โพสต์


" บทเพลงแห่งผู้ชนะ "
ทันทีที่เสียงนกหวีดยาวดังขึ้นใน แสตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อค่ำคืนวันที่ 25 มิถุนายน สกอร์บอร์ดฟ้องว่า เชลซี 2 แมนฯ ซิตี้ 1
นั่นเท่ากับการรอคอยของลิเวอร์พูล 30 ปีสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ เป็นแชมปืพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2019/20 แชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกนับจากปี 1990
ตื่นเช้ามาวิทยุคลื่นเพลงเก่ายังบรรเลงเพลง We are the champions บทเพลงอมตะของวง Queen เพื่อเป็นการสดุดีให้กับแชมป์ที่รอคอยนี้
เฟร็ดดี้ เมอคิวรี่ ประพันธ์เพลงนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1977 (ซึ่งก็เป็นยุคยิ่งใหญ่ของลิเวอร์พูลพอดีเช่นเดียวกัน) นับแต่นั้นมาเพลง We are the champions ได้กลายเป็นเพลงสำคัญเปิดยามมีอีเวนต์กีฬาต่างๆ ทั่วโลก กลายเป็นบทเพลงแห่งผู้ชนะ ทุกคนรู้ดีถึงความหมายของมัน
อย่างไรก็ดี หากพูดถึงเพลงในวงการฟุตบอลแล้ว บทเพลงที่ดังขึ้นมาในใจของใครหลายคนกลับเป็น To be number one เพลงแห่งฟุตบอลโลก 1990
ยุคนั้นหลายคนยังเป็นเด็ก เพิ่งเริ่มต้นดูฟุตบอล บางคนอาจไม่ได้ดูฟุตบอลจริงจัง แต่รับรู้ถึงกระแสของมหกรรมลูกหนังโลก และเพลงๆ นี้
มันคือเพลงฟุตบอลโลกที่ดีที่สุดตลอดกาล
ภาพของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ภาพของ ทีมชาติอิตาลี ที่เป็นเต็ง1 ในฐานะเจ้าภาพแต่ต้องตกรอบรองชนะเลิศ ภาพของ พอล แกสคอยน์ ที่ร้องไห้เมื่อปราชัยต่อเยอรมันตะวันตก และแน่นอน ภาพของทีมอินทรีเหล็กได้ชูถ้วยแชมป์โลก ในยูนิฟอร์ม ที่ว่ากันว่าเป็นเสื้อบอลที่สวยที่สุดตลอดกาล
To be number one คือสุดยอดเพลงฟุตบอล และมันถูกนำมาใช้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว หรือก็คือ ฤดูกาลสุดท้ายที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกสูงสุดพอดี
เพลงนี้ถูกแต่งและเรียบเรียงขึ้นมาเพื่อฟุตบอลโลก 1990 โดยในปี 1989 ผู้ประพันธ์เพลงชาวอิตาเลี่ยนชื่อดัง จอร์โจ้ โมโรเดอร์ เป็นคนสร้างทำนองขึ้นมาโดยเขาได้ร่วมมือกับ ทอม วิทล็อค นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ให้เขียนเนื้อภาคภาษาอังกฤษขึ้นมา
จริงๆ แล้วก่อนหน้านั้น 3 ปี โมโรเดอร์ และวิทล็อค ได้ร่วมกันแต่งเพลง Take my breath away เพื่อใช้เป็นซาวแทรคท์ของหนังดังแห่งยุค Top Gun ที่แจ้งเกิดพระเอก ทอม ครูซ เต็มตัว เพลงนี้ได้รับรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยมด้วยในปี 1986
เมื่อคู่นี้กลับมาจับมือกันอีกครั้ง จึงรับประกันได้ถึงผลงานที่จะออกมา แม้เพลงภาคภาษาอังกฤษจะใช้ชื่อว่า To be number one แต่ชื่อในภาษาอิตาเลี่ยนนั้นคือ Un'estate italiana แปลได้ว่า หน้าร้อนหนึ่งของอิตาลี (An Italian Summer)
คนแต่งเนื้อภาษาอิตาเลี่ยน ก็คือคู่หูศิลปิน ผู้ที่นำเพลงนี้มาขับร้องนั่นเอง ก็คือ เอโดอาร์โด้ เบนเนโต้ กับ จานน่า นันนินี่
นอกจากนั้นยังมีเวอร์ชั่นภาษาสเปนด้วย ขับร้องโดย ซูซาน เฟร์เรร์ และเธอก็เป็นคนแต่งเนื้อร้องภาษาสเปนเอง ชื่อเพลงในเวอร์ชั่นสเปนก็คือ Un verano italiano แปลความหมายได้ตรงกับเวอร์ชั่นอิตาเลี่ยน
มันสื่อถึงในซัมเมอร์แห่งปี 1990 ในอิตาลี ที่ได้มีการชิงชัยกัน บางครั้งยามค่ำคืน ใต้ท้องฟ้าแห่งหน้าร้อนของอิตาลี มีคนจำนวนหนึ่งกำลังสู้เพื่อเป้าหมายที่ฝันไว้ยาวนาน
