Blockdit Logo (Mobile)
ZOOM ดังได้เพราะฟ้าประทาน (โควิด ช่วย)
หรือ เพราะฝีมือมนุษย์???
แม้จะไม่ใช่ วิดิโอคอล เจ้าแรก
แต่ ZOOM เป็นที่นิยมขนาดนี้ได้อย่างไร?
ก่อนที่จะมีโควิด เพื่อนๆ ที่เคยนัดประชุมออนไลน์กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคุยกับคนอเมริกัน น่าจะเคยใช้โปรแกรม ZOOM กันมาบ้างแล้ว หรือบางทีก็อาจใช้ Google Hangout หรือ Skype
แต่พอช่วงที่ที่มีโควิดทุกวันนี้ กลับทำให้ ZOOM เป็นที่นิยมมาก ในไทยเองหน่วยงานภาครัฐ ก็ใช้ ZOOM กันหมด อบรมเทคนิคการนำเข้า ส่งออก กันผ่าน ZOOM สะดวกสบายมากๆ
ซึ่งอย่างที่เราทราบว่า ZOOM ไม่ใช่วิดิโอคอล เจ้าแรกในท้องตลาด (เฟสบุ๊กวันที่เริ่มต้น ก็ต้องแข่งกับ MySpace ที่มีผู้ใช้งานกว่า 200 ล้านคน เช่นเดียวกัน...)
แอดมินเลยพบว่า มันน่าศึกษามากๆ ว่าทำไม ZOOM ถึงเป็นที่นิยมได้แบบทุกวันนี้ และก็มีทาง โปรเฟสเซอร์ Jeff Towson ที่เพื่อนๆ แฟนเพจ น่าจะได้เคยพบกับ โปรเฟสเซอร์ ในบทความเรื่อง TikTok
สำหรับตอนนี้ เราจะไปดูกัน ถึงเคล็ดลับ ความสำเร็จ ของ ZOOM
หากพร้อมแล้ว เราไปติดตามกันเลย
=====================
ผู้นำเข้า ส่งออก หาขนส่งมืออาชีพ
นึกถึง ZUPPORTS
=====================
ปูพื้นสั้นๆ ก็คือ ZOOM ก่อตั้งโดย Eric Yuan เมื่อปี ค.ศ. 2011
Eric Yuan
ก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ.1997 Eric ได้ตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล จากเมืองจีน ไปแสวงหาโอกาสที่ ซิลิคอน วัลเล่ย์ ประเทศสหรัฐอเมริการ ซึ่ง Eric ก็ได้ร่วมงานกับบริษัท Startup ที่มีชื่อว่า “WebEx”
ผลิตภัณฑ์หลักของ WebEx ก็ไม่ใช่อื่นใด คือ วิดิโอคอล นั่นเอง ซึ่งต่อมา WebEx ก็โดนบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Cisco ซื้อกิจการในปี ค.ศ.2007
Eric เองก็ย้ายไปทำงานกับ Cisco ด้วย และได้ดำรงตำแหน่งระดับสูง อย่างไรก็ตาม ในปี 2011 นั้นเอง ที่ Eric นำเสนอไอเดียการสร้างระบบ วิดิโอคอล ที่ออกแบบมาเพื่อมือถือโดยเฉพาะ
แต่ผู้บริหาร Cisco ปฎิเสธ...ทาง Eric ก็เลยไม่ง้อ ลาออกมันซะเลย เพื่อไปทำตามความฝันของเขา ตั้งบริษัท ZOOM
จนเมื่อปีที่แล้วนี้เอง ที่ ZOOM ขยายกิจการ จนสามารถ IPO จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ได้, Eric กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน และด้วยโควิด ก็ทำให้ ZOOM เติบโตขยายฐานผู้ใช้งานหลายเท่าตัว จนปัจจุบัน ZOOM มีผู้ใช้งานมากกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก!
Zoom IPO Cr. Sequoia
ปัจจัยความสำเร็จ ของ ZOOM?
เหมือนในบทความ TikTok เราลองไปดูกันว่า โปรเฟสเซอร์ Jeff Towson วิเคราะห์ ZOOM ไว้อย่างไร มีตัวเลือกให้ 5 ข้อ และเพื่อนๆ ลองเลือก 2 ข้อที่สำคัญที่สุดเช่นเคย...
