โพสต์


26 มี.ค. เวลา 06:59COVID-19

The Future after COVID

ตั้งแต่ต้นอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสคุยกับผู้บริหารขององค์กรต่างๆ มากมาย ผ่านเฟสบุ๊คไลฟ์ ในกลุ่ม “รวมพลัง ผู้นำเข้มแข็ง”

ผู้บริหารส่วนใหญ่ มองไปไกลกว่าโควิดแล้วครับ เพราะพวกเขาเชื่อว่า “วิกฤตมีวันจบ” แต่หลังจากนั้นซิ เป็นเรื่องน่าคิด

หลายอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะกลายเป็น “สิ่งปกติใหม่”​ (New Normal) ในวันหน้า

ผมคิดทบทวนไปมา พบว่า “อนาคตหลังโควิด” การเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ มาแน่ !

1. การใช้เทคโนโลยีในการทำงาน - ในช่วงนี้ ผมว่าคนไทยมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการทำงานมากขึ้น เมื่อก่อนคนอาจไม่ค่อยรู้จัก Zoom, Google Meet, Web Ex ฯลฯ แต่เดียวนี้ กลายเป็นเรื่องปกติ

2. การทำงานและการประชุมจากที่บ้าน - เมื่อก่อน การทำงานที่บ้านเป็นเพียงนโยบายที่องค์กรใช้ในการโฆษณาชวนเชื่อ แต่ในความเป็นจริง มีคนทำงานจากบ้านหรือไม่ต้องเข้าออฟฟิศน้อยมาก แต่จากนี้ไป WFH จะกลายเป็นเรื่องปกติ ที่ยอมรับได้

3. การเพิ่มขึ้นของคนทำงานแบบฟรีแลนซ์ (Freelancer) หรือกิ๊กเวิร์คเกอร์ (Gig Worker) - เมื่อเกิดวิกฤต ยอดขายตก กำไรหด ก็ต้องลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย หลายองค์กรให้พนักงาน Leave without pay บางแห่งโชคร้ายสู้ภัยต่อไปไม่ไหวก็เลิกจ้าง หันไปจ้างพนักงานชั่วคราวหรือ outsource แทน ส่วนคนที่ตกงาน แต่มีความสามารถ ก็หันไปรับงานเป็น Job-Job หลังวิกฤต โมเดลการทำงานแบบนี้ ก็คงจะดำเนินต่อไป

4. การกระจายความเสี่ยงในการดำเนินชีวิต - คนไทยเริ่มตระหนักแล้วว่า การใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตระกร้าใบเดียว โดยไม่กระจายความเสี่ยงเลย เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาด สถานการณ์โควิดและผลกระทบในครั้งนี้ ทำให้คนตระหนักว่า การพึ่งพิงแหล่งรายได้แหล่งเดียว หรือทั้งครอบครัว มีคนทำงานคนเดียว เสี่ยงเกินไป

5. ความตื่นตัวต่อเทคโนโลยี - สถานการณ์โควิด เป็นเหมือนคันเร่งที่ผลักดันให้เทคโนโลยี เข้ามามีอิทธิผลต่อชีวิตคนไทย เร็วกว่าที่คิด คนรุ่นเก่าๆ ที่เคยกลัวและปฏิเสธเทคโนโลยี ก็ต้องกลับมาสนใจ เพราะชีวิตจะเดินต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่เปิดรับเทคโนโลยี

6. กฎหมายและกติกาที่ล้าหลัง - สถานการณ์นี้ ทำให้รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลกฎหมายและกติกาของบ้านเมือง ได้รู้ว่ามีข้อกำหนดอะไร ที่ล้าสมัย ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงบ้าง หลังวิกฤต คงได้เห็นการสังคายนากันยกใหญ่

