2 พ.ค. 2020 เวลา 08:42 • การศึกษา
📚รู้ไว้ได้ประโยชน์
วันนี้พี่ตาขอเปิดประเด็น ด้วยคำพูดที่คุ้นหูของเรา ก็คือ คำว่า "รู้ไว้ได้ประโยชน์"
พี่ตาเขียนบล็อกดิต มาหลายวันแล้วแต่ก็ยังไม่เริ่มเข้าเรื่องแบบประกันซะทีนึง แบบประกัน คือแก่นของการเลือก
เลือกประกันด้วยความเข้าใจ
เลือกเพราะยอมรับในข้อดี ข้อด้อย เลือกในแบบที่ตรงกับเป้าหมายที่เรามี บนพื้นฐานความเข้าใจ จะได้ ไม่ทำประกัน แล้วทิ้ง แล้วบอกทำประกัน เพราะตัวแทนมาตื้อ มาขอให้ช่วย ก่อนจะช่วยใคร ให้มั่นใจว่าผู้ทำเข้าใจจริง จึงจะเกิดประโยชน์ทุกฝ่าย ประกันไม่เข้าใจอย่าทำ
1
ทำไมพี่ตาชอบย้ำ คะว่าไม่รู้ ไม่เข้าใจอย่าทำ อันนี้ตามประสบการณ์
นะคร้า คนส่วนใหญ่ คือ ทำประกันเพราะไม่เข้าใจ ผ่านไปปี 2 ปี ตัวแทนไม่เข้าไปบริการ ไม่มาเก็บเบี้ย ไม่มาเยื่ยม ขอยกเลิก เวลาเรายกเลิก ผู้เสียประโยชน์ คือ ตัวเราน๊า
แล้วจะมาขอทำประกันกับพี่ตา
ห๊า เดี๋ยวก่อน พี่ตา ไม่เข้าไปเก็บเบี้ยนะ ไม่ไปเยื่ยม ที่ รพ.ด้วย แต่ถ้าต้องการคำแนะนำ ส่วนลดต่างๆ จากรพ. พี่ตามีบริการให้ แต่รับรองคือ คุณจะเข้าใจประกัน และเก็บรักษา เพราะว่า มันเป็นประโยชน์ กับครอบครัว 55555 ไม่ใช่เพราะตัวแทนไม่แนะนำ
2
เอาน่าถ้าคุณรู้จักคุณจะรักการทำประกัน แม้ไม่มีตัวแทนคุณจะเก็บมันไว้...เข้าเรื่องจ้า
วันนี้ถึง เวลาฤกษ์งามยามดีสักที
มาทำความรู้จักประกัน อย่างจริงๆ จังๆ ซะที หนึงว่า
ประกันชีวิต มีกี่ชนิด ❓
1. มีเงินปันผล
2 ไม่มีเงินปันผล
แล้วประกันชีวิต ยังแบ่งออกเป็น อีก 3 ประเภท
- ประเภทแรกสามัญ
- ประเภทกลุ่ม
- และประเภท อุตสาหกรรม
พี่ตาจะยังไม่ขออธิบายเรื่องชนิด หรือ ประเภท ว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขแบบไหน แต่อยากให้ทุกคน
ทำความรู้จัก กับ ประกัน 4 แบบที่อยู่คู่คนไทยมาเกือบ 100 ปี
ประกัน 4 แบบ ดีอย่างไร ❓
Cr.Canva
วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของแบบสำหรับประกันชีวิต ก่อนแล้วกัน
เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประกัน และกำลังอยากรู้ว่าแบบไหนเหมาะกับใคร แล้วควรจะเลือกแบบไหนให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง
1.แบบชั่วระยะเวลา (TERM)
แบบชั่วระยะเวลา (Term) เป็นแบบประกันชีวิตที่เน้นความคุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว
✅มีข้อดี คือให้ความคุ้มครองค่อนข้างสูงเบี้ยถูก เหมาะกับคนที่มีภาระหนี้สิน หรือ ต้องการทุนประกันสูงๆ