หนึ่ง Good product - ผลิตภัณฑ์ ที่ยอดเยี่ยม ใช้งานง่าย
ใครเคยใช้ WebEx หรือ Skype (แบบไม่จ่ายตัง) ก็คงพอรู้ว่า ZOOM (ถึงแม้จะใช้แบบฟรี) นั้นยอดเยี่ยมอย่างไร
แค่มี ลิงค์ และมีเว็บบราวเซอร์ ก็สามารถประชุมผ่านออนไลน์ได้ง่ายๆ คือดี คล้ายคลึงกับ ประสบการณ์การใช้ไอโฟน ที่ทำอะไรมันก็ลื่นไปหมด ใช้งานง่าย
โดยทาง ZOOM เองก็ ใส่ไว้ในเอกสารระดมทุน IPO เลยว่า “It’s just work…”
สอง Virality - ไวรัล
ไวรัลในที่นี้ คือ ทุกๆ ครั้งที่มีคนใช้งาน ก็จะทำให้คนรู้จัก ZOOM เพิ่มไปด้วย เหมือนพวกแอปแชท ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น LINE หรือ Wechat เวลาจะคุยกับคนจีน ที่บังคับให้ต้องไปโหลดแอปฯ
สาม Collaboration / Coordination Platform – แพลตฟอร์มที่สนับสนุนการทำงานร่วมกัน
ZOOM เป็นแอปฯ ที่ทำให้คนทำงานร่วมกันได้แบบง่ายๆ เหมาะสมสำหรับธุรกิจแบบ B2B หรือ Business to Business
คล้ายๆ กับพวก e-commerce อย่าง Alibaba ที่ช่วยให้ผู้ซื้อ กับผู้ขาย มาเจอกันบนโลกออนไลน์ ชาวอเมริกันสั่งซื้อของได้จากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น จีน หรือ กรุงเทพฯ
สี่ Network Effect
เราเจอปัจจัยข้อนี้เช่นเคย โดยเฉพาะสินค้าหรือบริการจำพวกซอฟต์แวร์ พอมีคนใช้งานมากขึ้น ซอฟต์แวร์เองก็จะยิ่งมีประโยชน์ หรือมีความน่าใช้งานมากขึ้น (คิดภาพเฟสบุ๊ก) หรือพอมีการอัพเดตซอฟต์แวร์แต่ละครั้ง ผู้ใช้งานทุกๆรายก็จะได้รับผล(บวก) ไปด้วย
ห้า Switching Costs
ข้อนี้เหมือน ใครใช้ ไมโครซอฟต์ วินโดวส์ น่าจะรู้ดีการเปลี่ยนไปใช้ Mac ก็เป็นเรื่องที่ยากอยู่ (มันสลับปุ่มซ้าย-ขวา)
หากลองได้ใช้ ZOOM และเกิดจ่ายตังค์สมัครไปด้วย ก็คงไม่อยากเปลี่ยน (และก็คงแนะนำให้ชาวบ้านด้วยว่า ฉันมี ZOOM ที่จ่างตังค์ไปแล้วนะ ช่วยใช้กันหน่อย ^^)
ก่อนที่เราจะไปต่อ ลองหยุดคิดและเลือก 2 ข้อที่สำคัญที่สุด
(โปรเฟสเซอร์บอกว่าเพื่อประโยชน์สูงสุด ในการเรียนรู้)
.
.
.
.
ZOOM เอาชนะคู่แข่งได้อย่างไร?
โปรเฟสเซอร์ ตั้งคำถามว่า ZOOM เอาชนะ Skype (ที่อยู่ภายใต้ Microsoft) ได้อย่างไร?
คำถามที่โปรเฟสเซอร์ มักจะถามลูกศิษย์อยู่เสมอๆ ก็คือ ใครคือเสือชีตาห์ (Cheetah)???
โดยปกติแล้ว หากเราไปศึกษาบริษัท (หรือคน) ที่เป็นผู้นำในเรื่องต่างๆ เราจะพบว่า บริษัทเหล่านั้น มีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ อย่างเช่นหากพูดถึง Google เราก็จะนึกถึง Search Engine ที่ ค้นหาข้อมูล ได้ตรงที่เราอยากหามากๆ
เหมือนดังเช่น เจ้าเสือชีตาห์ ที่มีมีทักษะพิเศษ ก็คือ เป็นสัตว์ที่เร่งความเร็วได้เร็วที่สุดในโลก! (เร็วกว่ารถยนต์หลายๆรุ่น)
Cheetah
เสือชีตาห์ 0-90 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ภายใน 3 วินาที!!! ทำให้สามารถล่าเหยื่อได้ และที่สำคัญคือ สามารถเอาตัวรอดจากนักล่า เช่น สิงโต เหยี่ยว หรือแม้กระทั่ง...มนุษย์
นอกจากนี้ เสือชีตาห์ ยังกล้าที่จะปฎิเสธรัวๆ และเลือกเฉพาะเหยื่อที่มันคำนวณแล้วว่า มันตะครุบทันแน่
ZOOM เน้นทำอย่างเดียวคือ วิดิโอคอล!
