โพสต์


[ #จะเปลี่ยนตัวเองหรือเปลี่ยนทีม ]
เกมพรีเมียร์ลีกที่เซนต์ แมร์รี่ส์เมื่อ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา อาร์เซน่อลทำผลงานได้น่าประทับบุกไปล้มเซาธ์แฮมป์ตัน 2-0
แต่ไฮไลต์ไม่ได้อยู่ที่ผลการแข่งขันเท่านั้น ในไลน์อัพของปืนโต รวมทั้งตัวสำรองบนม้าข้างสนาม ไม่มีแม้กระทั่งเงาของ มัตเตโอ เกนดูซี่
ย้อนไปเมื่อ 20 มิถุนายน เกนดูซี่ สร้างเรื่องราวฉาวโฉ่ แสดงออกถึงการหมิ่นแคลนผู้เล่นไบรท์ตัน รวมทั้งไร้น้ำใจนักกีฬา
หลังจากเชื่อว่า นีล โมเปย์ แข้งตัวรุกของนกนางนวลเจตนาทำให้ แบรนด์ เลโน่ ผู้รักษาประตูเพื่อนร่วมทีมบาดเจ็บเลยปรี่ไปกระชากคอเสื้อจะเอาเรื่อง
จากนั้นยังพูดจาเย้ยหยันเรื่องค่าจ้างด้วย ประมาณว่าพวกเอ็งอยู่ทีมเล็ก รายได้แค่น้อยนิด อย่ามาทำสะเออะ
เรื่องนี้สอดคล้องกับคำให้การของ โมเปย์ ที่บอกว่านักเตะอาร์เซน่อลบางคนขาดความเคารพ ไม่ให้เกียรติพวกตนและยังพูดมากเกินไปจนน่าหมั่นไส้อีกด้วย
แล้วคาแรคเตอร์ของ โมเปย์ เองก็เป็นพวกไม่ยอมค้อมหัวให้ใครง่ายๆ ถ้าโดนเล่นงานก็พร้อมตอบโต้ทันควัน
เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับ มิเกล อาร์เตต้า อย่างยิ่ง จัดการสอบสวนกันเองภายใน ก่อนจะตัดสินใจดร็อป เกนดูซี่ ในเกมล่าสุด
พฤติกรรมดังกล่าวแตกต่างจากนิสัยสุขุมเยือกเย็นและเป็นสุภาพบุรุษของ อาร์เตต้า แบบคนละขั้ว เชื่อกันว่าเขาพยายามพร่ำเตือนลูกทีมให้รู้จักการวางตัวและเคารพเพื่อนร่วมอาชีพ
ประเด็นน่าสนใจคือนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เกนดูซี่ แสดงออกถึงเรื่องทัศนคติอันย่ำแย่
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อาร์เซน่อลมีโปรแกรมว่างพอดีเลยยกพลไปเก็บตัวกันที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์
ครั้งหนึ่งระหว่างซ้อมตามปกติ เกนดูซี่ ไม่พอใจสต๊าฟฟ์โค้ชบางคน ก่อนจะโต้เถียงด้วยอารมณ์เผ็ดร้อน สะท้อนถึงวุฒิภาวะ ไม่เคารพผู้อาวุโส จากนั้นเมื่อ อาร์เตต้า มาตักเตือนยังไม่ยอมหยุดปากอีก
กลับจากตะวันออกกลาง อาร์เตต้า เลยจัดการลงดาบหั่นชื่อหลุดจากเกมลีกเปิดบ้านบอมบ์นิวคาสเซิ่ล 4-0 ก่อนจะชี้แจงแถลงไขว่าเหตุผลเรื่องแท็คติก
แน่นอนว่าส่วนใหญ่ไม่เชื่อ
ก่อนมารับงานคุมอาร์เซน่อล กุนซือสแปนิชได้ศึกษาข้อมูลมาพอสมควร การขาดยูนิตี้หรือสมานสามัคคีคือจุดอ่อนของทีมชุดนี้ ดังนั้นจะต้องพยายามหาทางจับมัดรวดกันให้ได้
ผู้เล่นที่มีพฤติกรรมแย่ๆอย่าง ดานี่ เซบายอส ซึ่งงอแงเมื่อไม่ค่อยได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง แล้วมีทีท่าประท้วงด้วยการซ้อมแบบเหยาะแหยะ ไร้ความเป็นมืออาชีพจึงเจอบทลงโทษสั่งสอนตามมา
ส่วนคำตอบเคสดร็อป เกนดูซี่ มาจากเรื่องปัญหาภายในทีม แต่ไม่ใช่เรื่องเหมาะสมแน่ถ้าจะนำมาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะ
อาร์เตต้า บอกแค่ว่าตัวแปรในการเลือกไลน์อัพแต่ละนัด มาจากความพร้อมของนักเตะว่าใครมีมากพอ
ถ้าทัศนคติแย่ พฤติกรรมเลยร้าย แคร์แต่เรื่องตัวเองมากกว่าสโมสร นั่นหมายความว่าที่เหมาะสมสำหรับคุณคือข้างสนาม
จากสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแค่ 4 เดือน ส่งผลให้หลายคนในทีมอาร์เซน่อล เริ่มเอือมระอา เกนดูซี่ ซึ่งไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น
