Blockdit Logo (Mobile)
โรคระบาดที่ดูเหมือนจบ แต่มันไม่จบ และแย่กว่าคาด
ลงทุนแมนติดตามเรื่องโรคระบาดตั้งแต่แรกที่อู่ฮั่น
ในตอนนั้นคิดว่าเรื่องนี้กระทบหนัก
แต่เชื่อไหมว่า ณ ตอนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันแย่กว่าที่คาดไว้ในตอนนั้นเสียอีก
และประเทศที่ดูเหมือนว่ามันจะจบแล้ว
กลับกลายเป็นว่าโรคก็ผุดขึ้นมาใหม่
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในแต่ละประเทศด้วยเคสที่แตกต่างกัน
ซึ่งล่าสุดที่ฮ่องกง..
กระทรวงศึกษาธิการฮ่องกงประกาศให้โรงเรียนทุกแห่งปิดการเรียนการสอนตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป
หลังจากที่โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง
ที่น่าสนใจก็คือ ผลการสอบสวนโรคที่ฮ่องกงพบว่า
เป็นการติดเชื้อกันเองในประเทศกว่า 34 คน
ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน
นอกจากนั้น ในรอบ 5 วันที่ผ่านมา มีผู้ป่วยอย่างน้อย 12 คนที่ทางการฮ่องกงยังระบุไม่ได้ว่าที่มาที่ไปของการติดเชื้อเกิดขึ้นจากอะไร
เหตุการณ์เดียวกันนี้ก็ยังได้เกิดขึ้นในอีกหลายประเทศ
เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์
ภายหลังจากประเทศเหล่านี้เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ปิดประเทศ
Cr. NBC News
แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ในประเทศไทยจะผ่อนคลาย
แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั่วโลกมันไม่ได้ดีเหมือนประเทศเรา
เรียกได้ว่าแย่กันไปหมด
หากเรามาดูจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก
ต้นเดือนพฤษภาคม โลกมีผู้ติดเชื้อ 3.3 ล้านคน
ต้นเดือนมิถุนายน โลกมีผู้ติดเชื้อ 6.3 ล้านคน
ต้นเดือนกรกฎาคม โลกมีผู้ติดเชื้อ 10.8 ล้านคน
และวันนี้ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดพุ่งสูงขึ้นเป็น 12.4 ล้านคน
จะเห็นได้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มสูงขึ้น
ในขณะที่โลกของเรามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 2 แสนคน ต่อวัน
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า..
สถานการณ์ทั่วโลกไม่ได้มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
แถมทันทีที่เราเริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมเข้ม
โรคระบาดก็พร้อมที่จะกลับมาหาเราแทบจะในทันที
คำถามต่อไปก็คือ
ต่อจากนี้ เราจะทำอย่างไร?
ถึงตรงนี้ เราก็อาจเหลือเพียง 2 ตัวเลือก นั่นก็คือ
1. เปิดประเทศ
2. ไม่เปิดประเทศ
Cr. The Bangkok Post
ซึ่งแน่นอนว่าภายใต้เงื่อนไขทางเศรษฐกิจในแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน
มันก็จะนำไปสู่การตัดสินใจ ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง..
เดือนที่ผ่านมา หลายประเทศพูดถึงความเป็นไปได้ของ Travel Bubble
ที่จะทำให้ประเทศต่างๆ ที่สามารถควบคุมโรคระบาดได้ดี
กลับมาเดินทางไปมาหาสู่กันได้อีกครั้ง
แต่เมื่อข้อเท็จจริงคือ โรคระบาดยังกลับมาระบาดใหม่เรื่อย ๆ
ถ้าเรามี Travel Bubble กับฮ่องกง ที่ตอนนี้กลับมาระบาดใหม่หลายสิบคน
หรือมี Travel Bubble กับญี่ปุ่น ที่ตอนนี้กลับมาระบาดใหม่หลายร้อยคน
เราทุกคนก็คงจะไม่สบายใจ
และเรื่องทั้งหมดนี้ก็อาจทำให้ความเป็นไปได้ของ Travel Bubble ริบหรี่ลงทุกที จากที่เคยวาดฝันเมื่อเดือนที่แล้ว
นอกจากนี้ จากเหตุการณ์ในอดีตก็ได้สอนเราแล้วว่า..
การไม่ให้ความร่วมมือ หรือความประมาทจากคนเพียงคนเดียว
สามารถกลายเป็น Super Spreader ที่ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าที่ทุกคนคิด
ทั้งหมดนี้กลายมาเป็นโจทย์สำคัญต่อทั้งผู้มีอำนาจในการบริหารประเทศ
เจ้าของธุรกิจ รวมถึงเราทุกคน ที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
หลายคนอาจจะบอกว่าโรคระบาด
และเศรษฐกิจทั่วโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสที่ 2
และในระยะเวลาอันใกล้ นักท่องเที่ยวต่างประเทศ จะกลับเข้ามาประเทศเราได้เหมือนเดิม
Cr. Prachachat
แต่พอมาดูข้อเท็จจริงของ “ต่างประเทศ” ในวันนี้ก็อาจจะต้องกลับมาคิดใหม่
และทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจตามมาว่า
เราควรรอให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศกลับมาหรือไม่?
เพราะทุกนาทีที่มีความหวัง
ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้เสียโอกาสในทรัพยากรในทุกด้าน
จากเดิมต้องฝืนเลี้ยงพนักงาน เพื่อรอคอยวันที่กลับมาทำหน้าที่เดิม
แต่ตอนนี้มันไม่มีงานนั้นให้ทำ
เราจะให้พนักงานรอ หรือ ปล่อยให้พนักงานไปทำงานอื่น
จากเดิมต้องบำรุงรักษาอุปกรณ์สถานที่ ให้คงเดิม ทั้งที่ไม่มีลูกค้ามาใช้
เราจะให้สถานที่รอ หรือ ปล่อยสถานที่ไปใช้งานอย่างอื่น
จากเดิมต้องเปิดดำเนินการ ขาดทุนไปวันๆ เพื่อหวังว่าจะเป็นดังเดิม
เราจะยอมเลือดไหลไปเรื่อย หรือ หยุดแล้วเริ่มต้นธุรกิจใหม่
มันคงไม่มีคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคน
แต่ถ้ามองออกไป ในโลกจริง
ข้อมูลทุกอย่างบอกว่า “คนต่างประเทศ” จะไม่กลับมาในเร็ววัน
และมันอาจเป็นทางเลือกที่ดี
ถ้าเราจะ “ทำใจ” แล้วเริ่มต้นใหม่ กับสิ่งที่มีอนาคตกว่า..
ความคิดเห็น
หัวเราะให้กับชีวิต 555
เป็นบทความที่อ่านไปลุ้นไป ว่าไทยจะเป็นยังไงต่อไป
16 ก.ค. เวลา 02:37
ยุคริน จรัสเสถียร
ขอบคุณ สำหรับแนวความคิดดีๆค่ะ
12 ก.ค. เวลา 08:14
ผักกาดใบเขียว (บุคคล)
ได้โอกาสพัฒนาศักยภาพของไทยเองคะ เช่นภาคเกษตรที่ต้องลงมาดูแบบจริงจัง พัฒนาองค์ความรู้ของเกษตรกรไทย ตอนนี้รุ่นใหม่หันมาทำแล้วจะพัฒนาได้ว่ายขึ้น ไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นโดยเน้นจัดโปรราคาจับต้องได้ นาทีนี้กำไรไม่ต้องคิดมากให้อยู่ได้เป็นพอคะ
12 ก.ค. เวลา 01:17