ที่น่าสนใจ ก็คือ ZOOM ขายแบบ “Freemium” คือ คนทั่วไปใช้งานได้ฟรี แต่เหล่าบริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ ก็อาจเลือกจ่ายเงินเพื่อได้ใช้ฟีเจอร์ที่ดีขึ้น
Cr. Techsauce
และด้วยความที่ ZOOM เปิดให้ใช้งานแบบฟรี ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้ใหญ่ ขึ้นเรื่อยๆ
โดย ZOOM ใช้กลยุทธ์การขายที่น่าสนใจมากๆ คือ กลยุทธ์แบบ “กองโจร” โดยหาก ZOOM พบว่ามีพนักงานในบริษัทใดๆ ใช้งาน ZOOM ถึงระดับหนึ่ง ZOOM ก็จะโทรไปหาแผนก IT ของบริษัท เพื่อนำเสนอแพ็กเกจ ที่เหมาะกับบริษัทนั้นๆ
โปรเฟสเซอร์ จึงระบุ ปัจจัยที่สำคัญข้อแรก ก็คือ Virality – ไวรัล
อันนี้ ชาว Blockdit หรือคนทำคอนเทนต์ใน YouTube น่าจะคุ้นเคยกันดี...คือ เราจะเปลี่ยนผู้ใช้งานแอปฯ ให้เป็น Sales ขายของได้อย่างไร?
ใครเขียนบทความใน Blockdit คงอยากได้ดาวกันทุกคน และวิธีการช่วงแรกก็คือ...แชร์ ให้เพื่อน พ่อแม่ พี่น้องอ่าน...ใช่ไหมครับ
ZOOM ก็ใช้พลังจากข้อนี้ โดยตรง เหมือนมีกองทัพช่วยขายของ วิธีการนี้ภาษาฝรั่งเรียก “Multi-level marketing” คนที่ต้งการประชุมผ่าน ZOOM ก็ต้องส่งลิงค์ให้เพื่อน
หรือ แพลตฟอร์มขายของจีนอย่าง พินตั๋วตั๋ว (Pinduoduo) ก็ใช้หลักการ Group Buy ชวนเพื่อนมาซื้อเพื่อให้ได้ส่วนลด
แต่ Skype ก็มีความเป็นไวรัล เช่นกัน ทำไม ZOOM ถึงดีกว่า Skype?
ปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเป็น Coordination platform ก็อย่างที่เราใช้งานกัน คงพบว่า ZOOM มันก็ช่วยให้เราประชุมกันง่ายๆ เท่านั้น แต่ไม่เกี่ยวกับการทำงานให้เร็วขึ้นนะ (ขึ้นกับคุยอะไรกันตอนประชุมมากกว่า)
หรือ Network Effect ก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เราแทบไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ ว่าใครฟังเซียนแนะนำหุ้นผ่าน ZOOM กับเราบ้าง
หรือ Switching cost ส่วนตัวแอดมินก็คิดว่าแทบไม่มี คือ ZOOM ก็ดี หรือจะ Line ก็พอคุยได้นะ
ซึ่ง ก็มาถึงปัจจัย ข้อที่สำคัญที่สุดของ ก็คือ “มันใช้งานได้งาน ไว้ใจได้จริงๆ”
โปรเฟสเซอร์ มีแอบแซวด้วยว่านั่งประชุมที่เชียงใหม่ Wifi แย่ แต่ก็ยังใช้งานได้
และนั่นก็คือ เคล็ดลับความสำเร็จของ ZOOM จากมุมมองของโปรเฟสเซอร์ Jeff Towson
ทั้งข้อหนึ่ง คือ ประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม และข้อสอง คือ ความไวรัลของ ZOOM
Cr. Zoom blog
แต่ปัญหาก็ยังมีให้ Eric ขบคิดต่อ ก็คือ พอมีคนมาใช้แล้ว จะทำอย่างไรไม่ให้คนเปลี่ยนไปใช้บริการอื่นๆ จะสร้าง Switching cost ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นภาคต่อ ที่เราต้องติดตามดู...
และคนเก่ง ฟ้าก็เลยประทานโอกาสโควิดมาให้
โดยแอด ขอยืมรูปตะแกรง จากคุณเป้ย เพจ “จะเล่าอะไรให้ฟัง” มานิดนึง
หากเปรียบ โอกาส ที่ผ่านเข้ามา คือ “ก้อนหิน”
และฝีไม้ลายมือของแต่ละคน คือ “ตะแกรง”
ก้อนหินก็มีหลายขนาด และรูตะแกรงก็หลายขนาด
ตะแกรงจะดักก้อนหินได้
ก็ต่อเมื่อรูตะแกรงนั้นถี่พอที่จะดักก้อนหิน...ก็เท่านั้นเอง
และแอด ก็คงจบบทความนี้ โดยขาดความคิดเห็นของคนๆ หนึ่ง ไปไม่ได้...