7. การเรียนออน์ไลน์ - ในแวดวงการศึกษาที่ผ่านมา E-Learning ถือเป็นของแสลง ไม่ว่าโปรแกรมการเรียนรู้ดีๆ แบบนี้ จะประสบความสำเร็จมาจากประเทศไหนก็ตาม สุดท้ายก็ตกม้าตายกับคนไทย แต่จากนี้ไป การเรียนรู้แบบออนไลน์ จะกลายเป็น New Normal ไม่ใช่เฉพาะคนทำงาน แต่เริ่มต้นกันตั้งแต่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา เลยทีเดียว

8. การวัดประสิทธิภาพในการทำงาน - จะเปลี่ยนจากการให้ความสนใจใน Input เช่น ต้องเริ่มทำงานกี่โมง เลิกกี่โมง มาเป็นการวัดความสำเร็จจาก Output เช่น จำนวนชิ้นงานที่ส่ง หรือคุณภาพของงานที่ทำ แทน โดยไม่สนใจว่าจะใช้เวลาไหนในการทำงานหรือจะทำงานที่ไหน

9. ความรู้สึกที่มีต่อผู้นำ - เรื่องสุดท้าย เป็นของแถม โบราณว่า “สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” ในขณะเดียวกัน ผมว่า “สถานการณ์ก็ทำลายวีรบุรุษ” ได้เช่นเดียวกัน ในช่วงวิกฤตแบบนี้ ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของผู้นำหลายๆ คนตั้งแต่ระดับโลก ระดับประเทศ ระดับองค์กร ไปจนถึงระดับครอบครัว ใครตัวจริง ใครตัวปลอม เห็นได้ทันที

ท่านผู้อ่านมีข้อ 10 ที่จะเพิ่มเติมไหมครับ ... ถ้ามี ลองแลกเปลี่ยนกันดู

“Leadership Hacks by Apiwut” สนใจเกร็ดความรู้ ทุกเช้าแบบสดใหม่ ติดตามได้ที่ Blockdit : http://bit.ly/38yuMHB

Vichien Jentrakulroj
ในอนาคต. การทำงานจะวัดผลกันแค่ 2ด้านที่สำคัญ คือ ความสามารถและความรับผิดชอบ. ดังนั้น. การแข่งขันจะเพิ่มขึ้น ถ้าไม่อยากพ่ายแพ้ ต้องฝึกฝนตั้งแต่วันนี้
วันนี้ เวลา 08:13
คุณรู้หรือไม่?
เเวะมาติดตามครับ
วันนี้ เวลา 07:27
1
chaiyawat thonsawan
เศรษฐกิจใหม่ในโลกนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังเกิดในไทยต่อไป เขาเรียกว่า New Normal หรือ ภาษาไทย คือ เศรษฐกิจในรูปแบบปกติใหม่ หรือบริบทใหม่ คือมันจะเปลี่ยนไปใหม่และไม่กลับมาจุดเดิมแล้ว
27 มี.ค. เวลา 15:51
1
สำนวนอังกฤษเจ๋งๆ
มีประโยชน์มากครับ
27 มี.ค. เวลา 14:19
1
นักเรียนเงิน (Money Learner)
สิ่งสำคัญคือเราได้เรียนรู้อะไรจากวิกฤตช่วงนี้ แล้วจะนำไปพัฒนาต่อหรือไม่ ขอบคุณสำหรับบทความนะคะ
27 มี.ค. เวลา 07:30
1
Porpiang
คนมีน้ำใจ คนเห็นแก่ตัว จะแสดงตัวตนที่แท้จริงให้เห็น
27 มี.ค. เวลา 02:26
2
Benjioni
บทความดีมีประโยชน์มากครับ
27 มี.ค. เวลา 02:17
1
Ameenah
👏👏👏
27 มี.ค. เวลา 02:10
1
Supap Thongsai
ขอบคุณข้อมูลดีๆ ค่ะ
27 มี.ค. เวลา 02:04
1
วิทยา
คนที่อยู่บนพื้นฐานการผลิตของตนเอง เช่นการเกษตรผสมผสาน จะรอดครับ แค่เห็นการกักตุนอาหารและไข่แพง ก็พอมองออกแล้ว เพราะไม่ต่างกับสงครามเชื้อโรค
27 มี.ค. เวลา 01:15
2