โพสต์


#จีนกับกลยุทธหน้ากากสันถวไมตรี

หลังจากที่จีนเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์เชื้อไวรัสระบาด กลับมาตั้งหลักได้ ผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมาก ทีมคุณหมอ และพยาบาลอาสา ต่างเริ่มทยอยกลับบ้านกันแล้ว ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ถึงตอนนี้ พี่จีนของเราก็ประกาศพร้อมแล้วสำหรับบทบาทใหม่ นั่นคือ "กัปตันไชน่า" เพื่อกอบกู้โลก

โดยที่ทางจีนได้บริจาคหน้ากากอนามัยจำนวนนับล้านชิ้น ไปยังประเทศที่กำลังเจอวิกฤติหนักๆ ทั้งในยุโรป เอเชีย อเมริกากลาง อาฟริกา แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจำนวนหน้ากากของรัฐบาลจีน นั้น ไม่รวมกับของแจ็ค หม่า อีกต่างหาก

นอกจากจะส่งหน้ากากแล้ว รัฐบาลจีนยังส่งชุดอุปกรณ์การแพทย์จำนวนมากไปยังประเทศต่างๆ จัดทีมแพทย์ลงพื้นที่ให้ และบริจาคเงินกว่า 20 ล้านเหรียญให้กับองค์การอนามัยโลก เพื่อสู้ศึกไวรัส Covid-19 โดยเฉพาะ

นโยบายของจีนครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ Mask Diplomacy หรือหน้ากากสันถวไมตรี เพื่อล้างภาพลักษณ์ที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางการแพร่เชื้อไปสู่ชาวโลก อาจเป็นส่วนหนึ่งของการไถ่บาปของจีน

บางคนก็มองว่า มันไม่ใช่เรื่องบุญ-บาป ที่ไหนหรอก ทางจีนน่าจะมองไกลถึงการรักษาผลประโยชน์ของประเทศที่อยู่ในเส้นทาง Belt and Road Initiative หรือ BRI อภิมหาโปรเจคของจีน ที่มีเม็ดเงินลงทุนมากที่สุดในโลก เชื่อมต่อทวีปเอเชีย ยุโรป และอาฟริกาเข้าด้วยกัน และได้รับการขนานนามว่ามันจะเป็น "เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21"

ตั้งแต่เกิดวิกฤติไวรัส ทำให้จีนเสียรังวัดไปพอสมควร ยิ่งผลกระทบกลายเป็นวิกฤติไปทั้งโลก ก็ยิ่งทำให้แผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจีนผ่าน BRI ยิ่งล่าช้าเข้าไปอีก

และจากการที่สหรัฐเดินหน้าประกาศสงครามการค้ากับจีนแบบหักดิบ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเบรคอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีน ที่จะทะลักทลายมากับเส้นทาง BRI นี้เช่นกัน

ดังนั้น ถ้าจะเดินหน้าต่อเส้นทางให้สำเร็จ วิกฤติครั้งนี้ จีนจะรอดคนเดียวไม่ได้ ต้องฉุดพันธมิตรที่อยู่ในเส้นทาง BRI ให้ลุกขึ้นมาได้ด้วย หรืออย่างน้อยเป็นการแสดงออกในฐานะหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ ที่เคยได้ช่วยเหลือกันไว้ในยามยาก

แต่วันนี้ สำนักข่าว South China Morning Post ได้วิเคราะห์ไว้ว่า เนื่องจากวิกฤติไวรัส Covid-19 มันกระจายไปทุกทิศ ทุกทาง ทั่วโลก ทำให้จีนต้องแสดงบทบาทที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มประเทศที่เป็นเส้นทางของ BRI เท่านั้น

อาทิ ศรีลังกา ที่จีนอนุมัติเงินกู้ฉุกเฉินดอกเบี้ยต่ำให้ เพื่อไปลงทุนพัฒนาระบบสาธารณสุขอย่างเร่งด่วนรับมือไวรัส หรือประเทศเซอร์เบีย ที่อยู่นอกกลุ่ม EU จีนก็รีบส่งทีมแพทย์เข้าไปให้ทันที

นอกเหนือจาก หน้ากาก อุปกรณ์ และทีมแพทย์ จีนยังจัด Video Conference สัมมนาวิชาการกับทีมแพทย์ในยุโรป อาฟริกา แชร์ข้อมูลด้านการแพทย์กัน

หลายฝ่ายจึงมองว่านี่เป็นโอกาสทองของจีนที่จะสร้างเครือข่ายเส้นทางที่กว้างไกลยิ่งกว่า BRI

นั่นก็คือ "Health Silk Road" เส้นทางสายไหมแห่งสาธารณสุข ที่จะมีจีนเป็นผู้นำ ผ่านกลยุทธ Mask Diplomacy หรือ หน้ากากสันถวไมตรีนี่เอง

ในยามที่ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ยังมีปัญหาถึงขนาดต้องตัดความช่วยเหลือแม้ในกลุ่มประเทศพันธมิตรใกล้ชิดอย่าง EU ไปก่อน ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้จีนมีความพร้อมกว่า ทั้งในด้านการผลิต ทั้งชุดหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์การแพทย์ ทีมแพทย์ พยาบาล ที่ลงสนามจริงมาแล้วกว่า 3 เดือน และที่สำคัญที่สุดคือ ประสบการณ์โกงตายในช่วงที่เลวร้ายที่สุดมาแล้ว

ก็ต้องมาพิสูจน์บทบาทของกัปตันไชน่าครั้งนี้ ว่าจะช่วยโลก พลิกสถานการณ์ครั้งนี้ได้หรือไม่ และเส้นทางสายไหมแห่งสาธารณสุข จะเป็นสะพานเชื่อมโลกในมิติใหม่ที่นอกเหนือจากด้านเศรษฐกิจ และการลงทุนได้หรือเปล่า ก็ต้องติดตามกันดูนะคะ

แหล่งข้อมูล

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
tmv ZUCK
ชอบบทความนี้มากมากขอบคุณนะครับ
23 มี.ค. เวลา 04:45
1
Avatar series2
ชอบคำว่า"หน้ากากสันถวไมตรี"จัง
21 มี.ค. เวลา 13:29
1
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
ส่งไปเชื่อมสัมพันธ์ค่า 😀
21 มี.ค. เวลา 13:35
2
มุมมอง...ชาวบ้าน🌱🌱
อย่างน้อยก็ต่อลมหายใจ👍
21 มี.ค. เวลา 12:50
1
หนูมาลี
ถือเป็นไมตรีอันดีด้วยค่ะ
21 มี.ค. เวลา 12:37
2
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
จริงค่า😀
21 มี.ค. เวลา 12:45
ลั่นทุ่ง อินเตอร์
ต้องจับตามอง
21 มี.ค. เวลา 12:25
1
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
ถ้ามีอะไรน่าสนใจเดี๋ยวมาอัพเดทอีกนะคะ
21 มี.ค. เวลา 12:45
21 มี.ค. เวลา 13:37
Druggood.com​
บทบาทผู้นำต้องแบบนี้แหละ
21 มี.ค. เวลา 12:17
2
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
มีกำลังด้วย ทุนหนาด้วยค่า 😀
21 มี.ค. เวลา 12:43
21 มี.ค. เวลา 11:40
2
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
คิดใหญ่ ทำใหญ่ สมเป็นพี่จีนจริงๆค่ะ
21 มี.ค. เวลา 12:42
3