เราลองไปดูว่า Eric Yuan ผู้ก่อตั้ง ZOOM เค้าคิดว่า ความสำเร็จของ ZOOM นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร??
“ในช่วงที่ผมอายุ 18 เพิ่งเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย แฟนสาวของผมอยู่ห่างไปกว่า 10 ชั่วโมง-หากเดินทางโดยรถไฟ เราเจอหน้ากันได้เพียงปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ"
"ครั้งหนึ่งระหว่างเดินทาง ผมก็เริ่มคิดถึงอุปกรณ์ ที่จะช่วยให้ผมได้เห็นหน้าเธอ ได้คุยกับเธอ เสมือน เราทั้ง 2 คนอยู่ในห้องเดียวกัน...”
Eric คิดว่าส่วนที่ยากที่สุดในการทำให้ไอเดียของเขาเกิดขึ้นได้จริง คงเป็นเรื่องของ เทคโนโลยี, เรื่องทีมงาน, โมเดลธุรกิจ, หรือการทำงานร่วมกับนักลงทุน…
แต่หลังจากที่ Eric ได้ดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายวิศวกรรม ของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง (Cisco ซึ่งทำ WebEx ซึ่งเพื่อนๆ อาจเคยใช้งานกันมาบ้างแล้ว)
Eric พบว่าอุปสรรคเหล่านั้นที่เขาคิด มันไม่ใช่เลย...
“ถึงแม้บริษัทจะมีทุกอย่าง ตามที่ว่ามา แต่ลูกค้าก็ยังรู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดกับซอฟต์แวร์วิดิโอคอลที่พวกเขาใช้งานอยู่ดี”
หลังจากนั้น ในวันที่ Eric เริ่มต้นสร้างบริษัท ZOOM...ประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้เขาตกผลึก ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้ความฝันของเขาเป็นจริง สิ่งนั้นก็คือ “วัฒนธรรม” ของบริษัท ซึ่งมุ่งเน้น เพียงคำๆเดียว...
คำนั้นก็คือ…”ความสุข”
“ความฝันของผมก็คือ การสร้างสถานที่ให้คนมาพบปะ พูดคุยกันผ่านวิดิโอ ซึ่งมันคงถือเป็นความล้มเหลว หากความฝันนั้น ไม่ได้ส่งผ่าน “ความสุข” ไปด้วย”
วัฒนธรรมของบริษัท คือการส่งผ่านความสุขในหมู่พนักงาน และต่อไปถึงลูกค้า...
เคล็ดลับความสำเร็จจากปากของ Eric ก็คือ “การสร้างวัฒนธรรมที่ถูกต้อง ในทุกๆส่วนของบริษัท”
“เพราะคุณไม่สามารถบอกให้คนห่วงใยกันได้ คุณไม่สามารถ สั่งให้พนักงาน (ทำตัว) ให้มีความสุขได้”
และนั้น ก็คือ เคล็ดลับ ความสำเร็จ ในแบบฉบับของ ZOOM และชายที่มีชื่อว่า Eric Yuan…
Eric Yuan กับ ภรรยา
ปล. ส่งท้าย Eric ก็ได้แต่งงานกับแฟนสาวคนที่ว่านะ และมีลูกด้วยกัน 3 คน ปัจจุบัน Eric อายุ 50 ปี โดยล่าสุดช่วงโควิด ลูกสาววัย 8 ขวบของ Eric เกี่ยวกับธุรกิจที่คุณพ่อของเธอทำเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยถามคำถามว่า
“คุณพ่อคะ เราจะยกมือ (ถามคำถาม) ยังไง หากใช้โปรแกรม ZOOM”
ใครรู้คำตอบ ช่วย Cap หน้าจอ Zoom บอกลูกสาวของ Eric หน่อย...
=====================
ผู้นำเข้า ส่งออก หาขนส่งมืออาชีพ
นึกถึง ZUPPORTS
=====================
❤️ อ่านบทความย้อนหลังได้ที่
👫 ร่วมกลุ่มผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก
นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า Market place
ความคิดเห็น
บ้านนี้มีสัตว์
เคยใช้อยู่พักนึงช่วงโควิดแรกๆครับ เรียนออนไลน์ แต่ที่ทำงานใช้ WebEx กับ Microsoft Team ครับ
26 ก.ย. เวลา 16:03
มุมมอง...ชาวบ้าน🌱🌱
Eric สุดยอดมาก👍
12 มิ.ย. เวลา 15:00
วอลเลย์บอลที่รัก - Volleyball in Love
ได้ความรู้ดีมากครับ
10 มิ.ย. เวลา 12:44