❌ข้อเสีย คือ เกิดเหตุให้ความคุ้มครอง ไม่้เกิดเหตุ เงินที่จ่าย เท่ากับ ศูนย์
โดยมีระยะเวลาคุ้มครองและระยะเวลาชำระเบี้ยตามที่แต่ละแบบกำหนด เช่น 10/10 ,15/15 หรือ 20/20 ประกันแบบนี้ไม่มีการสะสมทรัพย์รวมอยู่ด้วย
เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วจึงไม่มีเงินคืนใดๆให้แก่ผู้เอาประกัน
2. แบบตลอดชีพ (Whole Life)
1
แบบตลอดชีพ (Whole Life)
เป็นแบบที่เน้นคุ้มครองชีวิตระยะยาว หรือบางทีแบบประกัน แบบนี้จะถูกเรียกตามลักษณะ ของมัน คือ Protection หรือ แบบที่เน้นการปกป้องมากกว่าเก็บออม โดยจะชำระเบี้ยประกันระยะหนึ่ง แต่คุ้มครองตลอดชีวิต เช่น ชำระ 5 ,10 ,15 , 20 ปี หรือชำระจนครบอายุ 99 ปี คุ้มครองถึงอายุ 89,90 จนกระทั่ง 99 ปี ซึ่งส่วนมากแบบประกันแบบนี้มักจะให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี โดยถ้าผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่ถึง 99 ปี ก็จะได้รับเงินครบกำหนดสัญญาตามที่ตกลงไว้กับบริษัทประกัน
2
✅ข้อดี คือ ให้ความคุ้มครองสูง เบี้ยถูก
แต่ไม่สูงและถูกเท่าแบบแรก แต่ยังมีมูลค่าเงิน หากส่งไปสักระยะ เกิดเดือดร้อน ยังมีมูลค่าเวนคืน ซึ่งสามารถ กู้ ยืม หรือ เวนคืนมาใช้ได้
❌ข้อเสีย คือ เป็นการเอาเงินปัจจุบัน ไปจ่ายความคุ้มครอง ในอนาคต และ ถ้ายิ่งคิดมูลค่าเงินตามเวลา ซึ่งมีเรื่องเงินเฟ้อมาเกี่ยวข้องยิ่งเหลือ น้อยมากๆ
แบบนี้เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครอง ต้องการให้เป็นกองมรดก เงินก้อนสุดท้าย หรือ เป็นการจัดสรรสำหรับภาษีมรดก ประเภทที่ดิน ที่ตอนนี้ ราคาแพงมากๆ สำหรับคนที่มีหลักทรัพย์ เกิน 100 ล้านบาท
3. แบบสะสมทรัพย์ (Endowment)
Cr.Canva
แบบสะสมทรัพย์ (Endowment) ประกันชีวิตแบบนี้ เน้นที่ความคุ้มครองชีวิตและสะสมทรัพย์ แต่น้ำหนักไปทางสะสมทรัพย์
โดยให้ผลตอบแทนเป็น เงินจ่ายคืนที่แน่นอน ซึ่งเงินจ่ายคืนมักจะบอกเป็น % ของทุนประกัน โดยอาจจะจ่ายคืนทุกสิ้นปีกรมธรรม์ หรือทุกสิ้นปีที่ บริษัทประกันกำหนด เช่น 3,6,9,12,15,18 เป็นต้น มีสัญญา ตั้งแต่ 10 ปี 15 ปี 20 ปี จนกระทั่ง 30 ปี เมื่อครบก็รับเงินพร้อมเงินปันผล คืน ส่วนเบี้ย ที่ชำระ ตามแต่บริษัทกำหนด
✅ข้อดีคือได้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงเมื่อครบสัญญาและทราบว่ามีจำนวนเงินที่แน่นอนเมื่อครบสัญญา แถมช่วยฝึกวินัยการออมในระยะยาว
❌ข้อเสีย คือ ถ้าไม่ระมัด ระวังในบางแบบ เกิดโชคร้ายเสียชีวิตระหว่างทาง จะเป็นการเอาเงินตัวเอง