ดูเหมือนว่ายิ่งเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเท่าไร เกนดูซี่ ดูจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลมากกว่าที่เป็นอยู่
นับตั้งแต่เขาถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่เมื่อกันยายนปีก่อน แทนที่ ปอล ป็อกบา ซึ่งถอนตัวเพราะบาดเจ็บ เกนดูซี่ กลับไม่ได้ทำตัวให้ดีคู่ควรที่ได้รับความไว้วางใจ
นอกจากนี้ยังโดนเพื่อนนักเตะฝรั่งเศสบางคนตำหนิอีกต่างหาก เขาควรควบคุมอารมณ์ให้ดี อีกทั้ง โมเปย์ เองก็เป็นเฟร้นช์เช่นเดียวกัน เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนในแคมป์เยาวชนทีมชาติ
ที่สำคัญ โมเปย์ เป็นรุ่นพี่แก่กว่าถึง 3 ปี ภาพลักษณ์ของ เกนดูซี่ เลยดูย่ำแย่หนักกว่าเดิม
ขณะที่เคสดูถูกเรื่องเงินค่าจ้าง ยังมีการเปิดเผยภายหลัง แท้จริงแล้ว เกนดูซี่ รับจากปืนโตราว 40,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ น้อยกว่า โมปาย ได้จากไบรท์ตันถึง 50,000 ปอนด์
เรื่องนี้นำมาล้อเลียนขำขันกันไป แต่อย่างหนึ่งที่รู้สึกได้คือหากอยากประสบความสำเร็จในอนาคต เกนดูซี่ ต้องรีบปรับปรุงตัวเองโดยด่วย รวมทั้งกล้าออกมาขอโทษแสดงความรับผิดชอบด้วย
ถ้ายังเป็นแบบนี้ ชื่อเขาถูกบันทึกไว้ว่า เคยเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ครั้งเดียวและไม่ได้ลงเล่นเลยสักวินาที
ประเด็นของ เกนดูซี่ โดน The Athletic สื่อที่มักเสนอข่าวระดับเอกซ์คลูซีฟ มาขยายแผลเพิ่ม
มีการระบุว่าบอร์ดบริหารอาร์เซน่อลเริ่มทบทวนเกี่ยวกับอนาคตนักเตะรายนี้ว่ายังสมควรจะเก็บไว้ตามแผนงานระยะยาวหรือไม่
ไม่ใช่แค่นักเตะฝั่งตรงข้ามเท่าที่ เกนดูซี่ เปิดศึกด้วย แต่เพื่อนร่วมทีมบางคนและสต๊าฟฟ์โค้ช ต่างมีประสบการณ์ตรงมาก่อน
เอดู อดีตกองกลางอาร์เซน่อลที่หวนคืนถิ่นมานั่งเก้าอี้ผู้อำนวนการฝ่ายเทคนิคดูแลนักเตะโดยตรงร่วมกับ มิเกล อาร์เตต้า ไม่แฮปปี้กับ เกนดูซี่ มากๆ
มีการเรียกมาตักเตือนและส่งสัญญาณด้วยการดร็อปจากเกมบางนัด แต่ยังไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าเดิม สักพักก็กลับมาเหมือนเก่า
เฌเรมี่ อาลิยาดิแยร์ อดีตแข้งปืนใหญ่อีกคน ได้ออกมาเตือนทั้งในฐานะเป็นรุ่นพี่บ้านเดียวกัน เคยร่วมงานกัน รวมไปถึงตามเอาใจช่วย เกนดูซี่ เรื่อยมา พอเห็นแววจะยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า
เมื่อ 3 ปีก่อน เกนดูซี่ ยังเล่นให้ลอริยองต์ ส่วน อาลิยาดิแยร์ ก็ยังค้าแข้งที่นั่นอยู่ในช่วงบั้นปลายก่อนรีไทร์และรักใคร่เอ็นดูน้องคนนี้มาตลอด
เขาเป็นคนแนะนำ เกนดูซี่ ให้ย้ายมาอาร์เซน่อลเมื่อปี 2018 ยืนยันว่ามีโอกาสรุ่งไม่ยากเลย เพราะจะถูกรีดเค้นจากระบบอันแข็งแกร่ง
ในส่วนของฝีเท้า เกนดูซี่ มีพัฒนาการดีเยี่ยม กระเตื้องขึ้นทุกปี แต่ไม่ได้โตเป็นผู้ใหญ่เหมือนอย่างวัยที่เพิ่มเรื่อยๆ
อาร์เตต้า เองไม่ชอบนักเตะประเภทนี้อยู่แล้ว ก้าวร้าววู่วาม ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของสโมสร
ดังนั้นหากจะต้องเฉือนเนื้อเพื่อส่วนรวม บางครั้งก็ต้องยอม
กระแสของ เกนดูซี่ ค่อนข้างรุนแรง มีกูนเนอร์สจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็นในมุมที่ต่างกันออกไป
ทั้งเชื่อว่าควรจะให้เวลาอีกหน่อย นักเตะอาจมีบุคลิกห้าวตามประสาวัยรุ่น ฝีเท้าเองก็อยู่ในระดับยอดเยี่ยม พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักแดนกลางในอนาคตอันใกล้
ส่วนที่ไม่เห็นด้วยมองว่า เคสอย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยหน มีการตักเตือนแล้ว ลงโทษแล้วแต่ยังไม่เข็ดหลาบ แสดงออกถึงพฤติกรรมเลวร้ายเสมอ
การขายออกไปนอกจากตัดไฟต้นลม ไม่ให้ลุกลามไปไกลจนยากจะแก้ไข ยังน่าจะได้กำไรไม่น้อย ซื้อมาเพียง 7 ล้านปอนด์ ราคาในตลาดตอนนี้สัก 25 ล้านก็น่าจะมีทีมพร้อมจ่าย เมื่อพิจารณาจากวัยและความสามารถ
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เกนดูซี่ เริ่มมีข่าวโยงกับสโมสรใหญ่ๆทั้งในยุโรปและพรีเมียร์ลีก
อาจเป็นไปได้ว่า อาร์เตต้า และ เอดู คงเรียกมาตักเตือนอีกรอบ รวมทั้งยื่นคำขาดว่าห้ามซ้ำรอยเดิมอีก ไม่อย่างนั้นคงอยู่ร่วมกันไม่ได้
มันจำเป็นมากๆที่ เกนดูซี่ จะต้องเปลี่ยนตัวเองให้เร็วที่สุด สงบปากสงบคำ นำแพสชั่นมาใช้ให้ถูกต้อง มุ่งมั่นสู่ชัยชนะ มากกว่าหาเรื่องทะเลาะวิวาท
เข้าใจว่าฝีเท้าโตเกินวัย อาจมีบางครั้งก่อความผิดพลาดได้ แต่เมื่อพลาดแล้วก็ต้องสำนึกนำมาแก้ไขให้ถูกต้อง ไม่ใช่ยังทำอีก
นักเตะยิ่งใหญ่ทุกคนที่ถูกยอมรับ ไม่ได้มาจากเรื่องความสามารถอย่างเดียว
แต่ทัศนคติเองก็มีส่วนสำคัญช่วยผลักดันไม่แพ้กัน
อย่าให้ต้องถึงวันมานั่งคิดด้วยความเสียดาย แล้วย้อนเวลากลับไปไม่ได้
ใครที่ต้องตกอยู่ในชะตากรรมแบบนั้น มันปวดร้าวเจียนตายเลยทีเดียว
บทความย้อนหลังที่น่าสนใจ
[ #ด่านหน้าที่ยากกว่าแชมป์ ] : ลิเวอร์พูลสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน 30 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ความสำเร็จครั้งนี้ต้องยกเครดิตให้กับทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างหนักอย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ คือผู้อยู่เบื้องหลังสำคัญ นำทัพฝ่าด่านหินมามากมาย ต้องโดนทดสอบสารพัดกว่าจะมายืนอย่างสง่างามได้ตรงจุดนี้แต่เมื่องานฉลองเสร็จสิ้น ภารกิจใหม่จะตามมาและการรักษาความสำเร็จไว้คืองานที่ยากสุดแล้ว
[ ใครว่า"คีน"ไม่เข้าใจ ? ] : ในวันที่ รอย คีน มารับบทวิเคราะห์เกมทางหน้าจอทีวีด้วยลีลาที่ดุดันเด็ดขาดด่ากราดไม่เลือกหน้า เขามักจะเจอหลายคนตั้งคำถามว่าให้ลองมาทำทีมบ้างจะเข้าใจ อย่างไรก็ตาม คีน เคยผ่านงานผู้จัดการทีมมาพอสมควร อาจไม่ลึกซึ้งแต่ก็ได้ลิ้มรสมาหมดทั้งหวานและขม บางทีเราอาจเข้าใจ คีน มากขึ้นหากศึกษาชีวิตช่วงที่เขาเป็นกุนซือ
[ #เวลาไม่อาจฆ่า "เลวี่" ] : ในขณะที่เรามัวแต่นึกถึงความยอดเยี่ยมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ที่กาลเวลาไม่อาจกลืนกินได้ เราอาจตกสำรวจ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ไปอีกคน เพราะ 5 ฤดูกาลติดต่อกันแล้วที่ตะบันเกิน 40 ประตู อะไรคือเบื้องหลังความยอดเยี่ยมเช่นนี้หรือ?
[ #ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ] : เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากๆ ที่จะมีนักเตะจากฝั่งยุโรปตะวันออกสักคนที่มาแบบโนเนม แล้วจะสร้างชื่อเสียงจนยิ่งใหญ่ เนมานย่า วิดิช เจอคำถามและข้อสงสัยมากมาย เมื่อย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดในปี 2006 ก่อนเขาจะตอบทุกอย่างชัดเจน ด้วยผลงานในสนามล้วนๆ มีหลายปัจจัยทำให้ วิดิช ก้าวขึ้นมายังจุดนี้ได้และมันน่าสนใจจริงๆ
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้