Index (AQI) และแสดงคำเตือนไว้อย่างชัดเจน ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลเพียงพอที่ทำให้แอปพลิเคชันนี้กลายเป็นแอปพลิเคชันตรวจสอบมลพิษทางอากาศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้

ก็น่าติดตามต่อไปว่า ในอนาคต จะมีแอปพลิเคชันอื่นเข้ามาแทนที่หรือไม่

แล้ว IQAir จะมีกลยุทธ์อะไรมากขึ้นอีกเกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในครั้งนี้

เพราะปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าตัวเครื่องกรองอากาศอาจจะไม่เป็นที่นิยมมากนักในไทย แต่ตอนนี้แอปพลิเคชัน AirVisual นั้นก็สามารถเข้าถึงคนไทยได้นับล้านคนเลยทีเดียว..

มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันกรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองที่มีผู้ติดตามสภาพอากาศในแอปพลิเคชัน AirVisual มากที่สุด โดยมีผู้ติดตามมากถึง 7.5 ล้านคน

ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้า AirVisual แสดงโฆษณาในแอปนี้ ก็น่าจะมีคนดูมากกว่า โฆษณาในทีวีบางช่องของประเทศไทยเสียอีก..

MaiMaShare
ปกติใช้อยู่ค่ะ เห็นทีไรก็ตกใจกับค่าที่เห็นทุกที แอบคิดว่าเชื่อใจได้แค่ไหน 😂 ตอนนี้คงต้องมาดูประเทศที่เราอยู่ด้วย จะเป็นลมเข้าไปอีก สูงจัด ม่วงไปเลยคร่าวันนี้
26 ม.ค. เวลา 11:36
Happiness D.I.Y. by Schoko
เยี่ยมเลยค่ะ 👍
24 ม.ค. เวลา 10:14
Tana Bullachai
รายงานสภาพตัวเลขไม่เท่ากับAir4Thai เราจะเชื่อใครล่ะ
24 ม.ค. เวลา 08:07
เรวดี ศรลัมพ์
ขอบคุณappค่ะ
24 ม.ค. เวลา 08:05
Sukritta Churasri
แอพนี้ดีมากค่ะ นิสาดูทุกวันคอยตามข่าวฝุ่นให้ญาติๆต่างจังหวัดด้วย
24 ม.ค. เวลา 07:44
24 ม.ค. เวลา 07:13
2
สุที วงค์ละคร
เเสดงผลบ่อยๆ ให้เห็นบ่อย คนที่เห็นบ่อยมีโอกาสซื้อมากขึ้น คนเห็น 1 ล้านคน ขายได้ 1000 เครื่องก็คุ้มเเล้ว
24 ม.ค. เวลา 06:13
อิ่มบุญ
อิ่มบุญใช้ App นี้อยู่ครับ ตอนแรกมีปัญหาหมุนติ้ว รีบเช็คใหญ่ แต่ลืมไปว่าไม่ได้เติมเงินค่าเน็ต
24 ม.ค. เวลา 06:04
Mint Talk
ถ้าข้อมูลในappมีเฉพาะจากเครื่องของลูกค้า แปลว่าทุกวันนี้ในไทยเรามีคนมช้เครื่องของเขาเยอะเหมือนกันนะครับ ที่สำคัญคือน่าจะตั้งไว้กลางแจ้งหรือที่ๆมีอากาศถ่ายเทด้วย สมมติถ้าลองคิดเล่นๆว่าลูกค้าซื้อไปตั้งในห้องนอน ค่าที่เครื่องอ่านได้จะไม่ทำให้ค่าคุณภาพอากาศในพื้นที่นั้นเพี้ยนไปหมดหรอครับ
24 ม.ค. เวลา 05:59
2
24 ม.ค. เวลา 05:08