มันถึงได้ถูกเรียกในอีกชื่่อนึงว่า "Notti magiche" หรือ Magical nights = ค่ำคืนมหัศจรรย์
เมื่อดูเนื้อร้องของเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ และอิตาลี แม้จะเดินไปในทิศทางเดียวกัน ธีมเดียวกัน แต่ความหมายตรงๆ มันแตกต่างกันอย่างมาก
ขณะที่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษตรงไปตรงมา เราสู้อย่างหนักแต่ยุติธรรม เพื่อความฝัน เพื่อชัยชนะ แต่ในเวอร์ชั่นอิตาเลี่ยน กลับโรแมนติกกว่ามากทีเดียว และนี่คือคำแปลของมัน
บางทีมันอาจไม่ใช่บทเพลงที่จะเปลี่ยนกฎการแข่งขัน
แต่ฉันต้องการสัมผัสประสบการณ์ผจญภัยเช่นนี้
และโลกที่หมุนไปตามสีสันมากมาย
และลมที่พัดธงให้โบกสะบัด
ความตื่นเต้นเข้ามาและทำให้เธอลืมตัว
และหลอมละลายความบ้าคลั่งในอ้อมกอด
ค่ำคืนแสนมหัศจรรย์
ไล่เอาประตู
ภายใต้ทองฟ้าของฤดูร้อนในอิตาลี
และในสายตาของเธอ
ต้องการชนะ
ฤดูร้อนหนึ่ง
อีกหนึ่งการผจญภัย
ความฝันที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก
และนั่นทำให้เธอก้าวไปไกลยิ่งขึ้น
มันไม่ใช่แค่นิยาย และจากห้องแต่งตัว
เหล่าคนหนุ่มที่เดินออกมานั่น และมันคือพวกเรานี่เอง
ค่ำคืนแสนมหัศจรรย์
ไล่เอาประตู
ภายใต้ทองฟ้าของฤดูร้อนในอิตาลี
และในสายตาของเธอ
ต้องการชนะ
ฤดูร้อนหนึ่ง
อีกหนึ่งการผจญภัย
ค่ำคืนแสนมหัศจรรย์
ไล่เอาประตู
ภายใต้ทองฟ้าของฤดูร้อนในอิตาลี
และในสายตาของเธอ
ต้องการชนะ
ฤดูร้อนหนึ่ง
อีกหนึ่งการผจญภัย
การผจญภัยหนึ่ง
อีกครั้งของการผจญภัย
การผจญภัย GOAL !
"To be number one" เพลงฟุตบอลโลก 1990
รับชมที่นี่เลย > https://youtu.be/nJtI6kJdxgU
**********************************************
อ่านบทความย้อนหลัง
" กินก่อนเกม " : ฤดูกาล 2010/11 ถือเป็นฤดูกาลที่ แกเร็ธ เบล แกร่งมาก สภาพร่างกายพีค ทั้งเร็ว ทั้งแรง แม้ในเชิงเทคนิคยังไม่สุดยอด แต่เรื่องร่างกายถือว่าโตเต็มไวแล้ว อะไรคือเคล็ดลับฟอร์มสุดยอดของ เบล ในตอนนั้น ปีเตอร์ เคร้าช์ คือคนที่แอบมาเล่าอะไรบางอย่างให้ฟัง
" เมื่อแอนฟิลด์คือรังผี " : ยามแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเยือนแอนฟิลด์ นับเป็นเรื่องใหญ่เสมอ แต่ถ้ามีใครบอกว่าครั้งหนึ่งแฟนผีเคยยึดอัฒจันทร์ฝั่งเจ้าบ้าน นั่งเชียร์ตัวเองบน The Kop สแตนด์ คงเป็นเรื่องเกินเชื่อ แต่มันก็เคยเกิดขึ้นแล้วจริงๆ
" เจสัน คูมาส ปริศนาจากเวลส์ " : นักฟุตบอลมีมากหน้าหลายตา อุปนิสัยต่างๆของพวกเขาก็แตกต่างเกินกว่าคณานับ แต่หนึ่งในนักเตะที่แปลกแหวกแนวที่สุดและมีปริศนาส่วนผสมที่แปลกประหลาดอย่าง เจสัน คูมาส จะเป็นอย่างไร มาร่วมติดตามกันครับ
" บราซิลผู้ยิ่งใหญ่ " : หลายคนคงจะรู้จักนักเตะชาวบราซิลเลี่ยนดังๆกันมาหลายคนที่เคยไปโลดแล่นในแดนพาสต้าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น คาฟู, กาก้า, ฟัลเกา, โรนัลโด้ หรือ อาเดรียโน่ แต่เราจะพาคุณไปสัมผัสกับแข้งเก่าอีกรายหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาคือ "โชเซ่ อัลตาฟินี่"
.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..
และเพิ่มเพื่อนไลน์แอด "เพื่อเด้งเตือน" ให้คุณได้อ่านก่อนใคร กดที่ลิงค์นี้ครับ
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
ยังไม่มีข้อความในโพสต์นี้