เพื่อจ่ายความคุ้มครองให้ตัวเอง
ดังนั้น ต้องระมัดระวังดีดี ในการเลือกแบบประกัน
1
แบบประกันบำนาญ (Annuities)
Cr.Canva
แบบบำนาญ (Annuities) เป็นการประกันชีวิตที่ผู้เอาประกันภัยต้องการรายได้ในยามชราภาพ โดยเน้นการออมในระยะยาวจนถึงเกษียณ และจะได้เงินคืนหลังเกษียณ เริ่มตั้งแต่ 60 เป็นรายงวดส่วนบริษัทไหนจะจ่ายเป็น รายเดือน หรือ รายปี จนถึงอายุ 80 ,85,90 ปี หรือตามข้อตกลงของบริษัทประกันฯ การประกันแบบนี้จะแตกต่างจากการประกันชีวิตแบบอื่นๆ
เพราะเน้นการออมทรัพย์ไว้เพื่อใช้จ่ายในยามเกษียณ มากกว่าการคุ้มครองชีวิต ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างเงินบำนาญเพื่อการันตีเงินได้หลังเกษียณให้ตัวเองโดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนลูกหลาน
แบบนี้มีข้อดี คือ ถือ เป็นการรับรองรายได้ หลังเกษียณ จึงไม่เหมาะ กับคน ที่คาดการณ์ว่าจะอายุสั้น
แบบของประกันชีวิตหลักๆ นั้นก็มี 4 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็อาจจะมีหมวดหมู่แยกย่อยออกไปอีก
รวมทั้งล่าสุด ยังมีแบบประกันอีกชนิดหนึ่ง ขึ้นมา คือ Unit-Linked
ซึ่งถ้าใครเน้นหนักในแง่การหาผลตอบแทน ก็ควรจัดในหมวด สะสมทรัพย์ แต่ถ้าใครให้น้ำหนักไปทางความคุ้มครอง ก็เหมือน ชั่วระยะเวลา
เนื่องจาก ความคุ้มครอง ให้สูงถึง 100-125 เท่าของเบี้ย ที่ชำระ
โดยความเห็นส่วนตัวของพี่ตา ให้ทำเพื่อความคุ้มครองในช่วงระหว่างเราต้องการปกป้อง ครอบครัว ในระหว่างที่เรา กำลังสร้างความมั่งคั่ง
ดังนั้นพี่ตา แนะนำว่าเพื่อนๆ ควรศึกษาผลประโยชน์ที่จะได้รับจากแบบประกันนั้นๆ เพื่อที่จะได้ประกันที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการของตนเองมากที่สุด
ใครได้ประโยชน์ ก็แชร์ไปเก็บไว้อ่าน
โดยไม่ต้องขอ หรือ บันทึกไว้อ่านเพิ่มเวลาว่าง หรือจะแวะมาหาพี่ตา ที่นี่ทุกวัน พี่ตาขอทำหน้าที่ส่งต่อความรู ้เรื่องประกัน ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันมาถึงบรรทัดนี้ มีความสุขในวันหยุดกันทุกคนนะคะ
~~จงพยายามดีขึ้นในแบบของเรา
ในทุกทุกวัน
~~หนึ่งปี มี 365 วัน ถ้าเราสามารถดีขึ้นได้ แค่ 1% ชีวิตเราจะดีขึ้นถึง 365%
รักทุกคน
พี่ตา
cr.internet
ส่วนตัวแล้วชอบภาพนี้มากๆ มันสะท้อนหลายๆ อย่างในชีวิต หลายครั้งในชีวิตก็ไม่ง่าย เลือกที่จะสติ ในทุกย่างก้าว ของชีวิตจะทำให้เรารอดปลอดภัย ถึงฝั่งฝัน😊😅😂😁

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา