14 ก.พ. เวลา 12:00Business

✈️ อยากให้สินค้าไทยโด่งดังไปทั่วโลก ทำอย่างไรดี? (1)

หากเพื่อนๆมี สินค้าอาหาร,ของกิน แล้วอยากส่งออกไปทั่วโลก สิ่งที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ ตลาดในประเทศ นี่แหล่ะ

คิดภาพอยากส่งออกไปจีน คนจีนก็คงถามและเช็คว่า แบรนด์คุณในประเทศนี่เจ๋งจริงรึเปล่า??...

อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ ตลาดในประเทศที่ต้นทุนขนส่งไม่แพงมาก ก็เป็นข้อได้เปรียบ เทียบกับต่างประเทศที่ต้นทุนค่าขนส่งจะสูงกว่า แถมยังต้องดูเรื่องเอกสารส่งออกด้วย...

ตลาดในประเทศ จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี!

วันนี้แอดมินจะมาเล่าตัวอย่างสินค้า ของอาจารย์แอดมินเอง ที่ตอนเรียนอาจารย์ บอกว่าขออุบไว้ก่อน

และล่าสุดอาจารย์เพิ่งแชร์ บอกลูกสาวคนใหม่เพิ่งคลอด ก็คือ พึ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ออกมา

สินค้า นั่นก็ตามรูปหน้าปกเลย ก็คือ "Ready to Smoothies" มะม่วงน้ำดอกไม้ "พร้อมปั่น"

เราไปดูกรณีศึกษาจากสินค้าชิ้นนี้กันเลย

1) เราก็ต้องเริ่มจากกำหนด กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ในกรณีนี้ ก็คือ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร โรงแรม ซึ่งหากบอกแค่นี้ก็จะยังกว้างไปหน่อย

2) ขั้นตอนต่อไป เหล่าเถ้าแก่น้อย(ผู้ประกอบการ) ก็ต้องระบุ Persona หรือบุคลิกลักษณะของลูกค้าเป้าหมายออกมา

ซึ่งก็อาจเจาะเพิ่มได้ว่า เริ่มจากร้านในไทยนี่หล่ะ ที่ต้องการเพิ่มยอดขายโดยการเพิ่มเมนูน้ำผลไม้ปั่น (Non-Coffee)

3) แล้วลูกค้าเหล่านี้ เขามี "ปัญหา" หรือสตาร์ทอัพ ชอบพูดภาษาอังกฤษทับศัพท์ว่า "Pain" อะไร

ถ้าฉายภาพไปที่ในครัว ก็อาจปวดหัว ที่ต้องเสียเวลามาพัฒนาเมนูใหม่ ต้องวุ่นวายเตรียมวัตถุดิบ (ในที่นี้คือ มะม่วงสด) ซึ่งวัตถุดิบก็คุมความหวาน และรสชาติลำบาก

หรือหากจะใช้มะม่วงฟรีซแช่แข็ง ก็รสชาติไม่ใช่ และก็ต้องหาตู่แช่ มาจัดการวัตถุดิบอีก

สุดท้าย อาจบานปลายทั้งต้นทุน และคุมคุณภาพไม่ได้

4) เมื่อปัญหา หรือ Pain ชัดเจน ก็เตรียมตัวพัฒนาทางแก้ปัญหา หรือ Solution กันเลย

ข้อดีของอาจารย์แอดมิน ก็คือ การต่อยอดจากผลิตภัณฑ์มะม่วงกระป๋องพร้อมทาน อยู่แล้ว

ที่ต้องทำเพิ่มก็คือ การพัฒนาสูตร บรรจุภัณฑ์ ให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยได้มาเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ฉีกซอง ปั่นพร้อมน้ำแข็ง แล้วก็ได้สมูทตี้ พร้อมทานได้เลย ไม่ยุ่งยาก

ตัวสินค้าเองก็เก็บที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ต้องแช่เย็น ได้นานถึง 4 เดือน ซึ่งก็น่าจะเพียงพอสำหรับการขายในประเทศ

5) ก็ต้องดูว่าสินค้านี้จะปัง ติดตลาดหรือไม่ ก็อยู่ที่การดำเนินการ ทั้งคุณภาพของตัวสิน้ค้าเอง, ด้านการตลาด, การกระจายสินค้า, และบริการหลังการขาย

6) ส่วนตัวแอดมิน ต้องบอกว่าคอนเซ็ปต์สินค้า ก็โดนใจตั้งแต่ฟังตอนที่เรียนแล้วหล่ะ

จริงๆ อาจได้ลูกค้ากลุ่มใหม่คือ กลุ่มคนอยู่บ้าน อยากทานสมูทตี้ปั่นขึ้นมา ก็เดินไปหยิบในครัวมาปั่นทานเอง (ราคาก็มิตรภาพนะ ช่วงโปร 25 บาท)...

หากในประเทศประสบความสำเร็จ ต่างประเทศก็น่าลุ้น!

7) กล่าวโดยสรุปอีกครั้ง ก็คือ เริ่มจากการมองหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยลงลึกถึง Persona ของลูกค้า

แล้วก็ลองดูว่า ปัจจุบันลูกค้ามี "ปัญหา" อะไรที่ยังแก้ไม่ตก ที่สำคัญคือ ลูกค้า "จ่ายเงิน" เพื่อแก้ปัญหานั้นอยู่หรือไม่ โดยหากลูกค้า แค่บ่น แต่ก็ยังยอมรับความเจ็บปวด ก็แสดงว่า ปัญหานั้นไม่ได้ใหญ่โตอะไร

จากนั้น เราก็ดูว่า เรามีทางเลือกใหม่ที่จะแก้ปัญหาให้ลูกค้าหรือไม่

หากสินค้าหรือ บริการของเรามัน "ใช่" คือ ตอบโจทย์ลูกค้า โดยลูกค้ายอมจ่ายเงินซื้อ เราก็จะรู้สึกฮึกเหิมไปขั้นหนึ่งหล่ะ

แต่จะดีกว่านั้นหากลูกค้าคนเดิม แวะเวียนกลับมาซื้อซ้ำ

และจะดีที่สุด หากลูกค้าชวนเพื่อนมาอีก 10 คน ให้มาซื้อสินค้าเราด้วย

ถ้าเป็นแบบนั้น ก็คงเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้วหล่ะ!

หากในประเทศสำเร็จ ต่างประเทศ และคนที่อยู่ต่างประเทศเขาดันมีปัญหาเดียวกับไทย เราก็น่าจะมีโอกาสส่งออกสินค้าได้

สำหรับการทำธุรกิจรวมไปถึงการบุกต่างประเทศ แอดมินคุยกับเพื่อนๆ ที่ไปอบรมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมฯ ว่า สิ่งที่คนไทยช่วยกันได้ก็คือ การสนับสนุนสินค้าไทย หรือ ใช้แนวทาง "กัลยาณมิตรโมเดล"

คือ ช่วยเหลือกันทางธุรกิจ โดยเฉพาะเวลาที่จะบุกต่างประเทศ ก็ควรไปด้วยกัน อย่ามองว่าเป็นคู่แข่งกันเลย

เพราะแค่บุกเข้าไปแข่งกับ เถ้าแก่ในประเทศจีนก็ปาดเหงื่อละ

เหมือนอย่างบทความตอนที่แล้ว ลองคิดภาพว่าเจอเสือสิงห์กระทิงแรดในจีน ที่พร้อมจะลอกเลียนแบบสินค้า และทำทุกอย่างเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดมาให้ได้ แค่คิดก็เหนื่อยละ แต่อย่าท้อ

ที่สำคัญก็ต้องเรียนรู้ที่จะป้องกันไม่ให้สินค้าโดนเลียนแบบด้วย (ซึ่งต้องโดนอยู่แล้ว)

ตัวอย่างง่ายๆ เครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ และโดเมน (เว็บไซต์) นี่ต้องเช็คเอาไว้ก่อน ถึงแม้แบรนด์ยังไม่ดังมาก เพราะถ้ารอให้ดัง เขื่อได้ว่า คนจีน จดแบรนด์ให้คุณไปเรียบร้อยแล้ว

สำคัญที่สุดคือ "แบรนด์" ต้องชัดเจน สื่อสารให้ผู้บริโภคเห็นว่า หากซื้อสินค้าของแท้ จะได้ของที่มีคุณภาพจริงๆ คือ ต้องแข่งเกมส์คุณภาพ เพราะหากคิดจะไปสู้ราคากับคนท้องถิ่น ต้องบอกว่าเราคงสู้ยาก

ซึ่งหากผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าหรือบริการของเรา ก็ถือว่ามีความหวังละ

หากใครตามบทความเมื่อวานนี้ หวัง ชิง CEO ของบริษัท Meituan (แอปพลิเคชันที่ทำได้ทุกอย่างทั้งสั่งอาหาร รีวิวร้านอาหาร) ได้โพสในโซเชียลมีเดียจีน Weibo ในวันที่ก่อตั้งบริษัท Meituan เอาไว้ว่า

"ทุกๆครั้งที่คุณจ่ายเงิน (ซื้อสินหรือบริการ) คุณกำลังโหวตว่าคุณอยากให้โลกในอนาคตเป็นอย่างไร"

หากแบรนด์ของคุณชัดเจน และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น เชื่อเหลือเกินว่าต้องมีคนที่พร้อมจะโหวตให้คุณ...

💡ไม่อยากพลาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ และกลยุทธ์ทางธุรกิจ

กดติดตาม "นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า"

https://zupports.co

และหากต้องการปรึกษาเรื่องนำเข้าส่งออก แอดไลน์ @zupports ได้เลย

http://bit.ly/35Rh2ql

ลงมือทำ
เพจนี้มีสาระมากครับ
15 ก.พ. เวลา 03:01
🍀หมอยาท่าBD🍀
ขอบคุณข้อมูลครับพี่นำเข้า
15 ก.พ. เวลา 01:44
อิ่มบุญ
ขอบคุณสำหรับการแชร์สิ่งดีๆให้ฟังครับ
15 ก.พ. เวลา 01:16
แม่เชียวนะ
เยี่ยมไปเลย ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
14 ก.พ. เวลา 22:25
14 ก.พ. เวลา 18:05
Happy Life 😊
สุดยอดครับ
14 ก.พ. เวลา 16:22
14 ก.พ. เวลา 16:04
Life Love&Laugh
สุดยอดนะครับ
14 ก.พ. เวลา 15:53
เรื่องเล่าจากดาวนี้
ว้าว สุดยอดมาก ๆ เลยนะคะ ทั้งแนวคิด และการทำการตลาดเลยค่ะ น่าลองซื้อมาทดลองดื่มบ้างเลยนะคะ 😋
14 ก.พ. เวลา 14:27
Blockพูดได้byข้าวน้อยฯ
คนไทยเก่งไม่แพ้ใคร
14 ก.พ. เวลา 12:55